วอร์เรน บัฟเฟตต์ เทขายหุ้น BYD หมดหน้าตักตลอด 17ปี

Berkshire Hathaway ของ วอร์เรน บัฟเฟตต์ เทขายหุ้น BYD หมดมือ👋👋 ปิดตำนานไว้ที่ 17 ปี ท่ามกลางความปั่นป่วนของตลาด EV⚡⚡

.

เมื่อปี 2008 วอร์เรน บัฟเฟตต์ แห่ง Berkshire Hathaway ภายใต้แรงผลักดันของชาร์ลี มังเกอร์ เพื่อนและหุ้นส่วนผู้ล่วงลับ ได้ตัดสินใจลงทุนใน BYD ด้วยเงิน 230 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เข้าซื้อหุ้น 225 ล้านหุ้นในราคาหุ้นละเพียง 8 ดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 1 ดอลลาร์สหรัฐ

.

มังเกอร์ถึงกับกล่าวในงานผู้ถือหุ้นปี 2009 ว่า “ผมมองว่า BYD และวัง ชวนฝู คือคนทำปาฏิหาริย์” คำพูดนี้สะท้อนสายตายาวไกลของนักลงทุนระดับตำนานที่เห็นศักยภาพของบริษัทพลังงานและยานยนต์ไฟฟ้าจีนตั้งแต่ยังเป็นดาวรุ่ง

.

ตลอด 17 ปีที่ถือครอง หุ้น BYD พุ่งขึ้นถึง 3,890% กลายเป็นหนึ่งในการลงทุนที่ทำกำไรที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Berkshire Hathaway แต่เช่นเดียวกับทุกการลงทุน ไม่มีสิ่งใดคงอยู่ตลอดไป บัฟเฟตต์เริ่มขายหุ้น BYD ครั้งแรกในเดือนสิงหาคม 2022 ลดสัดส่วนลงเล็กน้อยและย้ำว่า “ไม่จำเป็นต้องตีความเกินไป”

.

หลังจากนั้นก็ทยอยขายเรื่อยมาจนสัดส่วนลดต่ำกว่า 5% ในปี 2024 กระทั่ง 31 มีนาคม 2025 CNBC รายงานว่า Berkshire ได้ขายหุ้นที่เหลือทั้งหมดจนถือหุ้นเป็นศูนย์ ปิดฉาก “เรื่องราวรถไฟฟ้าจีน” หลัง 17 ปีเต็ม

.

ฝั่ง BYD เอง หลี่ หยุนเฟย ผู้จัดการทั่วไปแบรนด์ ได้โพสต์บน Weibo ขอบคุณบัฟเฟตต์และมังเกอร์ที่ให้การสนับสนุนและการยอมรับตลอด 17 ปี พร้อมย้ำว่าการซื้อขายหุ้นเป็นเรื่องปกติของตลาดการเงิน ท่าทีนี้สะท้อนถึงความเข้าใจในธรรมชาติของนักลงทุน และความมั่นใจในทิศทางของบริษัท

.

อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาที่ Berkshire ถอนตัวออกมา BYD กำลังเผชิญกับความท้าทายใหม่ แม้จะยังเป็นผู้นำตลาดรถไฟฟ้าจีน แต่ต้องรับมือกับการแข่งขันรุนแรงและสงครามราคาที่กำลังปั่นป่วนตลาด บริษัทเปิดหรือรีแบรนด์ 3 แบรนด์ใหม่ ได้แก่ Denza, Fang Cheng Bao และ Yangwang เพื่อขยับพอร์ตขึ้นตลาดบน แต่ยอดขายเริ่มชะลอตัวในสองเดือนล่าสุด

.

โดยในกรกฎาคม 2025 ขายรถโดยสารไฟฟ้าทั่วโลก 341,030 คัน เพิ่มขึ้นเพียง 0.1% จากปีก่อน และสิงหาคมขาย 371,501 คัน โต 0.2% ต่ำสุดตั้งแต่มกราคม 2021 ในขณะที่ตลาดรวมผู้โดยสาร EV (BEV+PHEV) จีนยังเติบโตถึง 12.4% ในกรกฎาคม และ 7.2% ในสิงหาคม

.

จากแหล่งข่าวภายใน BYD ยังได้ปรับลดเป้าหมายยอดขายประจำปี 2025 จาก 5.5 ล้านเหลือ 4.6 ล้านคัน และในช่วงมกราคม - สิงหาคม 2025 BYD ขายรถโดยสารไฟฟ้าทั่วโลกแล้ว 2,830,415 คันตาม China EV DataTracker

.

เรื่องราวนี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้การลงทุนของ Berkshire จะจบลง แต่ BYD ยังต้องเดินหน้าต่อในสมรภูมิที่เข้มข้นกว่าเดิม และสำหรับนักลงทุน มันคือกรณีศึกษาของการ “ซื้อเมื่อเห็นคุณค่า” และ “ขายเมื่อถึงจังหวะ” การตัดสินใจออกจาก BYD อาจเป็นตัวอย่างคลาสสิกของการรักษาวินัยการลงทุนที่ทำให้ Berkshire Hathaway เป็นตำนาน และเป็นบทเรียนว่าตลาดหุ้นและธุรกิจอยู่ในโลกแห่งการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

.

Cr: carnewschina

#รถอีวี #หุ้น #ลงทุน #รถยนต์ไฟฟ้า #BYD

2025/9/22 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมตลอดระยะเวลา 17 ปีที่วอร์เรน บัฟเฟตต์ถือหุ้น BYD การตัดสินใจลงทุนและถอนตัวได้กลายเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับนักลงทุนทั่วโลก ผมเองที่ติดตามเรื่องราวนี้ รู้สึกว่าจุดสำคัญคือการที่ Berkshire Hathaway เลือกลงทุนในช่วงที่ BYD ยังเป็นบริษัทดาวรุ่งในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า และสามารถสร้างผลตอบแทนได้มหาศาลกว่า 3,800% นั่นแสดงถึงการมองเห็นโอกาสและความอดทนในการถือหุ้นระยะยาว อย่างไรก็ตาม การที่บัฟเฟตต์ทยอยขายหุ้น BYD จนครบถ้วนในปี 2025 บ่งบอกถึงการรักษาวินัยและความเข้าใจว่าไม่มีการลงทุนไหนที่จะถูกตลอดไป โดยเฉพาะในธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงและมีความผันผวนมาก เช่น ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า การเปลี่ยนแปลงของตลาดและสงครามราคาที่เกิดขึ้นทำให้ BYD ต้องปรับตัวและวางกลยุทธ์รีแบรนด์เพื่อต่อสู้ในตลาดระดับพรีเมียม จากประสบการณ์ผมมองเห็นว่ากุญแจสำคัญสำหรับนักลงทุนทั่วไป คือการรู้จักตัดสินใจทั้งในช่วงซื้อและขายอย่างเหมาะสม รวมถึงการติดตามสถานการณ์ตลาดอย่างใกล้ชิด แม้หุ้น BYD จะยังมีศักยภาพ แต่อย่างที่บัฟเฟตต์ได้แสดงออกว่า การเข้าใจจังหวะของตลาดและรักษาวินัยทางการลงทุนคือหัวใจของความสำเร็จในระยะยาว