DAY2 JAPAN ROAD TRIP 800Km 9D/8N

#japan #roadtrip #tokyo #Shizuoka #kawanehon ขับรถเที่ยวที่ญี่ปุ่นกว่า 800 Km.

4 จังหวัด ยากไหม เตรียมตัวยังไง ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่

เดียวมารีวิวให้ฟังครับ เดินทางวันที่ 13-23/Feb/2025

DAY 2📍: เริ่มต้นวันใหม่ไม่มีอะไรดีกว่าอากาศ 0 องศา และชาเขียวร้อนของขึ้นชื่อประจำจังหวัดกับข้าวปั้นอุ่น ๆในเช้านี้อีกแล้ว ก่อนวันที่จะมาถึงก็นึกกันไว้ว่าทริปนี้คงจะตัวเขียวกันแล้วล่ะมั้ง เพราะมาเมืองแห่งชาเขียวทั้งที ฮ่า ๆ หลังจากเก็บข้าวเก็บของเพื่อที่จะเช็คเอ้าท์ และบอกลาโชซัง จะไปสถานที่ต่อไป โชซังก็ได้ขู่กับเราว่าที่พักที่เราจะไปต่อจากนี้ทางโหดกว่าตอนที่ขึ้นมาอีกนะ ไอเราก็พวกขี้กลัวสะด้วยสิ พวกเราก็คิดกันเองว่ารถมันหนักมั้ง กระเป๋าตั้ง6ใบอยู่ท้ายรถ ก็เลยคุยกับโชซังว่า งั้นขอฝากกระเป๋าไว้ก่อนได้ไหมเดี๋ยวอีกวันมาเอาด้วยความใจดีมาก ของโชซังก็ไม่ติดที่จะรับฝากกระเป๋าทั้ง6 ใบของพวกเรา /川根茶 山香荘茶園 ก่อนจะไปถึงที่ถัดไป แถวบ้านโชซังก็มีร้านชาใบแนะนำ ให้ไปลองร้านจะเป็นสไตล์คาเฟ่น่ารัก ๆ มี 2 โต๊ะขายชาเขียวแบบเป็นใบ ทางร้านจะมีเซ็ต น้ำชา+โยกัง ขนมหวานญี่ปุ่นไส้ถั่วแดง เข้ากันมากก ที่ร้านมีชาให้เลือกหลากหลายทั้งแบบถูกไปจนถึงแบบแพงถุงละ 1000บาท ปล.ที่ร้านใจดีมากไม่บังคับให้สั่งทุกคน ถ้าจะซื้อใบชาตัวไหนทางร้านให้ลองฟรีก่อนได้ไม่เสียตัง น่ารักมาก พวกเราก็จัดกันไปคนละถุง 2 ถุงฮ่า ๆๆ

/SENSU หลังจากช็อปกันเสร็จก็ขับรถประมาณ 10โลมาสถานีรถไฟ เซ็นซุเพื่อที่จะไปสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮอตของที่นี่ ทางเราจะนำรถมาจอดแถว ๆสถานีจอดฟรี และเลือกเดินทางไปโดยรถบัสก่อนในขาไป และเลือกกลับรถไฟ เพื่อที่จะได้เปลี่ยนบรรยากาศในการเดินทาง

/Okuoi Rainbow Bridge หลังจากขึ้นรถบัสรอบประมาณ 11 โมง มีแต่นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นมีแค่ไทยจิน 6คนที่เป็นชาวต่างชาติ รอบรถบัสก็ไม่ยากมีป้ายหน้าสถานีบอกราคาน่าจะประมาณ 700yen นั่งรถประมาณ 30-40นาที วิวสองข้างทางตอนนั่งรถจะเป็นหุบเขามีแม่น้ำสีเขียวผ่านทั้งสองข้าง สวยมากกกตลอดทางฟิลเหมือนคามิโคจิที่มีให้เห็นตลอด จนป้ายรถ ชื่อ Okuoikojo จะไมได้มีป้ายอะไรบอกชัดเจนเห็นคนส่วนใหญ่ลงอันนี้ก็เลยลงตาม 😅😅 เป็นสถานที่จะเป็นทางให้เดินลงต่อไปยังสถานีรถไฟที่ตัดระหว่างหุบเขากับแม่น้ำสีเขียวที่สวยมากกและประทับใจมาก ถ้าเรามาบัสจะดีตรงรถจะจอดตรงข้างบนจะเป็นจุดถ่ายรูปพอดี และเราจะเดินลงไปยังสถานีรถไฟเพื่อ นั้งรถไฟกลับสถานี senzu(ถ้ามาทางรถไฟกลับโดยรถบัสก็จะต้องเดินขึ้นแทน)

