ครั้งแรกกับการฉีดฟิลเลอร์ปาก💉🤍✨

รีวิวการฉีดปากครั้งแรก

เริ่มต้นเลย

1.เราหาคุณหมอที่เราชอบผลงานของเขามากที่สุด

-หมอคิม LA FERLY CLINIC ตอบโจทย์เราที่สุด

2.ดูรีวิวแบรนด์ฟิลเลอร์ที่เราสนใจ แล้วบังเอิ๊ญญ คลินิกหมอคิมมีตัวที่เราสนใจพอดี(เราฉีด e.p.t.q นะคะ 1 cc )

ประสบการณ์ครั้งแรก🫧

เริ่มแรกเราทำการจองกับทางคลินิกค่ะ ตื่นเต้นมากก กลัวปากออกมาไม่สวย กลัวกินไม่แซ่บระหว่างบวม กลัวปวด กลัวตึง เหมือนตอนฉีดโบ

แต่ๆๆๆๆๆ มันไม่ได้เป็นแบบที่เราคิดเลยอ่ะไม่เจ็บแม้ตอนที่ฉีดฟิลเลอร์เข้าไปแล้วแทบจะไม่รู้สึก อาจจะเพราะฉีดยาชาไปส่วนนึง แต่หลังจากยาชาหมดฤทธิ์ก็ไม่เจ็บไม่ปวดเลยค่ะ แถมกินแซ่บเหมือนเดิม😂 จึ้ง!!!

ส่วนเรื่องความพอใจของทรงปาก

คือ เป็นทรงปากที่พอใจสุดๆ แม้อยากจะได้ติ่งตรงปากบนอีกนิด(ตอนรีเควสหมอเค้าบอกไม่เอาติ่งเองค่ะ กลัวออกมาไม่ฉวยย แต่จริงๆควรมีมาก) แต่เอาไว้ครั้งหน้าจะไปเติมแน่นอน หมอออกแบบทรงให้สวยสมกับทรงประจำคลินิกค่ะ คือทรง Hybrid shape💫

ที่ชอบที่สุด‼️ คือเติมร่องปากให้อิ่มฟูทาลิปแล้วไม่ตกร่องอีกต่อไป!! ยกให้เป็นคลินิกอันดับ 1 ในใจตอนนี้เลยค่าาา ไอเลิฟหมอคิมมม🥺🫶🏻🎀

1 เดือนจะมาอัพเดทอีกที รอติดตามน้าาา

สาขา:เราฉีดที่สุทธิสาร

💵 ราคา: 6 ใบเทา

ความเจ็บ : 3/10 (ฉีดโบเจ็บกว่ามาก)

⭐️ความพอใจ: 9.5/10 (แอบอยากได้ติ่งตามที่หมอแนะนำ นอยอ่า)

📍พิกัด:La ferly clinic

#laferlyclinic #Filler #ฉีดฟิลเลอร์ปาก #ฉีดฟิลเลอร์ปากครั้งแรก #รีวิวฉีดฟิลเลอร์ปาก

La Ferly clinic (Inthamara)

