วัดต้นแกว๋น
วัดอินทราวาส หรือ “วัดต้นเกว๋น” ยังคงรักษาไว้ซึ่งความงดงามทางสถาปัตยกรรมและความศรัทธาของชุมชน แม้กาลเวลาจะผันเปลี่ยนไป จนได้รับรางวัลด้านการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมล้านนาจากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ อาคารจตุรมุขเป็นอาคารสำคัญที่ไม่ปรากฏทั่วไปในวัดเชียงใหม่ สันนิษฐานว่าเป็นที่พักของพระธาตุจอมทองและใช้สำหรับพิธีสรงน้ำพระธาตุ โดยมีหลักฐานรางสำหรับสรงน้ำและบุษบกข องพระธาตุจอมทอง หากมีการอัญเชิญพระธาตุมาประดิษฐาน อาจมีการพักแรม 3-7 วันเพื่อให้ประชาชนได้สักการะและสรงน้ำ นอกจากนี้ ยังมี "หอนอน" หรือวิหารที่ใช้เป็นที่ประดิษฐานพระธาตุจอมทองในยามเย็น ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า "หอนอน" เพื่ออัญเชิญพระธาตุเข้าพัก ก่อนจะนำมาให้ประชาชนได้สักการะในวันรุ่งขึ้น รวมถึง "ศาลายาว" หรือระเบียงคต
วัดแห่งนี้เป็นสถานที่พักแรมสำหรับองค์พระธาตุ โดยมีขบวนแห่ช้างและม้าอัญเชิญพระธาตุมาพักค้างแรมอย่างน้อยหนึ่งคืน บริเวณวัดมีบ่อน้ำสองแห่งตามคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ในอดีต ซึ่งใช้เป็นสถานที่สำหรับให้ผู้หญิงและผู้ชายได้แต่งกายและอาบน้ำเมื่อมีการอัญเชิญพระธาตุ ในเวลากลางคืนจะมีการพักแรมบริเวณระเบียงคต หรือ "ศาลายาว"
วัดต้นเกว๋นได้รับการยกย่องในด้านการอนุรักษ์ โดยได้รับรางวัลจากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อปี พ.ศ. 2532 ซึ่งโดดเด่นในการอนุรักษ์และดูแลรักษาอาคารสถานที่ต่างๆ ตั้งแต่กำแพงวัด ศาลายาว ศาลาจตุรมุข วิหาร และพื้นที่โดยรอบ ถือเป็นสถาปัตยกรรมล้านนาที่ยังคงความสมบูรณ์และเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของล้านนา นอกจากนี้ วัดต้นเกว๋นยังเป็นส่วนหนึ่งของการเสนอชื่อเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของเมืองเชียงใหม่ รวมถึงความงดงามของสถาปัตยกรรม โดยเฉพาะวิหาร ยังถูกนำไปเป็นต้นแบบของอาคารหอคำหลวงในงานพืชสวนโลกที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นเจ้าภาพอีกด้วย
การอนุรักษ์อาคารในปัจจุบันได้รับทุนสนับสนุนจากการบริจาคภายในวิหาร ซึ่งได้รับจากพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยว โดยมีรายได้ประมาณ 50,000 บาทต่อเดือน เพื่อใช้จ่ายในกิจกรรมต่างๆ ของวัด ความสนใจในการอนุรักษ์อาคารเริ่มต้นจากการศึกษาค้นคว้าประวัติศาสตร์และคัมภีร์ใบลานของ "ดร. ฮันส์ เพนธ์" ชาวเยอรมัน และ "พ่อหนานพวงคำ ตุ้ยเขียว" ซึ่งเคยพำนักอยู่ที่วัด ทำให้วัดต้นเกว๋นเป็นที่รู้จักและได้รับความสนใจจากประชาชนชาวไทย นำไปสู่การอนุรักษ์และขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานในปี พ.