ช่วงนี้อินการ “ซ่อมเกราะผิว” มากกก 💙เลยลอง Papafeel 5X Ceramide Barrier Repair Moisturizer แล้วชอบเกินคาด จากผิวแห้งๆ ล้าๆ แต่งหน้าไม่ติดง่าย ใช้แล้วผิวดูฟูขึ้น นุ่มขึ้น อิ่มน้ำขึ้นแบบรู้สึกได้เลย✨
ตัวนี้มี Ceramide 5X ช่วยเสริมเกราะผิว เนื้อเบา ไม่เหนอะ แต่ชุ่มชื้นกำลังดี ตื่นมาหน้าจะเด้งๆ ดูพักผ่อนมาเต็มอิ่ม 😂
ใครผิวโทรม ผิวพังง่าย หรือช่วงนี้แต่งหน้าไม่ค่อยติด ลองดูตัวนี้เลย 👀
Tiktok: Papafeelthmall
Shopee: Papa feel official store
ก่อนลอง Papafeel เราเพิ่งมานั่งคิดจากประโยคที่เห็นบ่อยๆ ว่า “รู้ไหม เราดูแลผิวผิดวิธีรึเปล่า?” แล้วรู้สึกว่าใช่เลย…หลายครั้งผิวที่ดูโทรม/แห้ง/แต่งหน้าไม่ติด ไม่ได้แปลว่าครีมไม่ดี แต่เป็นเพราะ “เกราะผิว” อ่อนแอจากพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน สิ่งที่เราเคยทำแล้วทำให้ผิวพังง่าย (เผื่อใครกำลังเป็น) - ล้างหน้าบ่อยเกิน/ใช้น้ำอุ่นจัด: ตอนนั้นคิดว่าสะอาดไว้ก่อน แต่ผิวตึง แห้งลอก และยิ่งต้องโบกครีมหนักขึ้น - สครับหรือใช้แอคทีฟถี่เกิน: โดยเฉพาะวันที่ผิวแห้งอยู่แล้ว พอซ้ำด้วยกรด/เรตินอลต่อเนื่อง ผิวจะยิ่งไว แดงง่าย - ข้ามมอยส์เจอร์ไรเซอร์เพราะกลัวมัน: สุดท้ายผิวขาดน้ำ ทำให้หน้าดูหมองและเมคอัพเป็นคราบง่ายกว่าเดิม พอหันมาดูแลแบบเน้นซ่อมเกราะผิว เราเลยเลือกลอง Papafeel 5X Ceramide Barrier Repair Moisturizer เพราะโฟกัสเรื่องเซราไมด์ (Ceramide 5X) ที่ช่วยเติมส่วนที่เป็นเหมือน “ปูน” ระหว่างเซลล์ผิว ทำให้ผิวเก็บความชุ่มชื้นได้ดีขึ้น และลดโอกาสระคายเคืองจากสิ่งแวดล้อม วิธีที่เราใช้แล้วรู้สึกว่าผิวดีขึ้นไว - เช้า: ล้างหน้าเบาๆ (หรือแค่ล้างน้ำถ้าผิวแห้งมาก) แล้วทา Papafeel บางๆ ตามด้วยกันแดด - เย็น: หลังล้างหน้า/โทนเนอร์ที่อ่อนโยน ทา Papafeel ให้ทั่วหน้า เน้นแก้ม/มุมปาก/ข้างจมูกที่แห้งง่าย ทริคของเรา: ถ้าวันไหนผิวล้าเป็นพิเศษ จะทาซ้ำบางๆ เฉพาะจุดที่แห้งมาก เป็นเหมือนการ “ล็อกน้ำ” ให้ผิว ผลที่สังเกตได้ (แบบเรียลๆ) - ผิวดูฟูขึ้น จับแล้วนุ่มขึ้น และความแห้งตึงลดลง - ตอนแต่งหน้า รองพื้นเกลี่ยง่ายขึ้น คราบแห้งๆ บริเวณแก้มลดลง - ตื่นมาหน้าดูอิ่มน้ำขึ้น ไม่ได้มันเยิ้ม แต่เป็นฟีลผิวพักผ่อนมา ใครที่กำลังหาข้อมูล “Papafeel” แล้วลังเล แนะนำให้โฟกัสที่ปัญหาหลักของตัวเองก่อน ถ้าเป็นสายผิวแห้ง ผิวล้า ผิวพังง่ายจากการดูแลผิดวิธี ตัวนี้เป็นมอยส์เจอร์ที่หยิบใช้ได้บ่อย เนื้อไม่หนัก แต่ให้ความชุ่มชื้นกำลังดี (โดยเฉพาะช่วงที่อยากกลับมาซ่อมเกราะผิวแบบจริงจัง) ปล. ถ้าผิวแพ้ง่ายมาก แนะนำลองทดสอบหลังหู/กรามก่อน 24–48 ชม. จะสบายใจกว่า และช่วงซ่อมเกราะผิวพยายามลดสครับ/แอคทีฟแรงๆ ไปก่อน ผิวจะฟื้นตัวไวขึ้นค่ะ
































