Finally sub 30 for me 🏃‍♀️

ซ้อมมาหลายเดือน

วันไหนจริงจังวันนั้นไม่ได้ !!!

ส่วนตัวตั้งเป้าหมายในตัวเองว่าต้องการทำให้ได้ซักครั้งสิ

แต่ไม่เคยไปถึงเลย จนวันนี้หยุดวิ่งไป4วันให้ร่างกายได้พักผ่อน

กินอิ่มนอนหลับ กับมาทำได้แบบงงๆ 😆

ขอบคุณความพยายามทำเป้าหมายที่ตัวเองตั้งใจไว้

ส่วนตัวใช้ boston12 ซ้อม 5555555

น้อง Evo ไว้ลงงาน

Novablast 5 นอนคาตู้ พอเอาน้องกลับมาใส่น้องทำให้บรรลุ

เป้าหมาย งงตาแตก

~ สงสัยจะชอบความนุ่มๆสินะ 🏃‍♀️😆🫶🏻🥰

ปล.แล้วแต่บุคคลนะคะส่วนตัวใส่ได้ทุกรุ่นชอบทุกรุ่น

แต่ sub 1 อาจจะยังจ้า ไม่ไหวว

#ออกกำลังกาย

#วิ่ง

#runningshoereview

#garminforerunner165

#ติดเทรนด์

2025/12/12 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมสำหรับใครที่ตั้งเป้าจะวิ่ง 5 กิโลเมตรต่ำกว่า 30 นาที หรือที่เรียกว่าการวิ่งแบบ "sub 30" นั้น การฝึกซ้อมควรมีการวางแผนและพักผ่อนอย่างสมดุลเพื่อให้ร่างกายฟื้นฟูได้อย่างเต็มที่ ผมเองก็เคยเจอช่วงที่ซ้อมอย่างหนักแต่ร่างกายกลับอ่อนเพลีย จนทำเวลาที่ตั้งใจไม่ได้เลย แต่พอได้หยุดพักสัก 3-4 วัน นอนหลับให้เพียงพอ กินอาหารดีๆ รู้สึกได้เลยว่าวิ่งได้ดีขึ้นอย่างชัดเจน นอกจากนั้นรองเท้าวิ่งก็มีผลมาก การเลือกใช้นวัตกรรมรองเท้าที่เหมาะสม อย่างรุ่น Novablast 5 ก็ช่วยรองรับแรงกระแทกและช่วยให้วิ่งได้อย่างนุ่มนวลขึ้น ทำให้เป้าหมายเวลา sub 30 เป็นไปได้จริง นอกจากนี้ ผมแนะนำให้ใช้แอปหรือเครื่องมือวัดการวิ่ง เช่น Garmin Forerunner 165 เพื่อบันทึกข้อมูลความเร็ว ระยะทาง และชีพจร จะช่วยให้รู้จุดที่ต้องปรับปรุงและทำให้การซ้อมมีประสิทธิภาพมากขึ้น สรุปได้ว่า การฝึกซ้อมอย่างมีวินัย การพักผ่อนที่เพียงพอ การเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม และคอยติดตามผลการวิ่งอย่างสม่ำเสมอ คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในการวิ่ง sub 30 นาทีครับ อย่าลืมว่าความพยายามและความตั้งใจสำคัญที่สุด ลองสังเกตตัวเองว่าวันไหนร่างกายพร้อมก็ซ้อมจริงจัง แต่ถ้าเหนื่อยหนักเกินไปก็อย่าฝืน รักษาสมดุลให้ดี แล้วเป้าหมายก็จะสำเร็จแน่นอนครับ!