2025/10/4 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเผื่อใครกำลังหา “เรฟฉีดปาก 1cc” แล้วลังเลว่าควรขอทรงยังไง/บวมกี่วัน/ดูแลหลังทำอะไรได้บ้าง เรารวมสิ่งที่อยากรู้ก่อนฉีดฟิลเลอร์ปากไว้ให้แบบอ่านจบตัดสินใจง่ายขึ้นค่ะ (ของเราเป็นฟิลเลอร์ปาก 1cc e.p.t.q และขอแนว Hybrid shape เน้นปากอิ่มฟู+เติมร่องปาก) 1) เรฟฉีดปาก 1cc เลือกแบบไหนให้เหมาะกับหน้า - ถ้าปากเดิมบาง/มีร่องลึก: แนะนำเรฟแนว “เติมร่องปาก” ก่อน เพื่อให้ทาลิปแล้วไม่ตกร่อง และปากดูสุขภาพดีขึ้นแบบไม่โป๊ะ - ถ้าอยากให้เซ็กซี่ขึ้น: ขอ “เพิ่มวอลลุ่มช่วงกลางปาก” และยกมุมปากเล็กน้อย จะได้ฟีลอวบอิ่มแต่ยังเป็นธรรมชาติ - เรื่อง “ติ่งปากบน”: ถ้าชอบทรงคิวปิดโบว์ ให้บอกหมอตรงๆ ว่าอยากมีติ่งแค่ไหน (นิด/ชัด) เพราะ 1cc ทำได้แต่ต้องบาลานซ์กับรูปปากเดิม ไม่งั้นอาจดูเป็นก้อน 2) 1cc พอไหม? (จากประสบการณ์คนทำครั้งแรก) 1cc เหมาะมากสำหรับครั้งแรก เพราะปรับรูปทรงได้ชัดขึ้นแต่ยังไม่เปลี่ยนหน้าจนคนทักแรง เห็นผลเด่นสุดที่ “ความอิ่มฟู” และ “ร่องปากตื้นลง” แต่ถ้าอยากหนามากๆ หรือแก้ทรงเยอะๆ อาจต้องมากกว่า 1cc (ขึ้นกับฐานปาก) 3) อาการบวมหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก: ไทม์ไลน์ที่เจอบ่อย - หลังฉีดเสร็จ: ปากจะดูอิ่มทันที แต่ยังมีบวมปนอยู่ - วันที่ 1-2: ช่วงบวมชัดสุด บางคนมีตึงๆ หรือช้ำเล็กน้อย - วันที่ 3-7: เริ่มยุบ เข้าที่ขึ้น ทรงชัดขึ้นเรื่อยๆ - ประมาณ 2 สัปดาห์: โดยรวมจะเริ่มเข้าที่มาก (แต่หลายคนรอ 1 เดือนเพื่อดูทรงสุดท้าย) 4) ดูแลหลังฉีดให้ปากเข้าที่สวย (ทำตามนี้แล้วสบายใจขึ้น) - งดจับ/นวด/กดปากแรงๆ ในช่วงแรก (ถ้าหมอไม่ได้สั่ง) - เลี่ยงความร้อนจัด เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ เครื่องดื่มร้อนมากๆ ช่วง 48 ชม. แรก - งดแอลกอฮอล์และของเค็มจัด 1-2 วัน เพื่อลดบวม - ดื่มน้ำเยอะๆ และทาลิปบาล์มเพิ่มความชุ่มชื้น ปากจะดูฟูสวยขึ้น 5) คำถามยอดฮิต: ฉีดฟิลเลอร์ปากเจ็บไหม? ส่วนใหญ่เจ็บน้อยกว่าที่คิด เพราะมีการแปะยาชา/ฉีดยาชาช่วย ระหว่างทำจะรู้สึกตึงๆ มากกว่าปวด และหลังทำบางคนยังใช้ชีวิตกินได้ปกติ แต่อย่าลืมว่าความรู้สึกขึ้นกับเทคนิคหมอและความไวต่อความเจ็บของแต่ละคนด้วย ถ้าใครจะเซฟเรฟไปให้หมอดู แนะนำทำเป็น 3 ข้อสั้นๆ เช่น “ขอปากอิ่มฟูธรรมชาติ + เติมร่องปาก + ขอทรง Hybrid shape (อยากมีติ่งปากบนระดับไหน)” จะสื่อสารง่ายและได้ทรงใกล้ใจมากขึ้นค่ะ

ค้นหา ·
ลา เฟอร์ลี่ คลินิก

8 ความคิดเห็น

รูปภาพของ 🥰
🥰

อยู่ได้นานมั้ยคะeptq

ดูเพิ่มเติม(1)
รูปภาพของ เอ๊าะแอ๊ะรีวิว
เอ๊าะแอ๊ะรีวิว

กำลังดูที่นี่ หลังฉีด ปากบวมนานกี่วันค่ะ

ดูเพิ่มเติม(1)

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม