Lameow. Ma Hunt himself.✨
ใครกำลังหา “La Meow ขอนแก่น” แล้วลังเลว่าคุ้มไหม เราไปลองแบบหม่าล่าตักเอง (DIY) มาแล้ว บอกเลยว่าถ้าเป็นสายเลือกวัตถุดิบเอง น่าจะถูกใจมาก เพราะบาร์มีให้ตักหลากหลายตั้งแต่ผักสด เห็ด เส้นหลายแบบ ฟองเต้าหู้ ของทอด ไปจนถึงเนื้อสัตว์และซีฟู้ดอย่างกุ้ง/ไส้เป็ด คือเดินตักเพลินมาก แล้วค่อยเอาไปชั่งคิดราคาตามน้ำหนัก (ที่ร้านติดป้ายขีดละ 39 บาท) ทำให้คุมงบได้ง่ายกว่าร้านที่เป็นชุดสำเร็จ ส่วน “La Meow เมนู” ที่หลายคนเสิร์ชกัน จุดเด่นคือเลือกน้ำซุปได้หลายแบบ (เห็นป้ายว่าเลือกได้ 5 แบบ) เราลองซุปหม่าล่านมสดกับซุปกระดูกหมูผสมหม่าล่า รสจะคนละฟีลเลย: ซุปนมสดออกนัว ละมุน เผ็ดแบบซอฟต์ ๆ เหมาะกับคนอยากได้หม่าล่าแต่ไม่อยากทรมานมาก ส่วนซุปกระดูกหมูจะเข้มขึ้น หอมมันกว่า ใครชอบรสจัดเพิ่มระดับความเผ็ดได้ และอีกอย่างที่เราชอบคือร้านมีข้อความแนว ๆ ว่า “ลดเค็มได้” ถ้าใครกลัวโซเดียม ลองบอกพนักงานตอนสั่งได้เลย ไฮไลต์อีกมุมคือ “มุมปรุงน้ำจิ้ม” ให้ผสมเองตามชอบ มีเครื่องปรุงหลายอย่างและมีป้ายแนะนำสูตรซิกเนเจอร์ด้วย เราแนะนำให้เริ่มจากสูตรร้านก่อนแล้วค่อยปรับเพิ่ม (เช่น เพิ่มกระเทียม/งา/ความเปรี้ยว) จะได้ไม่หลุดโทนหม่าล่าเกินไป ทริคตักให้พอดีงบ: 1) เลือกเส้น/ผักเป็นหลักก่อนแล้วค่อยเติมเนื้อ 2) ของที่อมน้ำซุปหรือชิ้นใหญ่ ๆ น้ำหนักขึ้นไว ให้ตักแต่พอดี 3) ถ้าไปกัน 2 คน ลองแยกตักเป็น 2 ชามคนละแนวซุป จะได้ไม่เบื่อ และแชร์วัตถุดิบที่ชอบร่วมกัน ปิดท้ายด้วยเครื่องดื่ม เราลอง MeowCha ชาผลไม้ครีมชีส (ราคาเริ่มต้นเห็นว่า 109 บาท) แก้วที่ลองเป็นพีชครีมชีส เนื้อพีชเยอะ ดื่มแล้วช่วยตัดเผ็ดได้ดีมาก เหมาะเป็นคู่กับหม่าล่าแบบสุด ๆ ใครเป็นสายกินบ่อย แอบเห็นว่ามี La Meow Membership ให้สะสมแต้มด้วย ถ้ากินประจำอาจคุ้ม ลองขอดูรายละเอียดที่หน้าแคชเชียร์อีกที โดยรวมเราให้เป็นหนึ่งใน “ร้าน La Meow” ที่เหมาะกับคนอยากจัดหม่าล่าแบบเลือกเอง คุมงบได้ และได้ลองหลายรสในร้านเดียว









