ความทรงจำเลือนลางในยุค 90✨

ฉันเกิดในปี 1999 จำความได้ นอนในบ้านคล้ายๆกระท่อม มีผ้าบังกันลม จุดตะเกียง 1 ดวง อากาศหนาวเหน็บในยามค่ำคืนนอนเคียงข้างพ่อกับแม่ อุ่นใจที่สุด🩵

โตมาอีกนิดเริ่มซนเจอไม้เรียวแม่บ่อยครั้งท่านพ่อโอ๋ตลอด พาปั่นจักรยานเล่นเวลาร้องไห้ ครอบครัวของเราค่อนข้างยากจน ทำนาอย่างเดียว ช่วงไถนาเราชอบเดินตามหลังพ่อ

ชอบกลิ่นไอดิน 🍀 พ่อจะเลี้ยงควายตัวใหญ่ 1-2 ตัวเพื่อใช้ไถนา ( เราก็สงสารมันนะช่วงนั้น แต่แค่ความคิดตอนเด็กจะทำอะไรได้😂 )

ที่นาจะมีป่าใกล้ๆ มีลำธารน้ำเย็นสายเล็กๆ มีสระน้ำกลางป่า พี่ชายแอบพาไปนั่งเล่นเถาวัลย์ มีเสียงนกร้อง กระรอกตัวน้อยๆ

.

เติบโตมาหน่อยพออยู่บ้านคนเดียวได้ช่วงอายุ 7-8 ขวบ อยู่บ้านคนเดียว ไม่สิ มีน้องหมาเป็นเพื่อนเราชอบน้องมากเล่นกับน้องจนน้องอ๋อง55555 ทั้งกอด ทั้งอุ้ม ทั้งหอม แถมเราทั้งสองเลี้ยงเหาไว้ในหัวด้วยนะ อิอิ ใจบุญมากๆ แต่แอบฆ่าเหมือนกันเวลาจับตัวได้ 55+🥹 มีช่วงหนึ่งฝนตกหนักมากฟ้าร้องน่ากลัวลมแรงใบไม้เสียดสีกับลังคาน่ากลัวมากๆ พ่อกับแม่ยังอยู่ที่นา เราอยู่บ้านมืดๆแบบนั้น เกือบร้องไห้ ดีนะมีหมาให้กอด อบอุ่นขึ้นมาบ้างรอจนกว่าพ่อกับแม่กลับมา

.

โตมาอีกนิดเลี้ยงวัว ไปจับปลา ขุดหาปู ช้อนกุ้งเต้น ฯลฯ เป็นชีวิตที่ดีมีความสุขมากๆ อากาศสดชื่นบริสุทธิ์ ช่วงวัย 9 ขวบ พ่อกับแม่ต้องไปถอนมัน เราอยู่บ้านกับพี่ชาย กินข้าวที่บ้านยาย สมัยนั้นพ่อแม่ต้องใจแข็งขนาดไหนถึงกล้าปล่อยลูกอยู่กันตามลำพัง ฉันแอบร้องไห้เวลาพ่อแม่ไปทำงาน คิดกลับกันตอนนี้ที่มาทำงานต่างจังหวัดท่านคงมีความรู้สึกเหมือนกับเราตอนเด็กหรือเปล่านะ 🍀✨🌸

.

