ม้าที่ไม่มีเสียงคำราม จะไปรอดมั้ย? ชวนวิเคราะห์ว่า Ferrari มองเห็นอะไรในรถ EV ในวันที่คนอื่นถอย #ลงทุน #ferrari #ferrariluce #ev
ในช่วงเวลาที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้ากำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังมีเสียงวิจารณ์และความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนการผลิตและความพร้อมทางเทคโนโลยี Ferrari เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจมาก เพราะพวกเขาไม่เพียงแค่เดินหน้าพัฒนาและเปิดตัวรถ EV รุ่นแรกอย่าง Luce แต่ยังลงทุนอย่างมหาศาลในงานวิจัยและพัฒนา (R&D) ถึง 245 ล้านยูโร และเพิ่มขึ้นอีก 5% เมื่อเทียบกับปีก่อน สิ่งที่ทำให้ Ferrari แตกต่างคือการเลือกผลิตชิ้นส่วนสำคัญทั้งหมดเองภายในโรงงาน นั่นสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด และการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ดีไซน์จะดูเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งอาจทำให้นักลงทุนบางส่วนกังวล แต่ก็แสดงถึงการปรับตัวเพื่ออนาคต สำหรับนักลงทุนหรือผู้ที่สนใจตลาดรถยนต์ไฟฟ้าระดับหรู จุดเด่นอื่นๆ ที่ควรสนใจคือ Ferrari มีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง มีสภาพคล่องสูงถึง 2,407 ล้านยูโร และมีคิวจองรถล่วงหน้าถึงปี 2027 ซึ่งแสดงถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าในแบรนด์และเทคโนโลยีนี้ อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ Ferrari ยังมองเห็นโอกาสในเชิงภาษี เช่น การใช้ส่วนลดภาษีจากการลงทุนในรถไฮบริดที่สูงถึง 110% ซึ่งช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความน่าสนใจในการลงทุนระยะยาว นอกจากนี้ ลูกค้ายุคใหม่เริ่มเปิดรับรถ EV มากขึ้น แนวโน้มนี้น่าจะช่วยผลักดันยอดขายในอนาคต จากประสบการณ์ส่วนตัว การเป็นผู้นำในการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้ามีความท้าทายสูง ต้องกล้าลงทุนและยอมรับความเสี่ยงระยะสั้นเพื่อมองเห็นผลตอบแทนระยะยาว Ferrari ดูเหมือนจะมีแผนรองรับอย่างดี ถึงแม้อาจมีเสียงวิจารณ์ในตอนแรก แต่การรักษาภาพลักษณ์แบรนด์และตอบโจทย์ลูกค้า Ultra High Networth คนรุ่นใหม่ที่ต้องการเทคโนโลยีและความเป็นเอกลักษณ์เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ Ferrari มีโอกาสสำเร็จในตลาด EV อย่างยิ่งใหญ่






























