มอยส์เจอร์แบรนด์ไทยไม่แพ้ใคร

วันนี้รวมเอามอยส์เจอร์แบรนด์ไทย ep 1 ที่เนื้อดีทุกตัว

ผิวมันแบบปุ๊กใช้แล้วรอดทู้กกกก ตัววว 😄

มอยส์ 🤍LaLaaCram Youth-Full Advanced Skin Renewal Serum+Moisturizer เป็นบำรุงสองขั้นตอนในกะปุกเดียว ส่วนผสมทั้งหมดที่ดีกับผิว ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ละชะลอริ้วรอย ผิวแข็งแรง อิ่มฟู​ ปลอบประโลมผิว ใช้เดี่ยวๆ หรือใช้คู่กับเซรั่มก็ยิ่งช่วยให้ริ้วรอยจางลง ผิวอิ่มฟูได้ดีขึ้นค่ะ อ่อนโยนตอบโจทย์ผิวแพ้ง่ายแต่อยากบำรุงได้ดีเลยค่ะไม่มีสารอันตราย ไม่ว่าจะเป็นน้ำหอม ซิลิโคน เนื้อดี ลื่นสบายผิว ใครใช้ก็ปลื้ม Lalaacram

มอยส์ชมพู 🩷 มอยส์ ข้าวไทย ผิวแบบไหนก็รอด เค้าทำหน้าที่เหมือนมอยส์A I เจนให้ผิวได้รับการดูแลแม้จะมีผิวแบบใดก็ตาม ให้ความชุ่มชื้นสูง แม้เนื้อเจลครีมไม่หนักผิว มีสารแอคทีฟที่ดีกับผิวด้วยสารสกัดข้าวไทยที่มีประโยชน์กับผิวสูง ส่วนประกอบที่โดดเด่นและไม่เหมือนใคร ปีหน้าเตรียมเอฟกันได้ HERBITAGE

มอยส์น้อง oceans 💙 มอยส์บ้าน labatorian Oceans Beyond Moisturizer 🌊 มอยส์เนื้อเจลเย็นสบายผิว ที่มีครบทั้ง HUMECANTS. EMOLANT OCCLUSIVE ยังเป็นแอนตี้ออกซิแดนซ์ SOOTHING CERAMIDE หลายชนิดช่วยให้ผิวแข็งแรง ยังมี ไนอาซินาไมด์ที่ดีกับผิวหลายด้าน ตัวนี้ทาแล้วไม่เหนียวผิว กดใช้แบบเพลินมากค่า ผิวมันรักมาก ใช้ดีไม่อุดตัน The Labatorian

มอยส์ฟูว realme 🩵 มอยส์ฟู REAL ME Aqua Bank Plump Glow Hydrate Moisture Cream มอยส์เนื้อลื่น ที่ลงเป็นตัวแรก แล้วจะช่วยดึงสกินแคร์ตัวต่อไปลงผิวได้ดียิ่งขึ้นมอยส์ที่ทำให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื้น กระชับรูขุมขน กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ลดริ้วรอยจาง ๆ ผิวแข็งแรงอิ่มฟู​ทาได้ทั้งหน้าเลยนะคะ ทั้งปากและรอบดวงตา เพราะเค้าอ่อนโยน เป็นมอยส์ที่มาแรงแซงโค้ง ที่มาใช้รัวๆ ตอนเกือบสิ้นปี แล้วหมดรัวๆ ไปหลายหลอดมาก พอใช้ต่อเนื่องผิวมันดีขึ้นจริง ๆ ผิวนุ่ม ชุ่มชื้นดีมาก REAL ME Cosmetics

