Automatically translated.View original post

Share the Bully Experience, Friend.

# Life lessonsIn childhood, I don't know how many years I can't remember.

My childhood was really naughty, hahahaha. There were 2 female friends who were fat in shape. Yes!! I saw other friends tease, so we said that some friends like that. Friends were angry, chased, teased, fun. For a long time, friends became serious angry, so we rarely called friends fat!!!

.

But not too long ago, I was a fat person instead, hahahaha. Everyone, as in the picture you see, this picture is probably about 20 +, but we were fat at the age of 12. My two friends got so tall that they were perfect. 😂 I was never teased to be fat when I was in school, competing to show off the belly of a little dog, but working on a juicy wheel. Confused!!!

When fat, we don't really bully about other people's faces or things that think people will feel bad (but if angry, another story).

.

This has taught us well what he is, what his story 🤣 has to teach you not to say that other people like that will enter me!!!But now I'm very focused. Come back to the same body and add the faded blood disease, haha.

.

And everyone, what's the matter with Bully?

I've been bullied a lot of things 😂. Some short ones are called dwarfs. Short fingers. Many people like to play our fingers and say that they are cute. 🍃🌿

# Don't Bully # Bully # Being bullied # Stop, Bully

2025/12/14 Edited to

... Read moreประสบการณ์การโดนบูลลี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับใครหลายคน โดยเฉพาะเมื่อมันเกิดขึ้นจากเพื่อนที่ใกล้ชิดในวัยเด็ก ถึงแม้ว่าในช่วงแรกผู้เขียนเองจะรู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของการแซวเล่น แต่เมื่อเวลาผ่านไปและมีผลกระทบทางความรู้สึกที่รุนแรงขึ้น ก็ทำให้เข้าใจว่าการพูดจาล้อเลียนที่เกินไปนั้นสามารถเปลี่ยนจากความสนุกสนานเป็นเรื่องที่เจ็บปวดได้ คำว่า "บูลลี่" จึงไม่ใช่แค่การล้อเล่นธรรมดา แต่มันหมายถึงการกระทำที่ทำให้ผู้อื่นรู้สึกแย่ ถูกดูถูก หรือโดนทำร้ายทางจิตใจ ซึ่งมักจะมีผลเสียต่อความมั่นใจในตัวเองและพฤติกรรมระยะยาว การที่ผู้เขียนโดนล้อเรื่องรูปร่างตัวเองจนเปลี่ยนแปลงทัศนคติและการกระทำ ก็แสดงให้เห็นถึงผลกระทบที่ลึกซึ้งของคำพูดและการกระทำของคนรอบข้าง สิ่งที่น่าสนใจคือ บทเรียนสำคัญที่ผู้เขียนได้รับ คือการเลิกบูลลี่คนอื่น และเข้าใจว่าทุกคนมีความแตกต่างกันและควรเคารพในกันและกัน นอกจากนี้ยังแสดงถึงการเรียนรู้ว่า "เขาจะเป็นอะไรก็เรื่องของเขา" ซึ่งช่วยลดความเครียดและเพิ่มความอดทนต่อความแตกต่างของผู้อื่น นอกจากนี้ การพูดถึงโรคเลือดจางที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ก็แสดงถึงความจริงใจและความสัมพันธ์ระหว่างสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่อาจมีความเชื่อมโยงกัน อีกทั้งการที่ผู้เขียนถามผู้อ่านว่าตัวเองโดนบูลลี่เรื่องอะไรบ้าง ก็เป็นการเปิดโอกาสให้เกิดการสื่อสารและแชร์ประสบการณ์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าใจกันและกันมากขึ้น ในทางปฏิบัติ การหยุดบูลลี่ควรเริ่มจากการตั้งใจฟังและให้ความเคารพผู้อื่น เห็นใจความรู้สึก และเป็นตัวอย่างที่ดีในชุมชน สังคม หรือวงเพื่อนฝูง การพูดคุยเปิดใจเกี่ยวกับผลกระทบของการบูลลี่ และการสร้างความเห็นอกเห็นใจ จะช่วยลดปัญหาและสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและปลอดภัยสำหรับทุกคน ท้ายที่สุด การเล่าเรื่องประสบการณ์จริงที่มีทั้งความสนุก สนาน และข้อคิดอย่างนี้ ช่วยให้บทความนี้ไม่เพียงแต่เป็นการแชร์เรื่องส่วนตัว แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้และแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่อาจกำลังเผชิญกับสถานการณ์คล้ายกัน มันเป็นการสร้าง "บทเรียนชีวิต" ที่มีคุณค่ามากกว่าการเขียนเพียงเล่าเรื่องทั่วไป การแชร์ประสบการณ์อย่างเปิดเผยและซื่อสัตย์แบบนี้ยังช่วยลดการตีตราและความรู้สึกโดดเดี่ยว เพราะหลายคนที่โดนบูลลี่อาจไม่กล้าพูด หรือคิดว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญ การแสดงให้เห็นว่ามีคนที่เคยผ่านเรื่องราวเช่นกันและสามารถเรียนรู้จากมันไปได้ ช่วยให้เกิดความหวังและพลังใจในการเผชิญกับสถานการณ์ที่ซับซ้อนนี้