Automatically translated.View original post

Is SLE, almost blind! Because of this drug that is eating.

1/27 Edited to

... Read moreHydroxychloroquine คืออะไร? ถ้าอธิบายแบบคนไข้เข้าใจง่าย ๆ hydroxychloroquine (บางคนเรียก “ยาไวน์” หรือยาต้านมาลาเรีย) คือยาที่แพทย์มักใช้ในโรคภูมิคุ้มกันทำร้ายตัวเอง โดยเฉพาะ SLE เพราะช่วยคุมการอักเสบ ลดโอกาสโรคกำเริบ และหลายคนอาการโดยรวมดีขึ้นเมื่อกินต่อเนื่องตามแผนหมอ แต่ที่อยากเน้นมาก ๆ (จากประสบการณ์ที่เกือบตาบอดจริง ๆ) คือยานี้ “มีความเสี่ยงต่อดวงตา” โดยเฉพาะการเกิดความเสียหายบริเวณจุดรับภาพ (macula) หรือที่มักพูดกันว่า “จอตาเสื่อมจากยา” ซึ่งถ้าเป็นแล้วอาจเริ่มจากมองไม่ชัด เห็นภาพบิดเบี้ยว หรือไวต่อแสง และถ้าปล่อยไว้นาน ๆ อาจกระทบการมองเห็นแบบถาวรได้ ความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้นเมื่อไหร่? เท่าที่เราเข้าใจจากที่หมออธิบายและที่คนไข้ SLE เจอกันบ่อย ๆ ปัจจัยที่ทำให้เสี่ยงมากขึ้นคือกินยานานหลายปี ขนาดยาสูง น้ำหนักตัวเปลี่ยนแต่ขนาดยาไม่ปรับ รวมถึงคนที่มีปัญหาไต/ตับร่วมด้วย (เพราะเกี่ยวกับการกำจัดยา) ดังนั้นอย่าคิดว่า “กินมานานแล้วไม่เป็นอะไร” แล้วไม่ตรวจตา เพราะความเปลี่ยนแปลงบางอย่างมันค่อย ๆ มาแบบไม่รู้ตัว อาการเตือนที่ควรรีบแจ้งแพทย์ - มองไม่ชัดกะทันหัน หรือค่อย ๆ เบลอ - เห็นแสงผิดปกติ/วาบ ๆ - ตาแพ้แสงมากขึ้น - เห็นภาพบิดเบี้ยว เส้นตรงกลายเป็นโค้ง หรือมีจุดดำบังภาพ วิธีป้องกันที่สำคัญ (ที่เราอยากให้ทุกคนทำ) 1) ตรวจจอตาและความไวแสงกับจักษุแพทย์อย่างสม่ำเสมอ: บอกตรง ๆ ว่านี่คือสิ่งที่ช่วย “จับความเสี่ยงก่อนตาเสียจริง” ได้ดีที่สุด ควรไปตามนัดและแจ้งว่าเรากิน hydroxychloroquine อยู่ 2) แจ้งแพทย์ทุกครั้งถ้ามองไม่ชัดหรือเห็นแสงผิดปกติ: อย่ารอให้หายเอง เพราะถ้าเกี่ยวกับ macula ยิ่งช้าอาจยิ่งเสียโอกาส 3) อย่าหยุดยาด้วยตัวเอง: hydroxychloroquine มีประโยชน์มากกับ SLE การหยุดเองเสี่ยงโรคกำเริบ ควรคุยทั้งหมอโรคข้อ/อายุรกรรมและหมอตา เพื่อปรับแผนอย่างปลอดภัย สรุปแบบคนกินยาอยู่ hydroxychloroquine คือยาสำคัญของผู้ป่วย SLE แต่ต้องกินอย่างรู้เท่าทันและดูแลตาไปพร้อมกัน เราเองเคยชะล่าใจจนเกือบเสียการมองเห็น เลยอยากให้ทุกคนที่กำลังกินอยู่ “ตรวจจอตา” ให้เป็นวินัย และรีบเช็กทันทีถ้าเริ่มมีอาการมองไม่ชัดหรือแพ้แสงผิดปกติ