" โรคขาดความสุขรุมเร้า "

" โรคขาดความสุข "

คนผู้มีความสุขกับสิ่งเล็กๆน้อยๆ รอบตัวเป็น จะห่างไกลจากโรคนี้ แต่โรคนี้มักไปรุมเร้าผู้ที่อยู่ไม่เป็นสุขได้กับอะไรเลย เห็นคนรอบข้างเป็นสุข ใจก็ร้อนรุ่ม หงุดหงิด หัวเสีย กระวนกระวาย คิดทำลายความสุขเล็กน้อยของผู้อื่น

อาการจะเริ่มทวีคูณและรุมเร้าเพิ่มมากขึ้น เมื่อต้องอยู่ท่ามกลาง รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ หรือแม้แต่ความเงียบสงบสุขเล็กน้อยของผู้คน แก้เท่าไหร่ก็ไม่หาย หมอเก่งๆยังรักษาไม่ได้ มีเพียงตัวเขาเองที่จะรักษา " โรคขาดความสุข " นี้ให้หายไปได้ ด้วยการค่อยๆทำความเข้าใจในความเป็นไปของธรรมชาติอย่างแท้จริง

ต่อให้จะมีทรัพย์มาก มียศฐาบรรดาศักดิ์สูง แต่ในใจยังไม่เคยเอื้อเฟื้อทางใจ ไม่ชื่นชมยินดีกับใครในเรื่องเล็กๆน้อยๆเป็นก็ยิ่งขาดความสุขซ้ำ โรคขาดความสุขที่ว่านี้เป็นโรคร้ายทางใจ พาลจะไปพาเพื่อนต่างโรคยกขโยงมาอยู่ด้วยเป็นกระพรวน ร่วมขบวนการ โรคที่พ่วงมากับโรคขาดความสุข ก็ได้แก่ โรคอิจฉา โรคริษยา โรคขี้นินทา โรคช่างจับผิดเพ่งเล็ง โรคขี้ระแวง โรคกลัวคนอื่นได้ดี โรคเหล่านี้ถ้าไม่รักษา ยิ่งจะกลายเป็น " โรคขาดความสุขรุมเร้า "

โรคนี้มีชีวิตอยู่ได้นานนะ ไม่ตายเร็ว ไม่ป่วยกระเสาะกระแสะทางกาย แต่ก็มีชีวิตอยู่แบบซังกะตาย เพราะทุกข์ตรมในใจตนเองทุกวัน และรู้อะไรมั๊ย ความโชคดีในชีวิตคนเราคืออะไร คำตอบคือ การที่เรามีความสุขมากกว่ามีความทุกข์ในใจ อย่างไรเล่า

เลือกเอานะว่าเราจะเป็น " คนที่มีความสุขไม่ขาดตกบกพร่องในชีวิต " หรือจะเป็นคนที่เป็น " โรคขาดความสุขรุมเร้า " ขอให้คุณผู้อ่านทุกคนมีความสุขได้ง่ายๆจากเรื่องเล็กๆน้อยๆทุกหย่อมหญ้าที่เจอะเจอในแต่ละวันค่ะ🥰

✍🏻นักเขียนตามอำเภอใจ📖

6/28 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในชีวิตจริง ผมพบว่าการเผชิญกับโรคขาดความสุขรุมเร้า ไม่ใช่เรื่องแปลกหรือไกลตัวเลย หลายคนต้องเจอกับความรู้สึกอิจฉา หงุดหงิด หรือแม้แต่กระวนกระวายใจเมื่อต้องเห็นคนอื่นมีความสุข ทั้งที่เราก็อยากมีชีวิตที่สงบและมีความสุขเหมือนกัน สิ่งที่ผมเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงก็คือ การยอมรับว่าความสุขไม่ได้ต้องมาจากสิ่งใหญ่โตเสมอไป แต่ความสุขเล็กๆ รอบตัว เช่น รอยยิ้มของคนที่รัก หรือการมีเวลาสงบพักผ่อน มันช่วยบรรเทาอาการของ "โรคขาดความสุขรุมเร้า" ได้อย่างไม่น่าเชื่อ ตอนแรกผมก็เหมือนคนที่ป่วยเป็นโรครุมเร้านี้ คือ ชอบเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น คิดว่าความสุขของคนอื่นเป็นภัยและทำให้ใจเราว้าวุ่นมากขึ้น แต่เมื่อเริ่มฝึกตระหนักรู้และทำความเข้าใจกับธรรมชาติของชีวิต และเรียนรู้ที่จะปล่อยวางความคาดหวังและความอิจฉา ความรู้สึกเหล่านั้นก็ค่อยๆ ลดน้อยลง สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือการฝึกทำจิตใจให้เอื้อเฟื้อและชื่นชมความสุขเล็กๆ ของผู้อื่น แทนที่จะรู้สึกขัดแย้งหรือแข่งขันกับเขา บ่อยครั้งที่การมีทัศนคติที่เป็นบวก และฝึกเห็นคุณค่าในสิ่งที่เรามี จะช่วยลด "โรคขาดความสุข" ลงจนบางทีแทบไม่รู้สึกว่ามันเป็นปัญหาในชีวิตแล้ว สำหรับใครที่กำลังเผชิญกับอาการเหล่านี้ ลองเริ่มต้นจากการสังเกตตัวเองในช่วงเวลาที่รู้สึกกระวนกระวายหรืออิจฉาว่าเกิดจากอะไร แล้วค่อยๆ ฝึกเปลี่ยนมุมมอง เช่น ทำสมาธิ หายใจลึกๆ หรือหาเวลาทำกิจกรรมที่สร้างความสบายใจให้กับตัวเอง เช่น เดินเล่นในสวน อ่านหนังสือดีๆ หรือพูดคุยเรื่องดีๆ กับเพื่อน สุดท้าย อยากให้ทุกคนรู้ว่า "โรคขาดความสุขรุมเร้า" แม้จะฟังดูเป็นเรื่องยาก แต่ก็มีทางแก้ไขด้วยใจเราเอง และทุกอย่างเริ่มต้นจากความเข้าใจความเป็นไปของธรรมชาติ และการเลือกที่จะมีความสุขกับเรื่องเล็กๆ รอบตัว อย่างที่บทความนี้ได้กล่าวไว้

