Azabudai Hills แลนด์มาร์คใหม่ที่กว่าจะสร้างเสร็จใช้เวลากว่า 30 ปี ทำไมนาน? #เที่ยวต่างประเทศ #เที่ยวญี่ปุ่น #ลงทุน #azabudaihills #moribuilding
Azabudai Hills (หลายคนพิมพ์หา Azabu Hills) เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คใหม่ของโตเกียวที่ไปแล้ว “รู้สึกว่าเมืองเปลี่ยนจริงๆ” เพราะมันไม่ใช่แค่ห้างหรือจุดเช็กอิน แต่เป็นโปรเจกต์ยักษ์ที่ยกระดับทั้งย่านอาซาบุไดให้กลายเป็นเมืองขนาดย่อมในตึกเดียว—และนี่แหละที่เป็นเหตุผลหลักๆ ที่ทำให้ใช้เวลากว่า 30 ปี ทำไม Azabudai Hills ถึงใช้เวลาก่อสร้าง/พัฒนานาน? 1) เป็นโครงการรีดีเวลอป “จากชุมชนเก่า” ไม่ได้สร้างบนที่ดินโล่งๆ ต้องคุยกับเจ้าของที่จำนวนมากทีละราย ทั้งเรื่องสิทธิที่ดิน การย้ายที่อยู่ และการจัดสรรผลประโยชน์ให้ทุกฝ่ายยอมรับได้ (ส่วนนี้ใช้เวลามากที่สุด) 2) งานผังเมืองและโครงสร้างพื้นฐานซับซ้อน ต้องเชื่อมถนน ทางเดิน ระบบขนส่ง และพื้นที่สาธารณะให้เป็นมิตรกับคนเดิน ไม่ใช่แค่ตึกสูงแล้วจบ 3) ขนาดโครงการใหญ่มาก มีทั้งออฟฟิศ ที่พักอาศัย ร้านอาหาร พื้นที่สีเขียว และจุดชมวิว ทำให้ต้องวางระบบความปลอดภัย การจราจร และการอพยพให้ได้มาตรฐานระดับสูง 4) งานก่อสร้างตึกสูงระดับท็อปของญี่ปุ่น รายละเอียดโครงสร้างและมาตรฐานแผ่นดินไหวเข้มมาก ยิ่งสูงยิ่งต้องพิถีพิถัน ไป Azabudai Hills แล้ว “ควรดูอะไร” ให้คุ้ม? - เดินเล่นโซนพลาซ่าและพื้นที่สีเขียว: ฟีลเหมือนเขายกสวนมาไว้กลางเมือง เดินสบาย ถ่ายรูปง่าย - จุดเช็กอินกับตึกสูง: ถ้าชอบสถาปัตยกรรม แนะนำเงยหน้าดูเส้นตึกและมุมเงาสะท้อน ช่วงเย็นแสงสวยมาก - คาเฟ่/ร้านอาหาร: มีหลายแนว ตั้งแต่ขนมญี่ปุ่นไปจนถึงร้านนั่งชิล เหมาะกับการพักขาก่อนเดินต่อ ทิปส์จากประสบการณ์ส่วนตัวก่อนไป - ถ้าอยากถ่ายรูปคนไม่เยอะ แนะนำไปวันธรรมดาช่วงสาย หรือเย็นใกล้พระอาทิตย์ตก - ใส่รองเท้าที่เดินสบาย เพราะพื้นที่กว้างกว่าที่คิด และมีหลายชั้นให้เดินวน - ถ้ามีแพลนเที่ยวหลายย่าน วันเดียวสามารถจัดคู่กับ Roppongi หรือ Tokyo Tower ได้ เดินทางต่อสะดวก สรุปสั้นๆ: Azabudai Hills เป็นโปรเจกต์ที่กว่าจะเกิดได้ต้อง “เปลี่ยนทั้งย่าน” จากชุมชนเดิมสู่เมืองแนวตั้งขนาดใหญ่ เลยใช้เวลานานกว่า 30 ปี แต่พอไปจริงจะเข้าใจว่ามันไม่ได้ใหม่แค่ตึก—มันใหม่ทั้งประสบการณ์ของการเดินเมืองในโตเกียวเลย







