Automatically translated.View original post

When all our actions were criticized as a child,🗣️

2025/11/9 Edited to

... Read moreหลายครั้งเวลาพูดถึง “คนไร้ความเกรงใจ” เรามักนึกถึงคนที่พูดแรง แซะเก่ง ชอบข้ามเส้น หรือทำอะไรไม่คิดถึงความรู้สึกคนอื่น แต่จากประสบการณ์ที่เคยอยู่ทั้งฝั่ง “คนโดน” และเคยเผลอเป็น “คนทำ” บางช่วงของชีวิต เรารู้สึกว่ามันไม่ได้มีแค่เรื่องมารยาทอย่างเดียว บางคนโตมากับการถูกวิจารณ์ตั้งแต่เด็กจากครอบครัว ครู หรือสังคม จนสมองเรียนรู้ว่า “ทำอะไรก็ผิด” และต้องเอาตัวรอดด้วยวิธีบางอย่าง สิ่งที่เห็นภายนอกว่าไร้ความเกรงใจ อาจซ่อน “ความไม่มั่นใจในตัวเอง” ไว้ลึกๆ คนที่โดนตำหนิประจำจะกลัวทำผิดมาก จนไม่เชื่อคำชม และชอบถามย้ำว่า “แบบนี้โอเคไหม” พอสะสมไปนานๆ บางคนจะเลือกทำตัวแข็งๆ ทำเหมือนไม่แคร์ เพื่อไม่ให้ใครเห็นจุดอ่อน เพราะถ้าแคร์เมื่อไหร่ก็จะเจ็บง่าย อีกแบบที่เจอบ่อยคือ “พยายามทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบ” (เพอร์เฟ็กชันนิสต์) ทำเพื่อให้คนอื่นพอใจจนลืมความต้องการตัวเอง แต่พอเหนื่อยมากๆ แล้วไม่ได้รับการยอมรับ ก็อาจระเบิดออกมาเป็นคำพูดห้วนๆ ประชด หรือทำอะไรข้ามเส้นแบบไม่รู้ตัว เหมือนเป็นการปกป้องตัวเองว่า “อย่ามาตัดสินฉันอีก” บางคนไม่กล้าแสดงออก เพราะรู้สึกว่าพูดอะไรก็ผิด เลยเงียบไว้ก่อน แต่ความเงียบที่กดไว้ ถ้าไม่มีพื้นที่ปลอดภัยให้พูด ก็อาจกลายเป็น “ดื้อเงียบ” หรือ “ก้าวร้าวกลับ” เวลาถูกสะกิดนิดเดียวก็พร้อมสวนทันที ซึ่งคนรอบข้างอาจมองว่าไร้ความเกรงใจ ทั้งที่จริงๆ คือเขากำลังตั้งกำแพง ถ้าเราต้องรับมือกับคนที่ดูไร้ความเกรงใจ ลองใช้ 3 วิธีนี้ที่เราใช้แล้วช่วยลดการปะทะได้ดี 1) ตั้งขอบเขตชัดๆ ด้วยประโยคสั้น: “พูดแบบนี้เราไม่โอเค ขอคุยด้วยน้ำเสียงที่ดีกว่านี้ได้ไหม” 2) อย่าตอบโต้ด้วยการวิจารณ์ซ้ำ: ยิ่งซ้ำรอยเดิม เขายิ่งป้องกันตัวแรงขึ้น 3) ถ้าจำเป็นให้ถอย: บางสถานการณ์เรามีสิทธิ์รักษาพลังใจตัวเองก่อน และถ้าเราเริ่มรู้ตัวว่า “เรา” อาจเผลอไร้ความเกรงใจเพราะแบกแผลจากคำวิจารณ์มาตั้งแต่เด็ก สิ่งที่ค่อยๆ เยียวยาได้คือฝึกพูดกับตัวเองอย่างอ่อนโยน ยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบ และแยกให้ออกว่า “คำวิจารณ์” ไม่เท่ากับ “คุณค่าเรา” พอใจเราเบาลง เราจะไม่ต้องใช้ความแข็งกร้าวเป็นเกราะอีกต่อไป