วัตถุดิบแบตเตอรี่จีนราคาพุ่งสูงสุด รถอีวีจะแพงขึ้น

สัญญาณเตือน EV! วัตถุดิบแบตเตอรี่จีนราคาพุ่งสูงสุด 150%😱😱 รถยนต์ไฟฟ้าอาจแพงขึ้นทั้งตลาด! ค่ายรถเร่งหาทางออก⚡⚡

.

ซัพพลายเออร์วัสดุแบตเตอรี่ลิเธียมจีนประกาศขึ้นราคาแรง สัญญาณต้นทุน EV อาจขยับในปี 2026

.

อุตสาหกรรมแบตเตอรี่ลิเธียมของจีนกำลังเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนอีกระลอก หลังซัพพลายเออร์วัสดุสำคัญหลายรายทยอยประกาศปรับขึ้นราคา โดยบางรายการเพิ่มสูงสุดถึง 15% สาเหตุหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบต้นน้ำที่พุ่งแรง พร้อมกับความต้องการแบตเตอรี่ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากกระแสการเปลี่ยนผ่านพลังงานทั่วโลก ซึ่งสถานการณ์นี้อาจส่งผลต่อราคายานยนต์พลังงานใหม่ (NEV/EV) ในปี 2026 อย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก

.

หนึ่งในความเคลื่อนไหวที่สำคัญคือ Hunan Yuneng New Energy ผู้ผลิตวัสดุแคโทดลิเธียมไอออนรายใหญ่ของจีน ซึ่งมีลูกค้าหลักอย่าง CATL และ BYD บริษัทประกาศว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2026 เป็นต้นไป จะปรับเพิ่มค่ากระบวนการผลิต (processing fee) ของผลิตภัณฑ์ลิเธียมเหล็กฟอสเฟต (LFP) ทุกชนิดขึ้น 3,000 หยวนต่อตัน (ประมาณ 14,000 บาท) โดยยังไม่รวมภาษี พร้อมระบุชัดว่า หากราคาวัตถุดิบหรือภาวะตลาดมีความผันผวนรุนแรง ราคาสินค้าอาจต้องมีการเจรจาใหม่อีกครั้ง

.

ขณะเดียวกัน Dejia Energy ผู้ผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมอีกรายหนึ่ง ก็ประกาศปรับขึ้นราคาขายแบตเตอรี่ 15% จากราคาปัจจุบัน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2025 เป็นต้นไป เหตุผลหลักคือการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของต้นทุนวัตถุดิบ

.

ในฝั่งวัตถุดิบต้นน้ำ ตัวเลขการปรับราคาสะท้อนความตึงเครียดของซัพพลายเชนอย่างชัดเจน

.

ลิเธียมเฮกซะฟลูออโรฟอสเฟต (LiPF₆) ซึ่งเป็นเกลือนำไฟฟ้าหลักในอิเล็กโทรไลต์ของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ราคาพุ่งจาก 55,000 หยวน/ตัน เป็น 120,000 หยวน/ตัน ภายในเวลาเพียง 2 เดือน เพิ่มขึ้นกว่า 118%

.

ลิเธียมโคบอลต์ออกไซด์ ซึ่งใช้เป็นแคโทดในแบตเตอรี่บางประเภท ราคาขยับจาก 140,000 หยวน/ตัน ต้นปี เป็น 350,000 หยวน/ตัน ในเดือนพฤศจิกายน เพิ่มขึ้นกว่า 150%

.

ลิเธียมคาร์บอเนตเกรดแบตเตอรี่ ล่าสุดทะลุ 94,000 หยวน/ตัน โดยเฉพาะในเดือนพฤศจิกายนเพียงเดือนเดียว ราคาขึ้นมากกว่า 16%

.

สำหรับแบตเตอรี่ LFP ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของตลาด EV จีน ผลกระทบยิ่งชัดเจน เนื่องจากทุกการเพิ่มขึ้นของราคาลิเธียมคาร์บอเนต 10,000 หยวน/ตัน จะทำให้ต้นทุนแคโทด LFP เพิ่มขึ้นประมาณ 2,300–2,500 หยวน/ตัน โดยปัจจุบันแบตเตอรี่ LFP ครองสัดส่วนสูงถึง 81.5% ของกำลังการติดตั้งแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าในจีน

.

ภายใต้ภาวะอุปสงค์–อุปทานที่ตึงตัว ผู้ผลิตรถยนต์หลายรายเริ่มเร่งเจรจากับผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่เพื่อ “ล็อกซัพพลาย” ลดความเสี่ยงด้านการผลิตในอนาคต ภาพนี้สะท้อนจากคำพูดของ เหอ เสี่ยวเผิง ประธาน Xpeng Motors ที่กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า เขา “นั่งดื่มกับบอสของผู้ผลิตแบตเตอรี่แทบทุกเจ้าแล้ว” เพื่อรักษาความมั่นคงของซัพพลายแบตเตอรี่

.

ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า แม้ตลาด EV จะยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แต่แรงกดดันด้านต้นทุนกำลังกลับมาอีกครั้ง และมีความเป็นไปได้สูงที่ต้นทุนดังกล่าวจะถูกส่งต่อไปยังผู้ผลิตรถยนต์ และท้ายที่สุดอาจสะท้อนมาที่ราคาขายรถยนต์พลังงานใหม่ในปี 2026 โดยเฉพาะในตลาดที่พึ่งพาแบตเตอรี่จากจีนเป็นหลัก⚡️⚡️

.

Cr: carnewschina

#รถอีวี #รถยนต์ไฟฟ้า #Battery #แบตเตอรี่ #ข่าวรถยนต์

2025/12/15 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนค้นคำว่า “battery welldone” แล้วมาเจอโพสต์นี้ น่าจะอยากได้ภาพรวมที่อ่านจบแล้วเข้าใจว่า “ทำไมแบตเตอรี่/รถ EV อาจแพงขึ้น” และเราควรดูอะไรต่อไป เลยขอเสริมมุมที่ช่วยอ่านข่าวแบตเตอรี่จีนให้จับประเด็นได้ไวขึ้นค่ะ 1) ทำไมวัตถุดิบบางตัวขึ้นราคาแล้วกระทบทั้งวงการ แบตเตอรี่รถ EV ไม่ได้แพงขึ้นเพราะ “ลิเธียม” อย่างเดียว แต่เป็นหลายชิ้นส่วนในซัพพลายเชน โดยข่าวนี้มี 3 ตัวที่น่าจับตา - LiPF₆ (ลิเธียมเฮกซะฟลูออโรฟอสเฟต): เป็นเกลือนำไฟฟ้าในอิเล็กโทรไลต์ ถ้าตัวนี้ขึ้นเร็ว ต้นทุนฝั่งเคมี/อิเล็กโทรไลต์จะตึงทันที และมักส่งผลเร็วเพราะเป็นวัสดุที่ต้องใช้ตามสเปก - ลิเธียมคาร์บอเนตเกรดแบตเตอรี่: ตัวตั้งต้นของหลายเคมี โดยเฉพาะ LFP ที่เป็น “กระดูกสันหลัง” ตลาดจีน ถ้าราคากระโดด จะไหลไปที่ต้นทุนแคโทดแบบหลีกเลี่ยงยาก - ลิเธียมโคบอลต์ออกไซด์: แม้รถส่วนใหญ่จะใช้เคมีอื่นมากขึ้น แต่การขึ้นแรงสะท้อนว่าตลาดวัตถุดิบภาพรวมกำลังตึง และทำให้แบตฯบางเซกเมนต์มีแรงกดดันเพิ่ม 2) LFP ครองตลาด = ความผันผวนลิเธียมยิ่งสำคัญ ในโพสต์หลักพูดถึง LFP และสัดส่วนสูงมากในจีน จุดนี้หมายความว่า ถ้าลิเธียมคาร์บอเนตขึ้น “ทั้งอุตสาหกรรม” จะรู้สึกได้ ไม่ใช่แค่ค่ายใดค่ายหนึ่ง เพราะรถยอดนิยมจำนวนมากใช้ LFP เพื่อคุมต้นทุน 3) ทำไมค่ายรถถึงรีบ “ล็อกซัพพลาย” เวลาเห็นข่าวผู้บริหารค่ายรถต้องเจรจากับผู้ผลิตแบตฯถี่ ๆ ให้ตีความว่าเป็นสัญญาณว่า - ของอาจไม่พอ/ราคาอาจไม่นิ่ง - โรงงานต้องวางแผนผลิตล่วงหน้า ถ้าต้นทุนวิ่งแรง การไม่มีสัญญาระยะยาวคือความเสี่ยงใหญ่ และสุดท้ายต้นทุนมักถูกส่งต่อบางส่วนไปที่ราคารถหรือโปรโมชันที่ลดน้อยลง 4) ถ้าคิดจะซื้อ EV ควรดูอะไร (แบบคนใช้งานจริง) - ดู “รุ่นที่ใช้แบตฯจากจีน” และนโยบายประกันแบตเตอรี่ เพราะถ้าราคาแบตฯสูงขึ้น ค่าอะไหล่ในอนาคตก็มีโอกาสขยับ - เช็กโปรโมชัน/ดอกเบี้ยช่วงปลายปี–ต้นปี เพราะบางครั้งค่ายรถเลือกคุมราคา แต่ตัดโปรหรือของแถมแทน - เปรียบเทียบต้นทุนรวม (TCO): ค่าไฟ, ค่าบำรุง, ประกัน, ยาง มากกว่าดูราคาป้ายอย่างเดียว ถ้าราคา EV ขึ้นเล็กน้อย แต่ค่าใช้ต่อเดือนยังคุ้ม ก็ยังน่าใช้ 5) สรุปให้จับใจความ ภาพรวมคือ “วัตถุดิบแบตเตอรี่จีน” ขึ้นหลายตัวพร้อมกัน + ซัพพลายเออร์เริ่มประกาศขึ้นค่าผลิต/ราคาขาย = มีโอกาสเห็นรถ EV ปี 2026 แพงขึ้นหรือโปรลดลง โดยเฉพาะตลาดที่พึ่งแบตเตอรี่จากจีนสูงค่ะ