เคยมั้ย…มีรอยที่ทำให้ไม่กล้าโชว์ผิว❓

ทาครีมมาหลายตัวก็ไม่หาย

จนได้ลองตัวนี้

บีเบทเทอร์ เจลลดรอย

รอยดูจางลง ผิวดูดีขึ้นจริง

ไม่แสบ ไม่เหนียว ใช้ได้ทุกคนในบ้าน

ใครกำลังลังเล ดูคลิปนี้ให้จบก่อนนะ 👀

#แผลเป็น #แผลเป็นนูน #แผลคีลอยด์ #เจลลดรอยแผลเป็น#แผลศัลยกรรม

1/23 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนเสิร์ชหา “ครีมลดรอยแผลเป็น 7-11” เพราะอยากได้ตัวที่หาซื้อง่าย ราคาเข้าถึง และใช้แล้วเห็นผลจริง เราเองก็เคยอยู่จุดนั้นเหมือนกัน—ทามาหลายตัวแต่รอยดำ รอยแดง และรอยแผลเป็นบางจุดไม่ค่อยขยับ จนมาลองเจลลดรอยแบบหลอดที่หาซื้อสะดวกในร้านใกล้บ้าน ทริคแรกที่ช่วยให้ครีม/เจลลดรอยทำงานได้ดีขึ้นคือ “เลือกให้ตรงชนิดของรอย” นิดนึงค่ะ ถ้าเป็นรอยแดงใหม่ ๆ จากสิวหรือแผลสดที่ปิดสนิทแล้ว มักจะต้องเน้นการปลอบประโลมและช่วยให้ผิวฟื้นตัวเร็วขึ้น ส่วนรอยดำจะใช้เวลาและต้องเน้นความสม่ำเสมอของสีผิว (บางคนเรียกผิวดูหมองคล้ำไม่เท่ากัน) และถ้าเป็นแผลเป็นนูน/คีลอยด์ จะต้องใจเย็นมาก ๆ และมักต้องดูแลต่อเนื่องยาวกว่ารอยทั่วไป จากที่ลองเจลลดรอยที่พูดถึงในโพสต์นี้ ข้อที่ชอบคือเนื้อเจลเกลี่ยง่าย ซึมไว ทาแล้วไม่เป็นคราบ ไม่เหนียว และไม่แสบ ทำให้ใช้ได้บ่อยและทาได้หลายบริเวณ ทั้งหน้าและตัว เราใช้กับรอยสิว รอยดำ รอยแดง รวมถึงรอยแผลเป็นเล็ก ๆ แล้วรู้สึกว่าผิวดูสม่ำเสมอขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป (อันนี้สำคัญมาก เพราะรอยส่วนใหญ่ต้องใช้เวลา) วิธีที่เราทาให้เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดขึ้น: - ทาหลังอาบน้ำ/ล้างหน้า ตอนผิวหมาด ๆ จะเกลี่ยง่าย - ทาวันละ 2 ครั้ง (เช้า-ก่อนนอน) เน้นสม่ำเสมอมากกว่าทาหนาทีละเยอะ ๆ - กลางวันอย่าลืมกันแดด โดยเฉพาะถ้ารอยอยู่บริเวณที่โดนแดด เพราะแดดทำให้รอยดำเข้มขึ้นได้ - ถ้ารอยอยู่บริเวณที่มีการเสียดสี (เช่น ข้อพับ/ต้นขา) ระวังการเกาและเสียดสี จะยิ่งทำให้รอยหายช้า อีกข้อที่หลายคนกังวลคือ “ใครใช้ได้บ้าง” โดยรวมถ้าเนื้อเจลอ่อนโยน ไม่แสบ ไม่เหนียว และไม่มีน้ำหอมแรง ๆ มักจะเหมาะกับผิวแพ้ง่ายได้มากขึ้น บางคนอย่างคนท้อง/แม่ให้นม/เด็กก็จะยิ่งต้องดูฉลากและทดสอบการแพ้ก่อนเสมอ (แตะนิดเดียวหลังใบหูหรือท้องแขน 24 ชม.) ถ้าเพื่อน ๆ กำลังลังเลว่าจะเริ่มจากครีมลดรอยแผลเป็น 7-11 ตัวไหนดี แนะนำให้เริ่มจากตัวที่ “ทาแล้วไม่ระคายเคืองและใช้ได้ต่อเนื่อง” ก่อนเลยค่ะ เพราะความสม่ำเสมอคือกุญแจของการลดรอยจริง ๆ