ตอนเด็กอยากโตมากๆ โตมาเท่านั้นแหละ โตมาทำไม อร้ากกกก 55555😂

🌌🌠

ทุกคนละคะชีวิตในยุค 90 มีความสุขขนาดไหนกัน มาแชร์ความทรงจำดีดีกันคะ 🩷

#สตอรี่ของฉัน #ย้อนวันวาน #ประสบการณ์ตรง #ยุค90 #lemon8ไดอารี่

2025/11/21 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าพูดถึง “บ้านยุค 90” ในความทรงจำของเรา ภาพจะไม่ใช่บ้านปูนสวยๆ แต่เป็นบ้านไม้/กระท่อมเรียบๆ ที่อยู่กับธรรมชาติแบบสุดๆ บ้านยุค 90 ไทยในชนบทหลายหลังจะยกพื้นพอประมาณ ใต้ถุนไว้เก็บของหรือผูกวัวควาย บางบ้านมีผ้าหรือสแลนบังลมแทนผนังบางส่วน พอตกกลางคืนอากาศหนาวๆ ก็ต้องอาศัยผ้าห่มหนาๆ กับการนอนชิดพ่อแม่ถึงจะอุ่นใจ สิ่งที่ชัดมากสำหรับเราคือ “แสง” ในบ้านยุค 90 ตอนนั้นไฟฟ้าไม่ได้สะดวกเหมือนทุกวันนี้ บางบ้านใช้ตะเกียงเป็นหลัก แสงสีส้มๆ สลัวๆ ทำให้บ้านทั้งหลังดูเงียบและอบอุ่นไปพร้อมกัน ยิ่งคืนไหนฝนตกหนัก ฟ้าร้อง ลมแรง เสียงใบไม้เสียดสีกับหลังคายิ่งทำให้บรรยากาศน่ากลัวแบบเด็กๆ แต่ก็เป็นคืนที่จำได้ไม่ลืม เพราะได้รู้สึกถึงคำว่า “รอ” รอให้พ่อแม่กลับจากนา แล้วทุกอย่างจะปลอดภัยขึ้นทันที อีกอย่างที่เป็นเสน่ห์ของบ้านยุค 90 คือกลิ่น—กลิ่นไอดินหลังฝนตก กลิ่นทุ่งนา กลิ่นฟาง กลิ่นควันไฟจากครัวบ้านๆ บางบ้านยังทำกับข้าวด้วยเตาถ่านหรือเตาฟืน ควันลอยอวลๆ ติดเสื้อผ้า แต่แปลกมากที่พอโตมา กลับคิดถึงกลิ่นนั้นที่สุด วิถีชีวิตรอบบ้านก็ “เป็นสนามเด็กเล่น” ของจริง เด็กยุค 90 หลายคนโตมากับการเดินตามพ่อแม่ไปนา ไปสวน แถวบ้านมีลำธารเล็กๆ มีสระน้ำกลางป่า มีเสียงนก กระรอก หรือบางทีพี่ๆ ก็พาไปนั่งเล่นเถาวัลย์แบบเสี่ยงๆ หน่อย แต่สนุกมาก กลับบ้านมาก็มีเพื่อนเป็นน้องหมา เล่นกันจนลืมเวลา—สำหรับเราแค่มีหมาให้นอนกอดตอนกลัวฟ้าร้องก็ดีขึ้นเยอะแล้ว ถ้าใครกำลังค้นหาไอเดีย/ภาพจำของ “บ้าน ยุค 90 ไทย” ลองนึกถึงองค์ประกอบเหล่านี้: บ้านไม้ยกพื้น ใต้ถุนโล่ง ตะเกียงหรือหลอดไฟสลัวๆ ผ้าบังลม ครัวควันฟืน ทางดินหน้าบ้าน ทุ่งนา และเสียงธรรมชาติที่ดังแทนเสียงรถ แล้วของคุณล่ะ…ความทรงจำบ้านยุค 90 เป็นแบบไหน? เป็นบ้านไม้ บ้านปูนชั้นเดียว หรือบ้านในซอยที่ต้องวิ่งเล่นหน้าบ้านกับเพื่อนๆ มาเล่าให้ฟังหน่อยนะว่า “ความทรงจำยุค 90 ของคุณ คือแบบไหน”

9 ความคิดเห็น

รูปภาพของ NuNu'
NuNu'

ตอนเด็กครอบครัวเราเป็นเกษตรกรนากุ้ง มีบ้านนะแต่กลัวคนขโมยของ ต้องไปนอน กะต๊อบข้างบ่อกุ้ง ไฟก็มาจากรถไถปั่นไฟ เสียงดังมากกก หนาวก็หนาวเหน็บแบบต้นโพสเลย แต่ด้วยความเด็กก็ใช้ชีวิตสนุกๆไปวันๆ โตมาจึงรู้สึกว่ามันลำบาก😂

ดูเพิ่มเติม(1)
รูปภาพของ Happy life
Happy life

เด็กยะลา ลูกชาวนา เกิดปี 1988 เป็นช่วงชีวิตที่โลดโผนสุดๆ ปีนป่ายต้นไม้ เพื่อคุยและกินมาม่าในวัยไม่ถึงสิบ เดินตามพี่สาวเข้าป่าเพื่อสร้างเพิง หุงข้าวด้วยกระป๋องนม ทำของเล่นเองแทบทุกอย่าง (ไม่ใช่แค่เพราะจนนะ แต่ไม่มีให้ซื้อ!) เดินตามพ่อที่ไถนาเพื่อจับปลา นั่งบนรถคันไถ ดำนา เกี่ยวข้าว ปลูกผัก ขายผัก ช่วยแม่ทำขนม และ ช่วยขายด้วย ในวัยประถมนี่แหละ อายุ 3-6 ขวบเดินทางจากบ้านไปบ้านนาทุกวัน วันละ 5 กิโล! น้ำท่วมทีนึงเหมือนได้เล่นน้ำในสระส่วนตัว ทีวีขาวดำ เปิดปิดด้วยระบบหัวแม่ตีน😂 กิจกรรมประจำกลุ่มคือ เล่นซ่อนหา มอนซ่อนผ้า งูกินหาง กระโดดยาง หมากเก็บ บลาๆๆๆ บอกไม่ไหว… ชีวิตบ้านๆ เริ่มเปลี่ยนเมื่อ ปี 2007 ที่เริ่มเข้ามหาลัย.. ที่เริ่มมีโทรศัพท์ปุ่มกด และพัฒนาเรื่อยมา…. จนตอนนี้มามาทำงานที่ภูเก็ต รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคน 2 ยุค…. ทันทั้งโลเทค และ ไฮเทค🥰🥰

ดูเพิ่มเติม(1)

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม