เช้าของวันนี้21เมษายน69..
ผมได้เข้ากราบเรียนหลวงปู่ว่า..หลวงปู่มาถึงก็ดึก.
ขอให้หลวงปู่งดรับ.ลูกศิษย์กลัวหลวงปู่เหนื่อยครับ...(คำตอบที่ผมได้คือ)
.##.ท่านพูดว่า.ข่อยจะออกไปนั่งรับหน้าห้องคือเก่านั้นละ..ลูกหลานเขามาไกลเขากะอยากเห็น..เขาเห็นกะพอมีกำลังใจต่อสู้ชีวิตไปมื้อๆ..เขามาถึงหน้าบ้าน..ข่อยบ่ออกไปเขากะจะน้อยใจ...
ผม:ขอสรุปสั้นๆว่า..ท่านอยากจะอยู่แบบเมาะๆแมะๆ..ตามประสาผู้เฒ่าคนนึ่งที่มีลูกหลาน.อยู่ ข้างๆ..และที่บอกว่าเหนื่อยคือขอ.งดการเดินทางไกล ไปก่อน.เพราะเรื่องโรคหัวใจ.ความดันสูงอาจเป็นอันตรายต่อการเดินทางไกล..(เมตตาไม่มีประมาณจริงๆ.หลวงปู่ศิลา..สาธุ..
Cc: พี่ก้อง เครื่องเสียงกลางแจ้ง
จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ผมได้มีโอกาสเข้ากราบเรียนหลวงปู่ศิลา ทำให้เห็นว่าท่านมีความเมตตาและความเอื้ออาทรต่อลูกศิษย์อย่างลึกซึ้ง ถึงแม้สุขภาพท่านจะไม่เอื้ออำนวยให้เดินทางไกลได้สะดวก แต่ท่านยังคงเต็มใจออกมาดูแลและให้กำลังใจลูกหลานที่มาหา สิ่งที่ผมประทับใจมากคือท่านอยากให้อยู่ด้วยกันแบบสงบสุข ไม่ต้องการให้ลูกศิษย์หรือคนใกล้ชิดรู้สึกน้อยใจแม้จะไม่ได้ออกไปรับเองที่หน้าบ้าน นี่คือความห่วงใยแบบผู้เฒ่าที่เต็มไปด้วยความรักและความปรารถนาดี นอกจากนี้ เรื่องสุขภาพของผู้สูงอายุ สถานการณ์อย่างโรคหัวใจและความดันสูงเป็นสิ่งที่ต้องระวังอย่างจริงจัง และผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่หลวงปู่เลือกจะงดเดินทางไกลก่อนเพื่อรักษาสุขภาพ การฟังเสียงร่างกายตัวเองและไม่ฝืนเมื่อมีอาการเหนื่อยคือบทเรียนที่มีคุณค่ามากสำหรับทุกคน จากมุมมองของผู้อยู่ใกล้ชิด ผมได้เรียนรู้ว่า การแสดงความรักและความห่วงใยไม่ใช่แค่การไปมาหาสู่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเข้าใจและเคารพความต้องการของผู้สูงวัยด้วย การมีกำลังใจที่ดีได้รับจากการได้พบเจอกันหรือแค่เห็นหน้าก็มีความหมายมาก สำหรับใครที่ติดตามหรือมีโอกาสเรียนรู้จากหลวงปู่ศิลา ผมขอแนะนำให้รักษาสุขภาพตัวเองควบคู่ไปกับการดูแลจิตใจอย่างสมดุล เพราะนั่นจะช่วยให้เราสามารถส่งต่อความเมตตาและกำลังใจต่อไปถึงคนรอบข้างได้อย่างยั่งยืน
