คุ้มเจ้าเมืองลำพูนเก่าแก่อายุเกือบ 100 ปี
คุ้มเจ้าในลำพูน สมัย เจ้าจักรคำขจรศักดิ์
ในสมัยของเจ้าจักรคำขจรศักดิ์ เจ้าหลวงลำพูนองค์สุดท้ายก็ได้มีการสร้างคุ้มหลวงขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับรวมถึงคุ้มเจ้าของบรรดาลูกหลาน กระจายอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ รอบเมืองลำพูน แต่เมื่อภายหลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ.2475 และการพิราลัยของเจ้าจักรคำขจรศักดิ์ในปี พ.ศ.2486 เมืองลำพูนได้เปลี่ยนมาเป็นจังหวัด เช่นเดียวกับเมืองอื่น ๆ ในช่วงนี้มีการสร้างสถานที่ราชการ อาคาร ร้านค้าขึ้นเป็นจำนวนมาก เช่น ศาลากลางจังหวัด ซึ่งเดิมคือคุ้มหลวงของเจ้าอินทยงยศโชติ, เรือนจำ เดิมคือวัดร้าง ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย ซึ่งทำให้สภาพเมืองลำพูนเปลี่ยนแปลงมาจนถึงปัจจุบันและมีผลต่อสภาพแวดล้อมและสถาปัตยกรรม
ยุคแรกของการสร้างเมืองสมัยพระนางจามเทวี ได้มีการสร้างพระราชวังอยู่ในบริเวณใกล้ประตูนคร ซึ่งเป็นชัยภูมิที่เป็นพื้นที่มงคลสำคัญอยู่ส่วนบนขวาหรือทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมือง ภูมิประเทศที่เป็นดอนเนินสูงเหมาะเป็นที่ตั้งของที่ประทับกษัตริย์ ปัจจุบันคือบริเวณจวนผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน
ยุคของราชวงศ์มังรายเขตพระราชวังของพระเมืองแก้ว สันนิษฐานว่าเป็นบริเวณหัวข่วงตอนบนของเมือ งบริเวณวัดศรีบุญเรืองและวัดช้างรอง ตามทักษาและความเชื่อของการเลือกที่ตั้งของที่ประทับกษัตริย์ ต่อมาในยุคของราชวงศ์เจ้าเจ็ดตน “หอคำเวียงแก้ว” ของคุ้มเจ้าหลวงลำพูนองค์ที่ 1 ถึงองค์ที่ 9 จะอยู่ในบริเวณตอนบนของเวียง ดังปรากฏหลักฐานว่า คุ้มหลวงเจ้าอินทยงยศโชติ เจ้าหลวงลำพูนองค์ที่ 9 (พ.ศ.2438 – 2454) คือที่ตั้งของศาลากลางจังหวัด และบริเวณด้านใต้เป็นที่ตั้งของคุ้มน้อยใหญ่เรียงรายกันอยู่ทั่วบริเวณถนนอินทยงยศ ถนนราชวงศ์ ถนนแว่นคำ ซึ่งแต่ละคุ้มจะมีแนวเขตไม่ต่ำไปกว่าถนนรถแก้ว หรือแนวเขตสะดือเมืองในวัดพระธาตุหริภุญชัย เช่นบริเวณบ้านพักผู้พิพากษา บ้านพักสัสดี ปัจจุบันไม่มีร่องรอยปรากฏให้เห็นแล้ว
ต่อมาสมัยเจ้าจักรคำขจรศักดิ์ เจ้าหลวงลำพูนองค์ที่ 10 (พ.ศ.2454 – 2486) ได้สร้างคุ้มหลวงจักรคำและคุ้มต้นแก้วขึ้นนอกที่ป ระทับของกษัตริย์ตามทักษาและความเชื่อดั้งเดิม นอกจากนั้นยังพบว่าการสร้างคุ้มในยุคสุดท้ายนี้ยังมีการสร้างคุ้มขึ้นในบริเวณด่านล่างของเมือง เช่น คุ้มเจ้าสายใจ ณ ลำพูน, คุ้มเจ้ารวงคำ ณ เชียงใหม่ และยังมีการสร้างคุ้มในบริเวณรอบนอกกำแพงเมือง ได้แก่ คุ้มเจ้าหญิงคำย่น ณ ลำพูน สมรสกับเจ้าราชสัมพันธ์วงศ์ (ธรรมลังกา) สร้างคุ้มเมื่อปี พ.ศ.2455 บริเวณประตูลี้และคุ้มเจ้าหญิงแขกแก้วมาเรือน ณ ลำพูน ซึ่งสร้างอยู่นอกประตูช้างสี
ปัจจุบันในบริเวณตัวเมืองลำพูนยังปรากฏคุ้มเจ้าให้เห็นได้แก่ คุ้มเจ้าหลวงจักรคำขจรศักดิ์ สร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ.2468 พลตรีเจ้าจักรคำขจรศักดิ์สร้างขึ้นขณะที่เจ้าพงษ์ธาดา ณ ลำพูน ราชบุตรเจ้าจักรคำขจรศักดิ์ ได้เดินทางไปศึกษาที่ประเทศอังกฤษ ระหว่างปี พ.ศ.2463 – 2474 เจ้าพงษ์ธาดาพำนักที่คุ้มหลวงแห่งนี้จนถึงแก่อนิจกรรม คุ้มหลวงเจ้าจักรคำขจรศักดิ์เป็นอาคารสถาปัตยกรรมทรงยุโรปแบบทรงปราสาทในเยอรมันและสวีเดน โครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ผนังก่ออิฐฉาบปูนเรียบ โถงทางเข้ากลางอาคารด้านหน้าอยู่ทางทิศเหนือ มีซุ้มระเบียงแปดเหลี่ยมเป็นหอสูง 3 ชั้นอยู่ขนาบทั้งสองข้างของอาคาร หลังคาอาคารเป็นจั่วปั้นหยามุงด้วยหลังคากระเบื้องซีเมนต์ หน้าจั่วมีลายฉลุและตรารูปช้างสองเชือกชูจักรสีทองมีอักษรย่อ จ.ค. (จักรคำขจรศักดิ์) หลังคาของหอสูงทั้งสองคล้ายโดมมียอดแหลมสำหรับประดับธงทิว ถือได้ว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงามมีคุณค่า
คุ้มเจ้าราชสัมพันธวงศ์ อยู่บริเวณหลังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย เจ้าจักรคำขจรศักดิ์สร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ.2455 เพื่อเป็นที่ประทับให้กับเจ้าราชสัมพันธ์วงศ์ (พุทธวงศ์ ณ เชียงใหม่) บุตรของเจ้าน้อยมหาวงศ์ กับเจ้าหญิงส่องหล้า น้องของเจ้าหลวงจักรคำขจรศักดิ์ คุ้มเจ้าราชสัมพันธวงศ์เป็นอาคารเรือนสะระไนขนาดใหญ่ ครึ่งปูนครึ่งไม้ หลังคาจั่วผสมปั้นหยา ต่อมาสมาคมพ่อค้าชาวจีนในลำพูนได้ซื้อคุ้มแห่งนี้เพื่อเปิดสอนภาษาจีน ใช้ชื่อว่าโรงเรียนหวุ่นเจิ้น (เจริญและเที่ยงธรรม) กระทั่งปี พ.ศ.2502 เปลี่ยนชื่อมาเป็นโรงเรียนมงคลวิทยา
