โซอย่ามีเรื่อง(1)

: นายจะมีเรื่องให้มันได้อะไรขึ้นมาห๊ะ!! วันๆดีแต่ยกพวกตีกัน

; ก็มันหาเรื่องผมก่อนป่ะ เรื่องไรผมต้องยอมวะ

: ถ้าไม่ติดว่าครอบครัวนายบริจาคเงินให้โรงเรียนป่านนี้นายไม่มีที่เรียนหรอก

: บ้านรวยแต่ไม่มีเวลาสั่งสอนลูกใช้ได้ที่ไหนกัน

; อย่ามาว่าพ่อแม่ผม พวกเขาเลี้ยงผมมาอย่างดี

: นี่หนะหรอที่เรียกว่าเลี้ยงมาอย่างดี

: เอ่อ ครูครับผมว่าใจเย็นๆก่อนนะครับ

: ฉันจะยื่นเรื่องให้ผอ.ไล่นายออก

: นายออกมากับเราก่อนนะ เราไม่อยากให้นายมีเรื่องกับครู

.

: แกไปมีเรื่องมาอีกแล้วใช่มั้ย ฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่ามีเรื่องอีก

: ฉันกำลังจะลงสมัครพรรคการเมือง ภาพลักษณ์ฉันสำคัญที่สุด

; สำคัญกว่าผมหรอครับ ผมก็อยากให้พ่อมีเวลาให้ผมบ้างแค่กินข้าวด้วยสักมื้อก็ยังดี

: ไว้วันไหนว่างฉันจะบอกแกแล้วกันนะ

: แต่ถ้าแกยังเที่ยวไปมีเรื่องอีกฉันจะส่งแกไปอยู่กับป้าของแก

; ผมไม่ไปนะพ่อ ผมอยากอยู่กับพ่อแม่

.

; มึง! กูมีเรื่องจะคุยด้วย

: เราหรอ ว่าแต่นายมีอะไรว่ามาสิ

; มึงช่วยติวให้กูได้มั้ย

: ห๊ะ!นายเนี่ยนะจะติว แปลกๆเมื่อวานนายไม่เป็นแบบนี้อะ

; กูก็แค่อยากทำเพื่อพ่อแม่บ้าง ไม่ได้หรอวะ

; มึงช่วยกูติวหน่อยนะ นะ

: คงไม่ได้อะ เลิกเรียนเราต้องทำงาน

; มึงก็ออกสิ เดี๋ยวกูจ้างมึงเอง

-อ่านต่อในรี้ด-

#readawrite #kookv #ฟิค #ฟิคกุกวี #ฟิคสั้น

4/15 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการเป็นเด็กนักเรียนมัธยมปลายในยุคปัจจุบันนั้นไม่ได้ง่ายอย่างที่หลายคนคิด โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับความกดดันทั้งจากเพื่อน การเรียน และครอบครัว เรื่องราวในฟิคนี้สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างวัยรุ่นกับผู้ปกครองอย่างชัดเจน เช่น การที่พ่อแม่มุ่งมั่นทำงานและมีภารกิจอื่นมากมายจนไม่มีเวลาให้ลูก ส่งผลให้เด็กมีความรู้สึกเหงาและอยากได้รับความใส่ใจมากขึ้น สำหรับเด็กวัย 18 ปีที่เป็นตัวละครหลักในเรื่อง เขากลับต้องเผชิญกับแรงกดดันทั้งจากการมีเรื่องกับเพื่อนและความคาดหวังจากพ่อแม่ นอกจากนี้ยังต้องเผชิญกับความไม่เข้าใจระหว่างวัยที่ทำให้ความสัมพันธ์ตึงเครียด เรื่องราวนี้ชวนให้ผู้อ่านสะท้อนถึงความสำคัญของความเข้าใจและการสื่อสารภายในครอบครัว เพราะบางครั้งสิ่งที่เด็กต้องการไม่ใช่แค่คำสั่งหรือการตัดสินใจ แต่คือการได้รับฟังและการอยู่เคียงข้างอย่างแท้จริง อีกประเด็นที่น่าสนใจคือความพยายามในการเปลี่ยนแปลงตัวเองของเด็กในเรื่องที่ต้องการดีขึ้น เช่น การขอความช่วยเหลือในการติวหนังสือ ทั้งที่เคยมีทัศนคติไม่ดีเกี่ยวกับการเรียน สะท้อนถึงการเติบโตของความคิดและความรับผิดชอบต่ออนาคตตัวเอง เรื่องนี้ยังเชื่อมโยงกับหัวข้อเกี่ยวกับการศึกษาที่ดีและการพัฒนาตนเองที่ช่วยให้วัยรุ่นเติบโตขึ้นอย่างมั่นคง ในฐานะที่ผมเคยผ่านวัยรุ่นและเข้าใจดีถึงความรู้สึกเหล่านี้ ผมขอแนะนำว่า การเปิดใจพูดคุยกันในครอบครัวและการสร้างความไว้วางใจระหว่างกันเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดปัญหาความขัดแย้งและความเข้าใจผิดลงได้ นอกจากนี้ การแสดงออกในเชิงบวก เช่น การแบ่งปันความรู้สึกและประสบการณ์ในชีวิตประจำวัน จะช่วยให้สมาชิกในครอบครัวใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น เหมือนกับเรื่องราวในฟิคที่ยังมีโอกาสให้ตัวละครแต่ละคนเปลี่ยนแปลงและเติบโตไปในทางที่ดีขึ้น สุดท้ายนี้ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์คล้ายคลึงกับตัวละครในเรื่อง อย่าลืมว่าคุณไม่ได้อยู่คนเดียว ปัญหาและความขัดแย้งสามารถแก้ไขได้เสมอด้วยความอดทนและการสื่อสารที่ดี การแบ่งปันความรู้สึกกับคนที่คุณไว้ใจสามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีในชีวิตได้อย่างแท้จริง

ค้นหา ·
ฟิคkookv