Automatically translated.View original post

Food should be avoided when it's SLE.

2025/7/31 Edited to

... Read moreหลายคนที่เพิ่งรู้ว่าเป็นโรคพุ่มพวง (SLE) มักจะกังวลคำถามเดียวกันเลยว่า “โรคพุ่มพวงห้ามกินอะไร” จากที่เราใช้ชีวิตกับ SLE มาสักพัก รู้สึกว่าไม่มี “อาหารต้องห้าม 100%” สำหรับทุกคน แต่มี “กลุ่มอาหารที่ควรเลี่ยง/ควรลด” เพราะอาจกระตุ้นการอักเสบ ทำให้บวม ความดันสูง ไขมันพุ่ง หรือทำให้อาการกำเริบได้ง่ายขึ้น (โดยเฉพาะคนที่ทานสเตียรอยด์หรือมียากดภูมิร่วมด้วย) 1) เค็มจัด/โซเดียมสูง อันนี้เป็นข้อที่เราโดนเตือนบ่อยที่สุด เพราะ SLE บางคนมีไตอักเสบ หรือบวมง่ายอยู่แล้ว และยาสเตียรอยด์ก็ทำให้บวมน้ำได้อีก โซเดียมสูงทำให้บวมและความดันขึ้นง่ายมาก ตัวอย่างที่เราเลี่ยง: บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำพริกสำเร็จรูป ของดอง ไส้กรอก แฮม เบคอน ขนมขบเคี้ยวรสจัด ซอสปรุงรสเยอะๆ ทริคของเรา: ชิมก่อนปรุง เลือกแบบ “โซเดียมต่ำ” และพกมะนาว/พริกป่นเพิ่มรสแทนการเติมน้ำปลา 2) ของทอด/ไขมันทรานส์/อาหารแปรรูป ของทอดทำให้รู้สึกหนักท้อง กรดไหลย้อน และโดยรวมเพิ่มภาระเรื่องไขมันในเลือด ซึ่งคนเป็น SLE มีความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดมากขึ้นอยู่แล้ว ตัวอย่าง: ไก่ทอด เฟรนช์ฟรายส์ โดนัท มาการีน เบเกอรี่ที่มีเนยขาว ขนมกรุบกรอบ เลือกแทน: อบ ต้ม นึ่ง ย่าง ใช้น้ำมันน้อย และเพิ่มไขมันดีจากปลา/ถั่ว (ในปริมาณพอดี) 3) น้ำตาลสูง/เครื่องดื่มหวาน ช่วงที่เราเคยกินหวานจัด จะรู้สึกเพลียมากขึ้น น้ำหนักขึ้นง่าย และถ้าทานสเตียรอยด์อยู่ น้ำตาลในเลือดก็แกว่งง่าย ตัวอย่าง: ชานม น้ำอัดลม เค้ก คุกกี้ น้ำผลไม้กล่อง ทริค: สั่งหวานน้อย/ไม่หวาน เปลี่ยนเป็นผลไม้ทั้งลูกปริมาณพอเหมาะ และเน้นโปรตีน+ไฟเบอร์ในมื้อหลัก 4) แอลกอฮอล์ หลายคนกินได้นานๆ ครั้ง แต่สำหรับเราเลือกเลี่ยง เพราะแอลกอฮอล์อาจตีกับยา (บางชนิดกระทบตับ/กระเพาะ) และทำให้นอนหลับไม่ดี ซึ่งการพักผ่อนน้อยคือหนึ่งในตัวกระตุ้นอาการกำเริบของเราเลย 5) อาหารที่ “แต่ละคนไว” ไม่เท่ากัน (ควรสังเกตตัวเอง) บางคนแพ้อาหารทะเล นม กลูเตน หรือกินเผ็ดแล้วปวดท้อง/ผื่นขึ้น สิ่งที่ช่วยมากคือทำ “ไดอารี่อาหาร” จดว่ากินอะไรแล้วมีผื่น ปวดข้อ ปากเป็นแผล หรืออ่อนเพลียขึ้นใน 24–72 ชม. 6) แล้วควรกินอะไรให้สบายใจกว่า? เมนูที่เรารู้สึกเข้าทาง: ข้าว+ปลา/อกไก่/ไข่ ต้มจืด แกงเลียง ผัดผักใช้น้ำมันน้อย โยเกิร์ตรสธรรมชาติ (ถ้าท้องรับได้) ผลไม้ไม่หวานจัด และดื่มน้ำให้พอ สุดท้ายแนะนำให้คุยกับคุณหมอ/นักกำหนดอาหารประจำตัวด้วย โดยเฉพาะถ้ามี “ไตอักเสบ” เพราะเรื่องโปรตีน โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส จะต้องปรับเฉพาะบุคคลมากๆ แต่ถ้าเริ่มจากลดเค็ม ลดทอด ลดหวาน และสังเกตอาหารที่กระตุ้นเราเองได้ก่อน อาการโดยรวมมักดีขึ้นจริงค่ะ