Automatically translated.View original post

HOW TO Care for bad breath to smell!!!

Daily Oral Care 🗓️

- Brush your teeth at least twice a day. 🪥

After meals and before bed (at least 2 minutes)

- Tongue brush / Use a tongue scrape 👅

Remove the accumulated bacterial stains on the tongue.

- Replacement the toothbrush every 3-4 months or

When the bristles bloom,

- Gargle. Use mouthwash. 🦷

With antibacterial ingredients or

Gargle with brine to disinfect 🫧

Modify behavior and diet.

- Drink lots of water, prevent dry mouth. 💧

Which is a bacterial deposit. 👀

Dry mouth makes saliva produce less. ❄️

- Avoid strong-smelling food. Reduce 🧅

Garlic, onion, stump, 🧄

Fermented food 🫙

- Reduce caffeine and alcohol. 🍻🥂🍷

These drinks dry the mouth. 🍾

- Quit smoking. Smoking makes 🚬🙅🏻‍♂️

Dry mouth and increase gum disease risk 👀

- Use bad breath spray. 🫦

Injection to temporarily deodorize

- Oral check. Found 🗓️

Dentist 1-2 times a year. 🧑‍⚕️

To detect and treat 🦷

Tooth decay / gum disease 👀

- Get enough rest. Sleep deprivation does. 💤

Let oral immunity decrease. Bacteria increase. 🛌💤# Lemon 8 Howtoo # Bad breath deodorant # Bad breath # Care for whole body health # Lemon8

2025/12/6 Edited to

... Read moreกลิ่นปาก ถือเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อความมั่นใจได้มาก การดูแลช่องปากอย่างถูกวิธีจึงสำคัญมากเพื่อป้องกันการสะสมของแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของกลิ่นเหม็น การแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง หลังอาหารและก่อนนอนเป็นพื้นฐานที่ไม่ควรมองข้าม ควรใช้เวลาแปรงฟันอย่างน้อย 2 นาทีเพื่อให้ขจัดคราบได้อย่างทั่วถึง นอกจากการแปรงฟัน การแปรงหรือตรวจลิ้นด้วยที่ขูดลิ้นก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะลิ้นเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย การขูดลิ้นช่วยลดคราบแบคทีเรียที่อยู่บนลิ้นซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของกลิ่นปาก นอกจากนี้ การบ้วนปากด้วยน้ำยาที่มีส่วนผสมต้านแบคทีเรีย หรือแม้แต่ใช้น้ำเกลือช่วยฆ่าเชื้อโรค ก็ช่วยลดแบคทีเรียในช่องปากได้ดี นอกจากเครื่องมือและผลิตภัณฑ์ทางทันตกรรมแล้ว พฤติกรรมการรับประทานอาหารก็เป็นปัจจัยสำคัญ เช่น การดื่มน้ำให้เพียงพอช่วยป้องกันปากแห้ง ซึ่งน้ำลายน้อยจะส่งผลให้เชื้อแบคทีเรียเพิ่มจำนวนมากขึ้น และกลิ่นปากแย่ลง ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีกลิ่นแรง เช่น กระเทียม หัวหอม รวมถึงอาหารหมักดอง และควรลดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้ปากแห้ง นอกจากนี้ การเลิกสูบบุหรี่เป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญ เนื่องจากบุหรี่ทำให้ปากแห้งและเพิ่มความเสี่ยงโรคเหงือกต่างๆ บางครั้งอาจใช้สเปรย์ดับกลิ่นปากเป็นวิธีระงับกลิ่นชั่วคราวที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจได้ แต่ไม่ควรพึ่งพาเพียงอย่างเดียว อย่าลืมตรวจสุขภาพช่องปากกับทันตแพทย์อย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้งเพื่อตรวจพบและรักษาปัญหาฟันผุหรือโรคเหงือกตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อป้องกันต้นเหตุของกลิ่นปาก การพักผ่อนให้เพียงพอก็จำเป็น เพราะการอดนอนทำให้ภูมิคุ้มกันในช่องปากลดลง ส่งผลให้แบคทีเรียเพิ่มมากขึ้นและกลิ่นปากรุนแรงขึ้นตามไปด้วย การดูแลกลิ่นปากอย่างรอบด้านทั้งในเรื่องของสุขอนามัยที่ถูกวิธี การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค และการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้กลิ่นปากหอมสดชื่น เพิ่มความมั่นใจทุกครั้งที่พูดคุยและยิ้มได้อย่างสบายใจ