#มอยส์เจอร์ไรเซอร์

#ผิวชุ่มชื้น

#Lemon8ฮาวทู #รีวิวบิว #moisturizer

2025/12/10 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนเข้าใจว่าผิวมันไม่ต้องทามอยเจอร์ไรเซอร์ แต่จากที่ลองเองคือ “ยิ่งผิวมันยิ่งควรทา” เพราะถ้าผิวขาดน้ำ ต่อมไขมันมักยิ่งผลิตน้ำมันเพิ่ม ทำให้หน้ามันไวและเมคอัพหลุดง่ายกว่าเดิม มอยเจอร์ไรเซอร์ที่ดีเลยเป็นเหมือนตัวช่วยบาลานซ์ผิวให้ชุ่มชื้นแบบพอดี ๆ ไม่ใช่ทาแล้วมันเยิ้มค่ะ ถ้าคุณกำลังเสิร์ชคำว่า “มอยเจอร์ไรเซอร์” หรือ “ครีมที่มีมอยเจอร์ไรเซอร์” แล้วเลือกไม่ถูก ลองเช็กตามนี้ก่อน จะช่วยตัดช้อยส์ได้ไวมาก 1) เลือกเนื้อให้เหมาะกับผิวมัน - เนื้อเจล/เจลครีม: ส่วนใหญ่สบายผิว ซึมไว เหมาะกับกลางวันหรือคนที่ไม่ชอบความหนึบ - เนื้อครีมลื่น ๆ: ถ้าเลือกสูตรที่ไม่หนักผิวก็ใช้ได้ โดยเฉพาะวันที่เปิดแอร์หรือผิวระคายง่าย ทริคของเรา: ทาน้อย ๆ แล้วค่อยเพิ่ม จะคุมความเหนอะได้ดีมาก 2) ดู “ส่วนผสมให้ความชุ่มชื้น” ที่ผิวมันมักถูกกับมัน - Humectants (ดึงน้ำไว้ในผิว) เช่น glycerin, hyaluronic acid, panthenol จะช่วยให้ผิวดูอิ่มน้ำ - Ceramides/soothing (ช่วยผิวแข็งแรง) ถ้าช่วงไหนหน้าแห้งลอก แสบ ๆ แดง ๆ ให้มองหากลุ่มนี้ - Niacinamide (ถ้าผิวรับได้) ช่วยเรื่องผิวมัน รูขุมขน และความแข็งแรงของผิวหลายด้าน 3) แล้ว “occlusive” ต้องมีไหม? สำหรับผิวมันไม่จำเป็นต้องหนัก แต่ควรมีนิด ๆ เพื่อเคลือบผิวกันน้ำระเหย ทำให้ความชุ่มชื้นอยู่ได้นาน แบบที่ในสายมอยส์เนื้อเจลบางตัวจะใส่มาครบทั้ง humectants/emollient/occlusive แต่คุมความรู้สึกบนผิวให้ไม่มันค่ะ 4) วิธีใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ให้ไม่อุดตันง่าย (ทำแล้วเวิร์ก) - ทาหลังล้างหน้าตอนผิวยังหมาด ๆ จะช่วยล็อกน้ำได้ดีขึ้น - ปริมาณ: เริ่มเท่าเมล็ดถั่วเขียว/ถั่วลันเตา แล้วค่อยเพิ่มเฉพาะจุดแห้ง - กลางวันให้ตามด้วยกันแดดเสมอ เพราะมอยเจอร์ไรเซอร์อย่างเดียวไม่กันแดด - ถ้าวันไหนลงหลายสเต็ป ให้มอยส์เป็นชั้นที่ “เชื่อม” เซรั่มกับกันแดด/เมคอัพ เนื้อจะเนียนขึ้นและไม่เป็นขุยง่าย 5) เช็กสัญญาณว่า “มอยส์ที่ใช้เหมาะกับเราไหม” - เหมาะ: ผิวชุ่มชื้นขึ้น หน้ามันช้าลง แต่งหน้าติดขึ้น ไม่คันไม่ผด - อาจไม่เหมาะ: ตื่นมาหน้ามันเยิ้ม/สิวอุดตันเพิ่ม แสบยิบ ๆ หรือเป็นขุยเพราะเนื้อไม่เข้ากับสกินแคร์ตัวอื่น สรุปคือ มอยเจอร์ไรเซอร์ที่ดีสำหรับผิวมันควร “ชุ่มชื้นแต่ไม่หนักผิว” เนื้อดีสบายผิว ใช้แล้วผิวดูแข็งแรงขึ้นเรื่อย ๆ ลองเลือกจากเนื้อและส่วนผสมที่ตอบโจทย์ แล้วค่อยปรับปริมาณตามสภาพผิวแต่ละวัน รับรองว่าผิวมันก็ทามอยส์แล้วรอดได้เหมือนกันค่ะ