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

ภาพเปรียบเทียบระหว่างโรคซึมเศร้าและโรคเครียด แสดงภาพคนกำลังกุมศีรษะพร้อมข้อความว่า \"เราเป็นโรคซึมเศร้า\" และ \"เราเป็นโรคเครียด\" เพื่อตั้งคำถามถึงความแตกต่างของทั้งสองภาวะ
ภาพแสดงอาการของโรคซึมเศร้า เช่น เก็บตัว รู้สึกเศร้า สิ้นหวัง นอนไม่พอ กินผิดปกติ ม��ีปัญหาความจำ รู้สึกแย่กับตัวเอง ขาดสมาธิ ไม่เห็นคุณค่า และอยากฆ่าตัวตาย
ภาพแสดงอาการของความเครียด เช่น นอนไม่ค่อยหลับ มีปัญหาความจำ พฤติกรรมการกินเปลี่ยนไป กังวล โกรธง่าย มีสาเหตุชัดเจน และยังคงใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติ
เราเป็นโรคซึมเศร้าหรือโรคเครียดกันแน่นะ?
เราจะมาแชร์เกร็ดความรู้เล็กๆให้กับเพื่อนๆที่สงสัยว่าตัวเอง เป็นโรคซึมเศร้าหรือเป็นโรคเครียดเรื้อรัง สำหรับเพื่อนๆที่มีประสบการณ์ที่อยากจะแชร์ อยากจะเล่า หรืออยากระบาย สามารถแชร์มาที่ใต้คอมเมนต์ได้เลย เราพร้อมรับฟังทุกคน ตอนนี้เราก็ประสบปัญหาโรคซึมเศร้าอยู่เหมือนกัน ไว้โพสหน้าจะมาแชร์ประสบการณ์การร
Ploy Review

Ploy Review

ถูกใจ 1005 ครั้ง

งดกินน้ำตาล
งดกินน้ำตาล 5 สัปดาห์ จะเกิดอะไรขึ้น #ไม่ใส่น้ำตาล #ไม่เติมน้ำตาล #ไม่ผสมน้ำตาล #งดน้ำตาล #สุขภาพ
Minrayaporn 365

Minrayaporn 365

ถูกใจ 1031 ครั้ง

“เพราะอารมณ์ไม่ได้มีแค่สุขหรือเศร้า...”
วงล้ออารมณ์ (Emotional Wheel) ที่พัฒนาโดย Marshall Rosenberg นักจิตวิทยาผู้ให้กำเนิดการสื่อสารอย่างสันติ (Nonviolent Communication - NVC) เป็นเครื่องมือช่วยให้เรากลับมา “ตั้งชื่อความรู้สึกของตัวเองได้อย่างแม่นยำ” และเข้าใจว่าอารมณ์…มักซ่อน “ความต้องการที่ยังไม่ได้รับการเติมเต็ม” อยู่ข้างในเสมอ
HealerbyNature

HealerbyNature

ถูกใจ 1100 ครั้ง

ep2. สโตรกในวัย 31 ! โรคประจำตัวและอาการก่อนเป็น
ep2. โรคประจำตัวก่อนเป็นสโตรก เมื่อกลางปีที่แล้ว เราเข้า รพ. ด้วยอาการแพ้อาหาร และคุณหมอเห็นว่ามีความดันสูงผิดปกติ แนะนำให้พบปรึกษาหมอเฉพาะทางต่อ หลังจากนั้นเราหาหมอ ตรวจร่างกาย ได้กินยาลดความดันมาตั้งแต่ตอนนั้น ซึ่งเราก็พยายามปรับใช้ชีวิต คุมอาหาร ตั้งแต่ตอนนั้นมา น้ำหนักลดไป 10 กก. ค่
Salli- ซัลลี่🫶🏻

Salli- ซัลลี่🫶🏻

ถูกใจ 242 ครั้ง

ภาพอินโฟกราฟิกแสดง 6 ลักษณะลิ้นที่บ่งบอกสุขภาพ พร้อมคำแนะนำการดูแล ประกอบด้วยลิ้นปกติ, ลิ้นมีเมือก, ลิ้นสตรอว์เบอร์รี, ลิ้นแตก, ลิ้นฝ้าขาวหนา และลิ้นเป็นฝ้าเหลือง โดยมีภาพผู้หญิงยิ้มและแลบลิ้นอยู่ด้านบน
ส่องกระจกเช็กเลย! 6 ลักษณะลิ้น บอกสุขภาพ สื่ออะไรได้บ้าง
ลักษณะลิ้นทั้ง 6 ชนิดที่เธอควรรู้! ❤️👅 . 1. ลิ้นปกติ: สุขภาพดีแบบสมดุลที่สาว ๆ ควรมี 📍 การรู้ว่า "ลิ้นที่สุขภาพดี" มีลักษณะอย่างไร เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดในการประเมินสุขภาพของตัวเอง เพราะมันคือค่ามาตรฐานที่เราใช้เปรียบเทียบกับความผิดปกติอื่น ๆ ค่ะ ลักษณะทางกายภาพของลิ้นปกติ 🫶
Wongnai

Wongnai

ถูกใจ 840 ครั้ง

ดูเพิ่มเติม