คุ้มเจ้าสายใจ ณ ลำพูน สร้างเมื่อปี พ.ศ.2483 เป็นอาคารไม้ชั้นเดียวยกใต้ถุนสูง โครงสร้างไม้ฝาผนังตีเป็นแนวนอน หลังคาปั้นหยาสองหลังมุงด้วยกระเบื้องหางว่าว มีการตกแต่งราวระเบียงด้วยไม้ฉลุลวดลายเรขาคณิต
คุ้มเจ้ารวงคำ ณ เชียงใหม่ ธิดาเจ้าราชสัมพันธ์วงศ์ เจ้าน้อยพุทธวงศ์และเจ้าแม่หล้าราชสัมพันธ์ เป็นบ้านเดี่ยวสองชั้นยกพื้นสูงเล้กน้อย มีโถงทางเข้าบ้าน เสาก่ออิฐฉาบปูนผสมโครงสร้างไม้หลังคาทรงปั้นหยามุงกระเบื้องหางว่าว สร้างโดยช่างชาวจีนเมื่อประมาณปี พ.ศ.2463 นอกจากนั้นยังมีคุ้มเจ้าวรทัศน์ ณ ลำพูน ราชบุตรของเจ้าจักรคำขจรศักดิ์ คุ้มเจ้าพัฒนา ณ ลำพูน ราชบุตรของเจ้าจักรคำขจรศักดิ์ ซึ่งถือเป็นอาคารที่ทรงคุณค่าด้านสถาปัตยกรรมที่ปัจจุบันถูกบดบังด้วยอาคารรูปทรงสมัยใหม่ที่ไร้ซึ่งสุนทรียะ
อย่างไรก็ตามความสำคัญของคุ้มเจ้าในดินแดนล้านนายังคงมีคุณค่าต่อจิตใจของผู้คนชาวเมืองมาเป็นเวลาช้านาน แม้ว่าปัจจุบันระบบเจ้าผู้ครองนครจะถุกยกเลิก ทว่าคุณค่าของสถาปัตยกรรมในฐานะของ “คุ้มเจ้า” หาได้ลดน้อยหรือสูญหายไปกับกาลเวลานั้นเลย
วิทูรย์ เหลียวรุ่งเรือง “สถาปัตยกรรมลำพูน” คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่,2544
หนังสือพระราชทานเพลิงเจ้าพงษ์ธาดา ณ ลำพูน,2538
#จังหวัดลำพูน #เมืองลำพูน #รีวิวลำพูน #เที่ยวลำพูน #กิจกรรมยามว่าง /คุ้มหลวงลำพูน
หลายคนเสิร์ชคำว่า “คุ้มหลวงลำพูน/คุ้มเจ้า” หรืออยากแวะ “พิพิธภัณฑ์ชุมชนเมืองลำพูน” แต่ไม่แน่ใจว่าควรเริ่มเดินตรงไหน เราเลยสรุปเป็นแนวทางเที่ยวแบบเข้าใจง่าย (จากประสบการณ์เดินดูย่านเมืองเก่า) เพื่อให้มองภาพรวมคุ้มเจ้าในลำพูนได้ชัดขึ้น และเผื่อเวลาไปจุดใกล้ ๆ ได้คุ้มขึ้น 1) ชวนทำความเข้าใจก่อน: “คุ้มเจ้า” คืออะไร คุ้มเจ้าเป็นที่ประทับ/เรือนของเจ้านายและเชื้อสายเจ้าในล้านนา ไม่ได้มีแค่ “คุ้มหลวง” ที่เป็นศูนย์กลาง แต่ยังมีกระจายเป็นคุ้มน้อยใหญ่ตามสายตระกูล ทำให้เวลาเดินในเมืองลำพูน ถ้ารู้ชื่อถนน/ย่าน จะเริ่มจับทิศทางได้ว่าโซนไหนเคยเป็นย่านคุ้มเก่า 2) เส้นทางเดินคร่าว ๆ สำหรับคนอยากเก็บ “เมืองเก่าลำพูน” แบบสบาย ๆ - เริ่มจากย่านพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย (อยู่ใกล้วัดพระธาตุหริภุญชัย) แล้วค่อย ๆ เดินดูอาคารเก่าในละแวกเดียวกัน เพราะแถวนี้เกี่ยวโยงกับเรื่องคุ้มเจ้าในหลายช่วงเวลา - ถ้ามีเวลา ให้เดินเก็บบรรยากาศถนนอินทยงยศ/ถนนราชวงศ์/ถนนแว่นคำ (ชื่อถนนก็บอกกลิ่นอาย “ย่านเจ้า” มาก ๆ) ระหว่างทางจะเห็นภาพการเปลี่ยนผ่านเมืองเก่า—อาคารราชการ/ร้านค้า/ตึกสมัยใหม่ ที่ค่อย ๆ เข้ามาแทนที่ 3) จุดสังเกต “คุ้มหลวงลำพูน” ที่ดูแล้วสนุกขึ้น คุ้มหลวงของเจ้าจักรคำขจรศักดิ์เด่นที่ทรงยุโรปแบบปราสาท โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก และมีองค์ประกอบให้สังเกต เช่น โถงทางเข้ากลางอาคาร, ซุ้มระเบียงทรงแปดเหลี่ยมคล้ายหอสูง, หลังคาจั่วปั้นหยา และรายละเอียดลายฉลุ/ตราสัญลักษณ์บนหน้าจั่ว เวลาไปดูของจริง ลองเดินถอยออกมาสักหน่อยแล้วมอง “สัดส่วนอาคาร” จะเห็นความตั้งใจให้ดูสง่าแบบคุ้มเจ้าเลย 4) ถ้าตั้งใจตามหา “พิพิธภัณฑ์ชุมชนเมืองลำพูน” คำนี้คนค้นเยอะ เพราะหลายคนอยากได้ข้อมูลเมืองแบบอ่านง่ายในบรรยากาศท้องถิ่น แนะนำก่อนออกไปให้เช็กวัน-เวลาเปิดปิดและกิจกรรมในช่วงนั้น (บางที่มีนิทรรศการหมุนเวียน) แล้วค่อยวางแผนเชื่อมกับการเดินย่านคุ้มเจ้า จะได้ทั้งความรู้และการเดินดูสถาปัตยกรรมจริง 5) คำถามที่เจอบ่อย: “คุ้มเทวี” กับ “คุ้มเทวี เชียงราย” เกี่ยวกันไหม? หลายคนอาจเสิร์ชผิดเมืองเพราะชื่อคล้ายกัน ถ้าตั้งใจเที่ยวลำพูน ให้โฟกัสคีย์เวิร์ดอย่าง “คุ้มหลวงลำพูน” และ “คุ้มเจ้าในลำพูน” จะได้ผลลัพธ์ตรงกว่า ส่วน “คุ้มเทวี เชียงราย” จะเป็นอีกพื้นที่/บริบทหนึ่ง (คนละทริปเลย) 6) ทิปเล็ก ๆ ให้เที่ยวคุ้มเจ้าแบบเคารพสถานที่ คุ้มบางแห่งเป็นพื้นที่ใช้งานหรืออยู่ในชุมชนจริง ๆ ถ้าจะถ่ายรูป แนะนำถ่ายจากพื้นที่สาธารณะ ไม่รบกวนคนในพื้นที่ และแต่งกายสุภาพ โดยเฉพาะถ้าทริปต่อด้วยวัดพระธาตุหริภุญชัยหรือพิพิธภัณฑ์ใกล้เคียง ถ้าคุณชอบสถาปัตยกรรมเก่า การเดินตามรอยคุ้มเจ้าในลำพูนเป็นทริปที่ใช้เวลาไม่นานแต่ได้เรื่องเล่าลึกมาก ยิ่งอ่านประวัติแล้วไปยืนดูรายละเอียดอาคารจริง จะเข้าใจทันทีว่าทำไม “คุ้มเจ้า” ถึงยังมีคุณค่ากับเมือง แม้ยุคเจ้าผู้ครองนครจะผ่านไปแล้ว























