Automatically translated.View original post

"Chill" until life is "worthless."

# Half-year reviewHalf-year 2026 review, when life forces it to "stop walking" because of loss...To the lesson of not having a dream scarier than thought.

Half a year ago...It's the hardest time of my life.

No one was prepared to lose both his father and his best friend at the same time. The monsoon was so crazy that the whole world was so crazy. The brain was so stubborn that the heart was so numb that there was no mind to work or focus on anything. The only thing I thought that day was, "I can't do it anymore. I can't leave. I can take a break. I can take a life to chill. I can heal myself first."

In the early months, it was like unlocking, taking a break from stress, leaving life still, not thinking about the future, about dreams, because just putting yourself through each day is full.

... too long a chill, with no point in the day, it doesn't heal us, but it slowly devours our souls, from thinking of resting to "stillness" to starting to feel "worthless."

6/23 Edited to

... Read moreการใช้ชีวิตแบบชิลๆ เพื่อพักผ่อนหรือเยียวยาตัวเองหลังจากประสบความสูญเสียเป็นเรื่องที่หลายคนเลือกทำ แต่จากประสบการณ์จริงพบว่าการหยุดนิ่งเกินไปโดยไม่มีเป้าหมายชัดเจนอาจทำให้เกิดความรู้สึกว่างเปล่าและไร้ค่าได้ เมื่อเราเผชิญกับภาวะซึมเศร้าหรือความโศกเศร้า การให้เวลากับตัวเองในการฟื้นฟูอารมณ์เป็นสิ่งจำเป็น แต่ถ้าหากปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยไม่ตั้งใจที่จะขยับตัวหรือหาวิธีสร้างแรงบันดาลใจใหม่ อาจทำให้จิตใจยิ่งตกต่ำและรู้สึกแย่ลงกว่าเดิมได้ จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมพบว่าการมีเป้าหมายเล็กๆ ในแต่ละวัน เช่น การออกไปเดินเล่น ทำกิจกรรมที่เคยชอบ หรือแบ่งเวลาคุยกับคนที่ไว้ใจ ช่วยทำให้ความรู้สึก "ชิล" แปรเปลี่ยนเป็นพลังที่ช่วยผลักดันตัวเองให้ก้าวไปข้างหน้าได้น้อยลงเรื่อยๆ แทนที่จะจมอยู่กับความนิ่งซ้ำซาก สเต็ปสำคัญคือการยอมรับว่าการพักผ่อนทางจิตใจเป็นเรื่องสำคัญ แต่ควรตั้งเป้าหมายกลางๆ ที่ชัดเจน เพื่อให้การพักผ่อนนั้นกลายเป็นการฟื้นฟูอย่างแท้จริง ไม่ใช่การหยุดนิ่งที่ทำลายความรู้สึกมีคุณค่าในตัวเอง สำหรับใครที่กำลังรู้สึก "ไร้ค่า" หรือสูญเสียเป้าหมายชีวิต การเริ่มต้นด้วยการตั้งคำถามกับตัวเองว่าต้องการอะไรจริงๆ อาจช่วยให้มองเห็นเส้นทางใหม่ นอกจากนี้ควรหาผู้ฟังที่เข้าใจ และไม่รีบร้อนกับการฟื้นฟู เพียงเท่านี้ก็จะสามารถเปลี่ยนช่วงเวลาชิลๆ ที่ไร้ค่า ให้เป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตและมีชีวิตใหม่ที่มีความหมายมากขึ้นได้