What I ate in Singapore 2025

Trip Singapore รอบนี้กินแหลกมาก

ได้ลองร้านใหม่ๆ มีทั้งชอบและไม่ชอบ

ได้ตามเก็บ llaollao และ Heytea ที่เขาเล่าลือว่าเด็ด

และรู้เลยว่าเรานั้นทาสรักลูกชิ้นปลาสิงคโปร์ กินเกือบทุกมื้อ

แถมซื้อกลับไทยด้วย ส่วนมากจะเน้นกินตาม hawker ต่างๆ

#ของกินสิงคโปร์#อาหารสิงคโปร์ #เที่ยวสิงคโปร์ #ป้ายยากับlemon8 #สิงคโปร์

2025/9/15 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าเสิร์ชหา “บะหมี่สิงคโปร์” แล้วงงว่ามันคือเมนูไหนกันแน่ จากที่ไปกินจริงๆ เราว่าคนส่วนใหญ่หมายถึงแนว “บะหมี่ฮอว์กเกอร์” ที่มีให้เลือกหลายแบบ เช่น บะหมี่ลูกชิ้นปลา (fishball noodles), บะหมี่หมูแดงหมูกรอบ (char siew + siu yuk), หรือบางร้านจะมีแบบแห้งคลุกซอสกับพริก/น้ำมันหอมๆ แล้วแยกซุปมาอีกถ้วย กินง่าย อิ่มไว และเหมาะกับคนเที่ยวที่อยากเก็บหลายร้านในวันเดียว ทริปนี้เรากลายเป็นทาสรัก “บะหมี่ลูกชิ้นปลา” แบบไม่รู้ตัว เพราะรสชาติค่อนข้างปลอดภัยสำหรับคนไทย ซุปใสๆ หอมกระดูกปลา ลูกชิ้นเด้ง ไม่คาว แล้วเส้นจะเป็นเส้นไข่หรือเส้นหมี่ให้เลือก (บางร้านมีเส้นแบนด้วย) ถ้าชอบรสจัด แนะนำสั่งแบบแห้งแล้วขอพริกเพิ่ม—เผ็ดขึ้นทันที แต่ยังไม่กลบรสปลา พิกัดที่เราเจอบะหมี่ลูกชิ้นปลาบ่อยและแวะง่ายคือโซนฮอว์กเกอร์ยอดฮิตอย่าง Maxwell Food Centre และ Albert Centre คือเดินทางสะดวก มีร้านให้เทียบหลายเจ้าในที่เดียว ข้อดีคือถ้าไปกันหลายคนสามารถสั่งหลายชามแชร์กัน แล้วค่อยไปต่อเมนูอื่น เช่น ลักซา ข้าวมันไก่ หรือของทอด เวลาสั่ง “บะหมี่สิงคโปร์” ในฮอว์กเกอร์ เราใช้ทริคนี้ช่วยไม่พลาด: - เลือก “dry (แห้ง)” หรือ “soup (น้ำ)” ก่อน ถ้าชอบเข้มข้นให้เริ่มที่แห้ง - ถาม/ชี้เส้นที่อยากได้ (egg noodle / bee hoon / kway teow) - ถ้าไม่กินเครื่องในให้บอก no offal ได้ - บางร้านมี fish dumpling หรือ fishcake เพิ่มได้ ลองสั่งเพิ่มจะสนุกขึ้น ส่วนใครอยากจัดทริปแบบกินวนฮอว์กเกอร์เหมือนเรา แนะนำทำลิสต์ 3 อย่างต่อมื้อพอ: 1 เมนูหลัก (เช่น บะหมี่ลูกชิ้นปลา) + 1 เมนูแชร์ (ข้าวมันไก่/หมูแดง) + 1 ของหวานหรือชานม ปิดท้ายได้ด้วย llaollao หรือแวะ Heytea ที่รสผลไม้สดชื่นมาก เหมาะกับอากาศสิงคโปร์ สรุปคือ ถ้าเป้าหมายคือ “บะหมี่สิงคโปร์” ให้โฟกัสที่ฮอว์กเกอร์เป็นหลัก ได้ลองหลายร้านในวันเดียว แถมได้ฟีลโลคอลสุดๆ แล้วค่อยคั่นด้วยของหวาน/เครื่องดื่มดังๆ อย่าง llaollao และ Heytea รับรองทริปกินแหลกแบบเราไม่ผิดหวังค่ะ