ศ. 2526 โครงการอนุรักษ์หรือบูรณะดำเนินการโดยได้รับการสนับสนุนจากชุมชนและผู้มีจิตศรัทธา โดยได้รับรางวัลอนุรักษ์สถาปัตยกรรมดีเด่น และในช่วงการบูรณะโดยกรมศิลปากร ช่างในชุมชนมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน
#วัดต้นเกว๋นเชียงใหม่ #วัดเชียงใหม่ #เที่ยวเชียงใหม่ #lemon8ไดอารี่ #UnseenThailand /วัดอินทราวาส (วัดต้นเกว๋น)
หลายคนที่ค้นหา “กลิ่นกาสะลอง” มักกำลังอยากได้พิกัดเที่ยวเชียงใหม่ที่บรรยากาศย้อนยุคแบบล้านนา ดูเรียบง่ายแต่ขลังๆ ซึ่งวัดอินทราวาส หรือที่คุ้นชื่อกันว่า “วัดต้นเกว๋น” เป็นหนึ่งในวัดที่ให้ฟีลนั้นได้ดีมาก ถึงจะไม่ได้เป็นโลเคชันหลักในทุกฉาก แต่โทนสถาปัตยกรรมล้านนาไม้เก่าๆ รายละเอียดงานช่าง และความสงบของพื้นที่ ทำให้หลายคนยกให้เป็นจุด “ตามรอยกลิ่นกาสะลอง” แบบไม่ผิดหวัง สิ่งที่ฉันชอบที่สุดคือความ “คงเดิม” ของวัดนี้ เดินเข้ามาแล้วรู้สึกเหมือนหลุดไปอีกยุค วิหารไม้และหลังคาซ้อนชั้นแบบล้านนาเป็นมุมที่ถ่ายรูปออกมาสวยมาก โดยเฉพาะถ้ามาตอนเช้าหรือช่วงเย็น แสงจะนุ่ม ทำให้ลายไม้และโครงสร้างเด่นขึ้นแบบไม่ต้องแต่งรูปเยอะ ถ้าชอบภาพแนวไทยโบราณ แนะนำใส่ชุดโทนขาว ครีม น้ำตาล หรือผ้าฝ้าย จะเข้ากับบรรยากาศสุดๆ อีกจุดที่ควรแวะดูคือ “ศาลาจตุรมุข” ซึ่งเป็นอาคารที่พบไม่บ่อยในวัดเชียงใหม่ และมีเรื่องเล่าการใช้เป็นที่ประกอบพิธีเกี่ยวกับพระธาตุในอดีต รวมถึง “ศาลายาว” หรือระเบียงคต ที่เดินแล้วรู้สึกร่มและสงบ เหมาะกับการเดินชมรายละเอียดงานแกะสลักทีละมุม หรือจะนั่งพักเงียบๆ ก็ได้อารมณ์เหมือนฉากในละครที่ตัวละครนั่งคิดถึงบ้านเมืองเลย ทริกเล็กๆ สำหรับคนตั้งใจมาตามรอยฟีลกลิ่นกาสะลอง: 1) มาเช้าๆ คนยังไม่เยอะ จะได้ภาพโล่งและเสียงเงียบ 2) ถ่ายมุมกว้างให้เห็นหลังคาและแนวอาคาร จะได้ความเป็น “สถาปัตยกรรมล้านนา” ชัด 3) แต่งกายสุภาพ เพราะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และควรพูดคุยเบาๆ เพื่อไม่รบกวนคนมาทำบุญ สุดท้าย ถ้าใครชอบเที่ยวแนว Unseen Thailand แบบได้ทั้งความรู้และความสวยงาม วัดต้นเกว๋นเป็นตัวเลือกที่ไปแล้วคุ้มจริงๆ ได้เห็นงานอนุรักษ์สถาปัตยกรรมล้านนาที่สมบูรณ์ และได้ภาพบรรยากาศไทยเหนือแบบละมุนๆ กลับมาด้วย
























































