ฝึกลูกให้อารมณ์ดี

วันนี้บีมอยากแชร์ประสบการ์ณการเลี้ยงลูกให้อารมณ์ดี

แบบฉบับของบ้านเรานะคะ ลูกๆแต่ละบ้านอาจจะไม่เหมือนกันแชร์เทคนิคกันได้นะคะ

🐣การสร้าง Routine กิน นอน เล่น

ในช่วงแรกเกิดน้องค่อนข้างกินเป็นเวลาทำให้เรารู้ได้เลยว่าเวลาไหนเค้าจะร้องหิวนม เวลาไหนเค้าจะง่วงนอน เราเลยจะกะเวลาทำกิจกรรมต่างๆได้ดี เหมือนเรารู้ความต้องการของเค้า เค้าก็จะไม่ค่อยงอแงค่ะ อย่าปล่อยให้หิวหรือง่วงมากเกินไปเพราะจะเกิดการงอแงแน่นอนค่ะ

🐥 เล่นกับเค้าเยอะๆ พ่อแม่คือของเล่นที่ดีที่สุดเลยค่ะ

คอยพูดคุยโต้ตอบกับเค้า เน้นแสดงสีหน้าเยอะๆโอเวอร์ๆไปเลยค่ะ เด็กๆจะชอบมาก อุ้มหรือกอดเค้าบ่อยๆแสดงความรักบ่อยๆค่ะ เค้ารับรู้ได้

🪿 อารมณ์พ่อแม่ส่งผลต่อลูกแน่นอนค่ะ ถ้าเราอารมณ์ดี ยิ้มให้เค้า เค้าก็จะยิ้มตอบกลับมา การแสดงอารมณ์ของเราเค้าสามารถรับรู้ได้ค่ะ บ้านนี้เคยมีช่วงตึงๆตอนยังไม่รู้ใจกันพ่อแม่ต้องค่อยสังเกตุกันค่ะ ถ้าปะป๊าเริ่มเอาไม่อยู่ เราต้องเข้ารับช่วงต่อเลย ถ้าเราไม่ไหวปะป๊าเค้าก็จะเข้ารับไม้ต่อเลย ถ้าเราเครียดลูกเค้าก็จะรับรู้แล้วจะยิ่งงอแงค่ะ

ตอนนี้น้องอัลเลนก็เข้า 5 เดือนแล้ว มีสิ่งที่ต้องเรียนรู้กันทุกวัน

แม่ๆบ้านไหนมีคำแนะนำเพิ่มเติมสามารถแชร์ทริคต่างๆกันได้เลยนะคะ

#ฝึกเลี้ยงลูก #เลี้ยงลูกเอง #ติดเทรนด์ #lemon8ไดอารี่ #แม่และเด็ก

2025/12/5 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการฝึกลูกให้อารมณ์ดีนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องอาศัยความใส่ใจและการสังเกตอย่างละเอียดเพื่อเข้าใจความต้องการของลูก โดยเฉพาะในช่วงวัยทารกที่เด็กยังไม่สามารถสื่อสารด้วยคำพูดได้ดี การสร้าง Routine การกิน นอน เล่น เป็นสิ่งที่ช่วยให้ลูกได้รับความมั่นคงและปลอดภัยทางอารมณ์ เช่น การให้นมและการนอนเวลาที่คงที่ช่วยลดความหิวและความง่วงเกินไป ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการงอแง นอกจากนั้น การเล่นกับลูกบ่อยๆ โดยการใช้สีหน้าแสดงอารมณ์อย่างชัดเจน รวมถึงการกอดและแสดงความรัก จะทำให้ลูกรับรู้ถึงความปลอดภัยและความรักจากพ่อแม่ซึ่งมีผลต่อพัฒนาการทางอารมณ์ในระยะยาว พ่อแม่ควรเป็นผู้เล่นหลักของลูก เพราะการโต้ตอบและความใกล้ชิดจะส่งผลดีต่อพัฒนาการทางสังคมและอารมณ์ ที่สำคัญคือสภาวะอารมณ์ของพ่อแม่ส่งผลโดยตรงต่อลูก เมื่อพ่อแม่มีอารมณ์ดีและยิ้มแย้ม ลูกก็จะเรียนรู้และตอบสนองด้วยยิ้มและอารมณ์ดีตามไปด้วย ในขณะที่ถ้าพ่อแม่เครียดหรือมีอารมณ์ไม่ดี เด็กจะรับรู้ได้และอาจส่งผลให้งอแงมากขึ้น การแบ่งหน้าที่รับผิดชอบระหว่างพ่อแม่อย่างเหมาะสม เช่น เมื่อพ่อเริ่มเอาไม่อยู่แม่ก็เข้ามาช่วยดูแล จะช่วยลดความตึงเครียดในครอบครัวและสร้างบรรยากาศอบอุ่นสำหรับลูก ในวัย 5 เดือน เด็กจะเริ่มเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ทุกวัน พ่อแม่ควรเปิดโอกาสให้ลูกได้สัมผัสและลองเล่นของเล่นที่ปลอดภัย รวมถึงพูดคุย สร้างเสียงหัวเราะ เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทั้งทางสมองและอารมณ์ไปพร้อมกัน สุดท้ายแล้ว ลูกแต่ละบ้านมีความแตกต่างกัน การแลกเปลี่ยนเทคนิคและประสบการณ์จากพ่อแม่อื่นๆ จะทำให้ได้ไอเดียที่หลากหลายและเหมาะสมกับความต้องการของแต่ละครอบครัว การฝึกลูกให้อารมณ์ดีจึงเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว และเป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยให้ลูกเติบโตอย่างมั่นคงและสุขภาพดีในทุกด้าน

ค้นหา ·
วิธีฝึกให้ลูกอารมณ์ดี