หลังจากถ่ายรูปกันอย่างเมามันก็นั่งรถไฟกลับขากลับถ้านั่งรถไฟจะเวลาเยอะกว่า 10-15นาที บรรยากาศจะเป็นอีกแบบเลย โดยรถไฟจะมีช่วงเปลี่ยนหัวเหมือนเพื่อใช้ลากขึ้นเขา จะหยุดรอประมาณ 3-5นาที วิวข้างทางก็สุดเหมือนเดินจะมี สปอตถ่ายรูปใหม่ ๆให้เราได้ถ่ายกันฉ่ำ ๆ จนถึงสถานี senzu ก็อยู่ในสภาพหิวโหยย พวกเราหาข้าวเที่ยงกินแถวสถานี แต่ร้านส่วนใหญ่จะปิด ประมาณบ่าย2 พวกเราเกือบไม่ทันเหมือนกัน ร้านอาหารแถวนั้นก็มีหลากหลายราคาไม่แพง (ทางเรามัวแต่ถ่ายรูปเพลินไปเยอะ) เลยเหลือช้อยเดียวคือ ร้านแกงกระหรี่ที่ปิดบ่าย 3 หลังจากอิ่มและตุนขนม ก็ขับรถไปที่พักที่เป็นไฮไลก์ของทริปนี้ ที่เขาว่าทางโหดดดมากกก ระยะทางจากสถานี senzu ไปที่พัก ประมาณ 15 กม. ใช้เวลา 30นาที ทางส่วนใหญ่เป็นทางขึ้นเขา และแคบกว่าตอนมาอีก จาก 1 เลนที่พอหลบได้จะเหลือ 1 เลนที่หลบไม่ได้แล้วแถมแคบกว่าเดิมอีก ตอนขับรถก็ได้แต่ภาวนาให้อย่ามีรถสวนเลยย ๆ ไม่ไหวละจ้าาา คนขับนี่เกรงสุด ๆ สุดท้ายก็มาถึงที่พักแบบเหงือชุ่มเต็มหลัง นั่งกันไม่ติดเบาะ 5555 พอจอดรถที่รร.เสร็จ ยังไม่ทันได้เอาของลง ป้าเจ้าของหรือใครสักคนใจดีมาก เดินมาเหมือนรีบร้อนอะไรสักอย่างบอกว่าถ้าจะไปสะพาน ให้รีบไปเลยนะ เดี๋ยวเย็นกว่านี้จะไปกันไม่ไหว อากาศจะยิ่งเย็นลงกว่าตอนนี้อีก ตอนนั้นอุณหภูมิอยู่ที่ 2-3 องศา แต่ความรู้สึกเหมือนน้อยกว่านั้น บวกกับลมที่แรงมากกสะพานที่ป้าพูดคือ

/Yume no Tsuribashi suspension bridge สะพานแห่งความฝันหรือ Yume no Tsuribashi เป็นสะพานแขวนที่มีความยาว ประมาณ 90เมตร ที่ตั้งชื่อสะพานแห่งความฝันเพราะมีบรรยากาศที่สวยงามสะพานตัดกับแม่น้ำสีเขียว ในเว็บบอกสีฟ้าผมมองมัน ออกสีเขียว ๆมากกว่า (ตอนไปฟ้าครึ้มแล้วหนาวมากก แต่ก็ยังสวยอยู่) ว่ากันต่อพอถึงที่พัก พวกเราได้ตัดสินใจเดินไปที่สะพานก่อน เพราะกลัวจะเย็นเกิน (ถึงประมาณ 4โมงกว่า ๆ) เราต้องเดินจากที่พักไปสะพานระยะทาง 1-2 กิโลโดยประมาณ ทางเดินเป็นถนนปกติเดินง่ายไม่มีรถผ่าน พอเดินไปถึงสะพาน พวกเราพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เหนื่อยชิบอ่าย 5555 ล้อเล่นครับ พอไปเห็นสะพานที่ตัดผ่านแม่น้ำ (เข้าใจว่าน้ำลงไปบางส่วน) ก็หายเหนื่อยทันที เพราะสวยมากก ช่วงที่มีแสงแดดตกกระทบนั้นช่างสวยงามเหลือเกิน พวกเราไม่รอช้าเดินไปจุดข้ามสะพาน ใช่ครับสะพานนี้ต้องเดินข้ามไปอีกฝั่งแล้วเดินวนผ่านทางป่าเพื่อกลับ (one way) ถ้าในช่วงเทศกาลหรือช่วงไหนก็ตามที่คนเยอะ จะไม่สามารถเดินย้อนไปย้อนมาได้เพราะจะมีคนเดินข้ามสะพายตลอด พอมายืนจุดสะพานก่อนที่จะข้ามก็นึกในใจว่า ฉันมาทำอะไรที่นี่ ของจริงน่ากลัวมาก +ตัวผมเองนั้นกลัวความสูงระดับนึง แต่ก็เอาว่ะ สะพานทางญี่ปุ่นเขาทำได้ดีแหละเลยรู้สึกปลอดภัยระดับนึง ส่วนนึงก็เลยกลั้นใจเดินข้ามแบบขาสั่น ตอนปกติก็ยังไม่รู้สึกอะไรแต่ช่วงไหนที่ลมแรง สะพานจะสั่นและน่ากลัวมากก สุดท้ายก็ผ่านกันมาได้ ตอนถึงปลายทาง เราก็ต้องเลือกว่าจะเดินไปต่อเพื่อวนกลับหรือเดินกลับทางสะพานเหมือนเดิม ใช่ครับพวกผมขี้เกียจเลย รอช่วงไม่มีคนเพื่อเดินข้ามกลับ (รอบกลับสบายมาก แค่นี้เอ้งกลัวไรกันฟะ) สุดท้ายก็เดินกลับจนถึงรร.

