ตอบกลับ
เริ่มจากปริมาณน้อย เช่น 1–2 ช้อนชา ผสมน้ำอุ่น 1 แก้ว
ดื่มหลังอาหาร ไม่ควรดื่มตอนท้องว่าง
หลีกเลี่ยงการดื่มก่อนนอนอย่างน้อย 2–3 ชั่วโมง
หากดื่มแล้วมีอาการแสบร้อนกลางอก จุกแน่น หรือเรอเปรี้ยวมากขึ้น ควรหยุดดื่ม
ถ้าคุณเป็นกรดไหลย้อนบ่อย หรือมีแผลในกระเพาะอาหาร แนะนำหลีกเลี่ยงสูตรที่มีมะนาวและมะกรูด เพราะความเป็นกรดอาจทำให้อาการกำเริบได้
..สำหรับคนที่เป็น กรดไหลย้อน แนะนำให้ดื่มขิงแบบอ่ อน ๆ จะปลอดภัยกว่าสูตรขิงมะกรูดมะนาวดองน้ำผึ้งค่ะ
สูตรขิงที่เหมาะกับคนเป็นกรดไหลย้อน
ส่วนผสม
ขิงแก่สด (หรือขิงอ่อนหากไม่ชอบรสเผ็ด)
น้ำผึ้ง
วิธีทำ
หั่นขิง ใส่กระปุก เทน้ำผึ้งให้ท่วม ปิดฝาให้สนิท
วิธีดื่ม
ดื่มหลังอาหารเช้าหรือหลังอาหารกลางวัน
วันละ 1 แก้วก็เพียงพอ
น้ำอุ่น1 แก้ว น้ำสมุนไพร 1 ช้อนชา
หลีกเลี่ยงการดื่มตอนท้องว่างและก่อนนอน
จากประสบการณ์ส่วนตัวของหลายๆ คนที่เป็นกรดไหลย้อน การดื่มน้ำขิงสามารถช่วยบรรเทาอาการได้ถ้าดื่มอย่างถูกวิธีและใช้สูตรที่เหมาะสม จริงอยู่ที่ขิงมีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหารและลดการอักเสบ แต่ถ้าดื่มขิงที่มีความเผ็ดร้อนหรือผสมกับมะนาวและมะกรูดซึ่งมีความเป็นกรดสูง อาจทำให้อาการกรดไหลย้อนกำเริบได้ง่ายขึ้น เพื่อความปลอดภัย ควรเริ่มต้นด้วยปริมาณน้อย เช่น 1-2 ช้อนชา ผสมน้ำอุ่น 1 แก้ว และดื่มหลังอาหารทันทีเพื่อช่วยให้ระบบย่อยทำงานได้ดีขึ้น โดยควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำขิงตอนท้องว่างหรือตอนก่อนนอน เพราะอาจทำให้มีอาการแสบร้อนกลางอกและเรอเปรี้ยวมากขึ้น สำหรับสูตรน้ำขิงที่เหมาะสมสำหรับคนที่มีปัญหากรดไหลย้อน คือการใช้น้ำผึ้งผสมกับขิงแก่อ่อนๆ หรือขิงอ่อนแทนขิงแก่ที่เผ็ดจัด ทำให้อาการไม่รุนแรงและดื่มง่ายขึ้น วิธีทำไม่ซับซ้อน เพียงนำขิงหั่นชิ้นใส่ภาชนะแล้วเทน้ำผึ้งท่วม ปิดฝาให้สนิทเพื่อให้รสชาติและสารสำคัญซึมเข้ากัน แล้วดื่มประมาณ 1 ช้อนชาผสมน้ำอุ่น 1 แก้วหลังอาหารเช้าหรือกลางวันวันละ 1 ครั้งก็เพียงพอ การดูแลตัวเองควบคู่ไปกับการดื่มน้ำขิง เช่น หลีกเลี่ยงอาหารเผ็ดจัด มันจัด และอาหารที่กระตุ้นกรดในกระเพาะ จะช่วยลดโอกาสอาการกำเริบได้ดี และถ้าเกิดอาการแสบร้อนหรือไม่สบายที่หน้าอก ควรหยุดดื่มและปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำเฉพาะบุคคล การเลือกใช้สมุนไพรตามคำแนะนำข้างต้นให้เหมาะกับสภาพร่างกาย ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกธรรมชาติที่ช่วยบรรเทาอาการกรดไหลย้อนอย่างได้ผล และทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งยาสารเคมีมากจนเกินไป
