Eversense ทำถึงอีกแล้ว !!
น้องออกใหม่มี 3 ตัว มีสีฟ้า สีชมพูและพีช (เป็น body mist) ซึ่งเราลองฉีดสีฟ้าแล้วหอมมาก พีชก็หอม กลิ่นติดผิว แต่พีชกลิ่นจะค่อนข้างอ่อน ๆ ส่วนสีมชมพูยังไม่ได้ลอง
ราคา ⭐️⭐️⭐️⭐️
ความคุ้มค่า ⭐️⭐️⭐️⭐️
ติดทน ⭐️⭐️⭐️
(กลิ่นติดเสื้อมาก อาจจะไม่ฟุ้งเท่าตอนฉีดแต่มันก็ยังลอยมาเรื่อย ๆ )
ถ้าใครกำลังหา “น้ำหอม Eversense รีวิว” แบบอ่านจบแล้วตัดสินใจได้เลย เรามาสรุปให้ละเอียดขึ้นจากที่ลองใช้จริงนะคะ เพราะคอลเลกชันใหม่ที่เป็น body mist ออกมาทีเดียว 3 สี (ฟ้า/ชมพู/พีช) เลย ทำให้หลายคนลังเลว่าจะเริ่มที่สีไหนก่อนดี ภาพรวมกลิ่น (จากที่ลอง) - สีฟ้า: โทนสดชื่นใส ๆ เหมาะมากกับคนชอบกลิ่นสะอาด ๆ ฉีดแล้วให้ฟีลเฟรชทันที กลิ่นแนวซิตรัส-ฟลอรัลแบบไม่ฉุน (แนว ๆ เบอร์กาม็อต + ดอกไม้ + มัสก์) คือฉีดแล้วดู “ตัวหอม” แบบสบาย ๆ ไม่เวียนหัว - สีพีช: หอมหวานละมุนกว่า เหมาะกับวันที่อยากได้ความน่ารักเบา ๆ แต่ส่วนตัวรู้สึกว่าความเข้มกลิ่นจะอ่อนกว่าโทนฟ้า กลิ่นไม่ฟาด เหมาะกับสายฉีดใกล้ ๆ ตัว หรือฉีดซ้ำระหว่างวัน - สีชมพู: ยังไม่ได้ลองเหมือนกัน แต่ถ้าใครชอบโทนหวาน/ฟลอรัล ควรไปเทสต์ที่ร้านก่อน จะได้เลือกตรงสไตล์ ติดทนแค่ไหน? (ทริคให้กลิ่นอยู่กับเรานานขึ้น) body mist ส่วนใหญ่จะไม่ได้ติดทนเท่าน้ำหอม แต่ตัวนี้ข้อดีคือ “กลิ่นติดเสื้อ” ค่อนข้างดีค่ะ ตอนฉีดใหม่ ๆ อาจจะไม่ฟุ้งนาน แต่จะมีความหอมลอยมาเรื่อย ๆ โดยเฉพาะบนผ้า ทริคของเรา: 1) ฉีดหลังอาบน้ำตอนผิวยังชุ่มนิด ๆ หรือทาโลชั่นไม่มีน้ำหอมก่อน กลิ่นจะเกาะผิวดีขึ้น 2) เน้นฉีดจุดชีพจร (คอ ข้อมือ ข้อพับแขน) และฉีดบนเสื้อ/ผ้าพันคอเบา ๆ 3) พกไว้ฉีดเติมช่วงบ่าย โดยเฉพาะสีพีชที่กลิ่นจะนุ่มกว่า เหมาะกับโอกาสไหน? - ไปเรียน/ไปทำงาน: สีฟ้าคือปลอดภัย ใช้ง่าย กลิ่นสะอาดสดชื่น - เดท/คาเฟ่/วันสบาย ๆ: สีพีชจะให้ฟีลหวานละมุน ใกล้ชิดได้แบบไม่ฉุน - คนไม่ชอบน้ำหอมแรง ๆ: เริ่มที่ body mist ดีมาก เพราะกลิ่นจะนุ่มและคุมความฟุ้งง่าย สรุปความคุ้มค่า ถ้าถามว่า “คุ้มไหม” สำหรับเราให้คุ้มค่าดี โดยเฉพาะคนที่อยากได้ไอเท็มฉีดได้ทุกวัน กลิ่นดูสะอาดและเป็นมิตรกับคนรอบข้าง แนะนำเริ่มจากสีฟ้าก่อนเพราะกลิ่นชัดและสดชื่นที่สุดในความรู้สึกเรา แล้วค่อยเพิ่มพีชไว้สลับวันหวาน ๆ ค่ะ

ต้องลองละ