🌈“สมบัติมนุษย์”

สิ่งที่หลวงพ่อเน้นอยู่ประจำคือการใช้สติปัญญาเป็นหลักในการพัฒนาตน และแก้ปัญหาสังคม ท่านบอกว่าไม่ต้องเอาขนบธรรมเนียมประเพณีพุทธมาใช้จนเกินไป เพราะสิ่งเหล่านี้ในแต่ละประเทศแตกต่างกันบ้างเป็นปกติ แต่ควรจะนำหลักสากลของคำสอนของพระพุทธเจ้ามาแนะนำ ซึ่งหลวงพ่อเรียกว่า “สมบัติมนุษย์” อันเป็นคุณธรรมที่มนุษย์ควรจะมี เป็นคุณธรรมซึ่งเกิดจากการบำเพ็ญภาวนา ได้แก่ การมีศีลธรรม เมตตาธรรม มีไมตรีจิตต่อกัน ซึ่งจะช่วยดับความทุกข์ได้นั่นเอง

การไปเทศน์ในต่างประเทศของท่าน พระและญาติโยมต่างชาติต้องรอฟังคำแปลประมาณ 30-40 นาที เพราะหลวงพ่อพูดต่อเนื่องไม่หยุดให้แปลก่อน แต่พระเณรและญาติโยมกลับชอบฟังท่านเทศน์ คงเพราะความรู้สึกเย็นสบายเมื่อหลวงพ่อกำลังพูด รู้สึกว่าได้รับพลังเมตตาจากท่าน และที่ท่านแสดงออกถึงกิริยามารยาทอันสงบ สำรวมกาย วาจาและใจ อันหาได้ยากในปัจจุบันไม่ว่าในประเทศไหน เป็นอารมณ์ที่เป็นอุเบกขาธรรมหรือความสงบทางใจนั่นเอง

หลวงพ่อมักสื่อสารความสงบให้คนได้สัมผัส โดยเฉพาะคนในโลกตะวันตกซึ่งไม่คุ้นเคยกับคำว่าสำรวมกายวาจาใจเท่าใดนัก ด้วยการเดิน การนั่ง การยืนของท่านในที่ต่าง ๆ หลวงพ่อสามารถทำให้คนเข้าใจได้ว่า ท่านไม่เกี่ยวข้องกับโลกธรรมอะไร โดยไม่ต้องใช้ภาษา

เมื่อพระเณรชาวต่างชาติอยู่กับหลวงพ่อ มีหลายรูปแม้ไม่เข้าใจคำพูดอบรมของท่าน แต่ก็ยังชอบอยู่กับท่าน และไม่เบื่อที่จะสังเกตท่าน เช่นเมื่อท่านเดินชมรอบบริเวณวัดหรือตามป่าไม้ พระต่างชาติที่บวชใหม่ ไม่เคยเจอครูบาอาจารย์ไทยมาก่อน มักชอบไปหาหลวงพ่อในช่วงเย็นที่กุฏิ เพื่อจะได้มีโอกาสอยู่ใกล้ ๆ ท่าน คอยอุปัฏฐากท่าน แม้ไม่เข้าใจภาษา แต่ก็ได้รับความอบอุ่นเสมือนท่านเป็นพ่อแม่…

เป็นที่น่าสังเกตว่า ช่วงที่หลวงพ่อเดินทางไปเมืองนอก เป็นช่วงที่หลวงปู่ชามรณภาพนานมาแล้ว และผู้ที่มาพบหลวงพ่อเลี่ยมในช่วงนี้ทั้งพระและโยม ส่วนใหญ่ไม่เคยมีโอกาสเจอหลวงปู่ชามาก่อน แต่ยินดีที่ได้ฟังเรื่องเล่าของวัดหนองป่าพงทั้งในอดีตและปัจจุบัน ด้วยความเลื่อมใสศรัทธาในครูบาอาจารย์รุ่นลูกศิษย์ของหลวงปู่ ยิ่งชาวต่างชาติที่ไม่เคยอยู่ประเทศไทยหรือทวีปเอเชียมาก่อน ต่างรู้สึกประทับใจเป็นพิเศษ เมื่อมีโอกาสพบหลวงพ่อผู้สอนธรรมโดยกิริยาอันสง่างาม สำรวมสงบ ไม่ใช่แต่เฉพาะเทศน์อบรมอย่างเป็นทางการเท่านั้น…สาธุ.Wachisong

วัดหนองป่าพง (หลวงปู่ชา)
6/15 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการสอนธรรมะของหลวงพ่อเลี่ยมไม่เพียงแต่เป็นเรื่องคำพูดเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงพลังจิตและการแสดงออกที่สงบสำรวม ไปจนถึงวิถีชีวิตประจำวันที่สะท้อนความเมตตาและศีลธรรมอย่างแท้จริง เมื่อผมได้มีโอกาสชมวิดีโอและอ่านเรื่องราวของท่าน พบว่าท่านใช้วิธีการสอนที่แตกต่างด้วยการไม่หยุดถ้อยคำเพื่อให้จิตใจผู้ฟังได้เข้าใจและซึมซับอย่างเต็มที่ แม้บางครั้งผู้ฟังต้องรอคำแปลนาน ก็กลับรู้สึกถึงความอบอุ่นและความเป็นมิตรจากท่าน วิธีที่หลวงพ่อสื่อสารความสงบผ่านกิริยาท่าทาง ทำให้ผู้คนจากหลายวัฒนธรรมเข้าใจความหมายของการสำรวมกาย วาจา และใจโดยไม่ต้องใช้ภาษาเป็นตัวกลาง นี่คือความทรงคุณค่าที่อาจเข้าใจยากในโลกตะวันตก แต่หลวงพ่อทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องใกล้ตัว และเป็นสมบัติมนุษย์ที่ทุกคนควรมี ประสบการณ์ของพระเณรชาวต่างชาติที่อยู่ใกล้ชิดกับหลวงพ่อยังเผยให้เห็นถึงความสามารถของท่านในการมอบความรักและความอบอุ่นทางใจอย่างเหมือนพ่อแม่ ถึงแม้ภาษาและวัฒนธรรมจะแตกต่างกัน ความรู้สึกของพลังเมตตาที่หลวงพ่อมีต่อผู้ร่วมวัดเป็นสิ่งที่ทุกคนจับต้องได้และรู้สึกได้จริง ข้อมูลนี้ชวนให้เราเห็นภาพความสำคัญของการบำเพ็ญภาวนา ซึ่งไม่ใช่แค่การปฏิบัติตัวในเรื่องศีลธรรม แต่รวมถึงการใช้ปัญญาและความเมตตาในการแก้ไขปัญหาสังคมและสร้างความสุขแท้จริง สอนให้เราระลึกถึงคุณค่าของการรักษาความสงบและมีไมตรีจิตในทุกสถานการณ์ ซึ่งยังคงมีคุณค่าในยุคสมัยปัจจุบัน