/Sumatakyo Onsen Yumeso เป็นรร. แบบโบราณเหมือนคืนก่อนหน้า ห้องน้ำรวมแยก ช ญ แบบออนเซ็น เปิดประสบการณ์มาก 55555 อารมณ์แบบหนังญี่ปุ่นเรื่อง perfect day ที่ลุงไปอาบน้ำ (ถ้าใครเคยดู) ในทริปก็จะมี ผญ อยู่ด้วยส่วนตัว ผญ สบายในเรื่องนี้แต่ ผช อย่างเรานะสิ เหอะ ๆ สุดท้ายก็ผ่านกันมาได้แบบทุลักทุเลพอสมควร (ห้องพักนอนแบบเสื่อทาทามินอนพื้นแต่นอนสบายมากเหมือนนอนเตียงดี ๆเลย) พอถึงช่วงอาหารเย็น ค่า รร.ที่จองรวมอาหารเย็นกับเช้าไว้แล้ว ในเซ็ตจะเป็นหม้อไฟน้ำซุปมิโซะหมู หรือเนื้อแล้วแต่เลือก รสชาติกลมกล่อมอร่อยมาก แล้วมีปลาตัวประมาณ 5-6นิ้ว เสิร์ฟมาตอนท้าย ปลาสดมากกินพร้อมกับน้ำเก๊กฮวยอร่อยสุด ๆ และตบท้ายด้วยของหวานค่าดว่าเป็นวุ้นอะไรสักอย่างส่วนตัวไม่ชอบเพราะมันมีกลิ่นเหมือนยาน้ำเด็ก 5555 จบวันที่ สองกันอย่าง เหนื่อยล้าพร้อมจิบน้ำเก๊กฮวยกับอากาศ 0 อาศาในตอนดึก เป็นอะไรที่ดีมากก

🎯:สรุปวันที่สองขับรถน้อยหน่อยแต่ลุ้นเหมือนเดิม ใครที่ชอบธรรมชาติจะไม่ผิดหวังกับที่นี่แน่นอน ไม่จำเป็นต้องเป็นจุดไฮไลก์ก็ได้แค่ข้างทางก็สวยมากแล้ว ใครจะมาสะพานเตรียมเสบียงให้ดี ข้างบนไม่มีร้านสะดวกซื้อ ร้านส่วนใหญ่ข้างบนปิดไวมากกควรหา รร.ที่มีอาหารเย็น จะดีกว่า รร.ที่ผมจองระยะทางจะใกล้สะพานที่สุดแล้ว

🚅 ระยะทาง : 20 Km.

💰ค่าที่พัก : 57,000yen

(คนละ 9,500yen/6คน รวมอาหารเช้า/เย็น)

2025/9/17 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการเดินทางในญี่ปุ่นด้วยรถยนต์นั้นนับเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นมากๆ ที่ไม่เพียงแต่เที่ยวชมวิวสวยๆ แต่ยังได้สัมผัสวัฒนธรรมและอาหารญี่ปุ่นที่หลากหลาย เช่น ชาเขียวร้อนซึ่งเป็นเครื่องดื่มที่เป็นเอกลักษณ์ของภูมิภาคนี้ การเลือกพักในที่พักแบบโบราณพร้อมกับการแช่ออนเซ็นยังเป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มความรู้สึกเข้ากับธรรมชาติและการใช้ชีวิตแบบญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ สะพาน Yume no Tsuribashi ยังเป็นจุดถ่ายภาพที่สวยงามมาก ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดที่จะเดินข้าม เพื่อสัมผัสความสวยงามของแม่น้ำและเทือกเขาที่ล้อมรอบ สุดท้ายนี้การเตรียมที่พักให้มีอาหารบริการก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะบางพื้นที่อาจไม่มีร้านค้าให้เลือกซื้อตลอด ทั้งหมดนี้จะทำให้การเดินทางของคุณเป็นที่น่าจดจำและสมบูรณ์แบบ!