โอโทโร่ราคาหลักสิบ ที่ทุกคนเข้าถึงได้ และนี่คือผู้เล่นใหม่แบรนด์ไทยในสงครามซูชิ กับร้าน Sushi Roka #ลงทุน #อาหารญี่ปุ่น #honmaguro #sushi
ถ้าใครเสิร์ชหา “Sushi Roka เมนู” เหมือนกัน เรารวมสิ่งที่ลอง/ที่อยากแนะนำให้สั่งไว้แบบอ่านจบแล้วสั่งได้เลย (สไตล์คนไปกินจริง ไม่ได้มานั่งเดาเมนู) 1) เมนูที่ควรเริ่มสั่ง ถ้าอยากรู้ว่าร้านนี้เด่นเรื่องอะไร - ฮอนมากุโระ (Honmaguro): อันนี้คือเหตุผลหลักที่ทำให้ Sushi Roka แตกต่างจากร้านสายพานทั่วไป รสชาติจะนุ่ม ละลายในปาก กลิ่นคาวน้อย ถ้าคุณเป็นสายทูน่า แนะนำให้ให้ “ฮอนมากุโระ” เป็นจานแรกๆ จะรู้ทางร้านทันทีว่าเน้นคุณภาพวัตถุดิบจริงไหม - ชูโทโร่ 59 บาท / โอโทโร่ 69 บาท: สองคำนี้คือเมนูที่ทำให้คนพูดถึงคำว่า “โอโทโร่หลักสิบ” ชัดๆ ถ้าชอบมันแทรกแบบพอดีๆ ไปชูโทโร่ก่อน ถ้าอยากฟินแบบไขมันฉ่ำขึ้นไปอีกค่อยจัดโอโทโร่ (เราแนะนำสั่งคู่กัน จะได้เทียบความต่าง) 2) เมนูรองที่ช่วยให้มื้อนี้ “อิ่มและบาลานซ์” ไม่เลี่ยนเกิน - ซาชิมิ/รวมปลาดิบ (Platter): เหมาะกับคนไปหลายคน หรืออยากลองหลายหน้าในรอบเดียว ได้ทั้งความคุ้มและไม่ต้องคิดเยอะ - กุนคัง (Gunkan) และมากิ (Maki): ถ้ากินแต่ทูน่าอย่างเดียวบางคนจะเริ่มเลี่ยน กุนคังกับมากิช่วยตัดรสได้ดี แถมกินง่าย - เมนูร้อน (เช่น Hotplate): เหมาะมากถ้าไปช่วงคิวแน่นๆ แล้วอยากให้อิ่มท้องเร็ว หรือมีคนในโต๊ะที่ไม่กินดิบ 3) ทริคสั่งเมนูให้คุ้ม (โดยเฉพาะช่วงโปร) - เช็กโปรโมชั่นก่อนสั่ง: จากที่เราเห็นร้านจะมีโปรเป็นช่วงๆ อย่างอูนิคำละ 199 หรือกุ้งหวานคำละ 49 (ถ้าเจอโปร ลองสั่ง 1-2 คำพอเพื่อเช็กรส แล้วค่อยเพิ่ม) - สั่งตัวเด่นทีละน้อย แต่สั่งเป็นรอบ: เพราะของสดบางอย่างหมดไว สั่งรอบแรกเป็น “ฮอนมากุโระ + ชูโทโร่ + โอโทโร่” อย่างละ 1 ก่อน ถ้าถูกใจค่อยเติม จะได้ไม่พลาดเมนูที่อยากลอง 4) บรรยากาศและข้อควรรู้ก่อนไป - ร้านอยู่เซ็นทรัลบางนา และช่วงแรกๆ คนค่อนข้างแน่น คิวอาจยาว (โดยเฉพาะถ้าวันหยุด/มื้อเย็น) - ถ้าไม่ชอบรอนาน แนะนำไปช่วงเปิดร้าน หรือหลบพีคประมาณบ่ายๆ จะสบายกว่า สรุปสำหรับคนที่กำลังหา “Sushi Roka เมนู” แบบเลือกไม่ถูก: ให้เริ่มที่ฮอนมากุโระเป็นตัวชูโรง แล้วจัดชูโทโร่ 59 กับโอโทโร่ 69 เพื่อเช็กความคุ้ม ต่อด้วยมากิ/กุนคังตัดเลี่ยน เท่านี้ก็ได้มื้อที่ทั้งฟินและคุมงบได้จริง