Automatically translated.View original post

📊 5 stocks excel in the Warren Buffett portfolio.

1.Apple (AAPL) - The technology stock that made a huge profit for Berkshire Hathaway.

2.Bank of America (BAC) - The big banks that Buffett believes in stability and growth.

3.American Express (AXP) - Financial stocks that have been with Buffet for decades.

4.Coca-Cola (KO) - A global brand that provides consistent dividends.

5.Chevron (CVX) - an energy stock that helps diversify the portfolio.

---

💡 Thoughts from Buffett 💲

> "The best investment is to invest in what you understand and believe in in the long run."

Question ❓

Which stocks do you think in the Buffetna portfolio invest the most? ❓

Hashtag

# WarrenBuffett # Invest # Stock # Investment # Capital think# Finance # Long-term investment # Buffet # Featured stock # Buffet style

2025/8/8 Edited to

... Read moreถ้าคุณกำลังค้นหาว่า “Warren Buffett ถือหุ้นอะไรบ้าง” เรามักจะเห็นหุ้น 5 ตัวนี้โผล่เป็นแกนหลักของพอร์ต Berkshire Hathaway อยู่บ่อยๆ และมันไม่ได้ดังเพราะชื่อแบรนด์อย่างเดียว แต่สะท้อน “สไตล์บัฟเฟต” ที่ชอบธุรกิจเข้าใจง่าย กระแสเงินสดดี และถือยาวแบบไม่หวั่นข่าวรายวัน มุมมองส่วนตัวเวลาไล่ดูพอร์ตบัฟเฟตคือ อย่าเพิ่งรีบซื้อตามทันที ให้ลองถาม 3 ข้อนี้ก่อน: (1) เราเข้าใจโมเดลธุรกิจเขาจริงไหม (2) รายได้/กำไรสม่ำเสมอแค่ไหน (3) ราคาที่เราจะซื้อ “แพงไปไหม” เพราะบัฟเฟตเองก็ไม่ได้ซื้อทุกช่วงราคา ไฮไลต์ของ 5 หุ้นตัวเก่งที่คนชอบหยิบมาอ้างอิงมีประมาณนี้ 1) Apple (AAPL) — หลายคนมองว่าเป็นหุ้นเทค แต่ในสายตาบัฟเฟต Apple คล้าย “แบรนด์ผู้บริโภค” ที่มีความภักดีสูงและระบบนิเวศ (ecosystem) แข็งแรง รายได้จากบริการช่วยให้กระแสเงินสดดูนิ่งขึ้น 2) Bank of America (BAC) — เป็นตัวแทนธีม “การเงินของเศรษฐกิจจริง” ถ้าเศรษฐกิจเดิน ระบบธนาคารมักได้อานิสงส์ และเป็นกลุ่มที่บัฟเฟตคุ้นเคยเรื่องงบการเงินพอสมควร 3) American Express (AXP) — จุดแข็งที่คนมักพูดถึงคือฐานลูกค้าคุณภาพและเครือข่ายการชำระเงินที่มีแบรนด์พรีเมียม ซึ่งทำให้มีความสามารถในการทำกำไรระยะยาว 4) Coca‑Cola (KO) — ตัวอย่างคลาสสิกของหุ้นแบรนด์ระดับโลกที่ให้เงินปันผลสม่ำเสมอ เหมาะกับคนชอบความนิ่งและเน้นถือยาว 5) Chevron (CVX) — มุมหนึ่งคือการ “กระจายความเสี่ยง” เพราะพลังงานมักมีวัฏจักรต่างจากหุ้นเทค/การเงิน และช่วยบาลานซ์พอร์ตในบางช่วงเศรษฐกิจ ถ้าจะนำไปใช้จริง แนะนำลองทำ “เช็กลิสต์แบบบัฟเฟต” ง่ายๆ: ดูความได้เปรียบแข่งขัน (moat), หนี้สินพอรับไหวไหม, กระแสเงินสดอิสระ (FCF) เป็นบวกต่อเนื่องหรือเปล่า และประวัติการคืนกำไรให้ผู้ถือหุ้น (ปันผล/ซื้อหุ้นคืน) สุดท้าย หุ้นที่ทำให้บัฟเฟตรวยไม่หยุด ไม่ได้แปลว่าเหมาะกับทุกคนเสมอไป—แต่เหมาะมากสำหรับใช้เป็นไอเดียตั้งต้นในการคัดหุ้น “คุณภาพดีเพื่อถือยาว” แล้วค่อยเลือกให้เข้ากับเป้าหมายและความเสี่ยงของเราเอง