Automatically translated.View original post

Unboxing: CHANEL LE ROUGE DUO ULTRA

1/27 Edited to

... Read moreหลังจากได้ลอง CHANEL Le Rouge Duo Ultra Tenue (หลายคนเรียก lip CHANEL duo) สิ่งที่ชอบคือคอนเซ็ปต์ “สี + กลอส” ในแท่งเดียว ทำให้ลุคดูเป็นงานปากที่เสร็จไวมาก โดยเฉพาะ No.40 Light Rose โทนส้มคอรัลอมชมพูที่มีชิมเมอร์ทอง จะให้ฟีลผิวปากดูอิ่มและดูแพงแบบไม่พยายาม เหมาะกับวันสบาย ๆ หรือวันที่แต่งหน้าโทนอุ่น ๆ วิธีใช้ให้สีสวยและติดทน (อันนี้สำคัญมาก): 1) ลงฝั่ง “สี” บาง ๆ ก่อน แล้วค่อย ๆ เติมเฉพาะจุดที่ยังไม่เนียน ไม่แนะนำโบกหนาตั้งแต่รอบแรก เพราะจะรู้สึกหนึบและเสี่ยงเป็นคราบได้ 2) รอให้เซ็ตตัวประมาณ 30–60 วินาที (ช่วงนี้อย่าเม้มปากแรง) 3) ค่อยทาฝั่ง “กลอส” ทับ จะช่วยล็อกผิวปากให้ดูฉ่ำและทำให้ชิมเมอร์ทองดูละมุนขึ้น เรื่องความติดทน: จุดเด่นของ le rouge duo ultra tenue คือทนกว่าลิปแท่งทั่วไปจริง โดยเฉพาะถ้าเรารอให้สีเซ็ตก่อนทากลอส จะติดแน่นและไม่หลุดเป็นแผ่น ๆ ระหว่างวัน แต่ถ้ามีมื้ออาหารมัน ๆ อาจมีจางตรงกลางปากบ้าง แนะนำพกไว้เติมเฉพาะจุด แล้วทากลอสบาง ๆ ทับก็กลับมาสวยเหมือนเดิม ฟีลเนื้อและความสบายปาก: ฝั่งสีจะให้ความรู้สึกแนบปากและแห้งนิด ๆ ตามสไตล์ลิปติดทน แต่พอทากลอสทับแล้วจะช่วยให้ปากดูนุ่มขึ้นมาก ถ้าวันไหนปากลอก แนะนำสครับเบา ๆ และทาลิปบาล์มบาง ๆ ล่วงหน้า (ซับส่วนเกินออกก่อนลงสี) จะช่วยลดการตกร่อง โทนสี No.40 Light Rose เหมาะกับใครบ้าง: ส่วนตัวรู้สึกว่าเข้ากับผิวโทนอุ่น/ผิวกลางมาก ๆ เพราะคอรัลกับประกายทองช่วยให้หน้าดูสว่าง ถ้าอยากได้ลุคสุภาพ ไปทำงานหรือไปเจอผู้ใหญ่ ให้ทาสีบาง ๆ แล้วทากลอสแค่กลางปาก จะได้ความละมุนแบบไม่ฉ่ำเกิน ทริคเล็ก ๆ สำหรับคนกังวลเรื่องเลอะ: เวลาทากลอส อย่าปาดไปมาหลายรอบ ให้แตะ/ลากครั้งเดียวพอ และถ้าต้องใส่แมสก์ แนะนำทากลอสบางมาก ๆ หรือเว้นกลอสไว้แล้วใช้ลิปบาล์มใสแตะกลางปากแทน จะช่วยลดการติดแมสก์ได้ค่ะ