Nice Guy Syndromeผู้ชายแสนดี แต่ไม่มีความสุข

Nice guys Syndrome

เคยไหมครับที่เป็นคนดีแล้วเหนื่อยจังเลยไม่มีความสุขไม่ได้จะบอกว่าถ้าอย่างนั้นว่าเป็นคนชั่วดีกว่าเพราะว่าจะแฮปปี้จังเลยนะครับ แต่อยากพาคุณไปสำรวจความคิดของคนดีทำเพื่อคนอื่นตลอดนะครับ

คนที่เข้าค่ายNice Guy Syndromeในนะครับมักจะผูกความสุขของคนของตัวเองไว้ที่คนอื่น

จริงๆแล้วภาวะNice Guys Syndromeนี่ไม่ได้เกิดเฉพาะผู้ชายอย่างเดียวนะครับจะเพศไหนก็อยู่ในสภาวะนี้ได้หมด

เมื่อความสุขของเขาผูกติดกับคนอื่นทำให้หลายครั้งเขาไม่ยอมบอกความต้องการของตัวเองให้ชัดเจนแต่เอาความต้องการของคนอื่นมาก่อนแล้วก็ไม่ค่อยอยากจะปฏิเสธคนอื่นเท่าไหร่ทั้งทั้งที่ขัดใจเขาอยู่ข้างใน

#Lemon8ท้าGenZ #ผู้ชายดูดี #ถามตอบปัญหาหัวใจ #ติดเทรนด์

2025/8/18 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมNice Guy Syndrome (หรือบางคนเรียก niceguy) สำหรับผมมันไม่ใช่ “คนดี” แบบน่ารักอย่างเดียว แต่คือความเคยชินที่เราพยายามทำให้คนอื่นพอใจตลอดเวลา จนความสุขของตัวเองไปแขวนไว้กับการยอมรับจากคนอื่น พอไม่ได้รับคำชม/ความรัก/การตอบแทน ก็จะเหนื่อย เศร้า หรือเริ่มรู้สึกว่าทำดีไปทำไม สัญญาณที่ผมเจอบ่อย (ลองเช็กตัวเองแบบไม่ต้องโทษตัวเองนะ) 1) ไม่กล้าพูดความต้องการตรงๆ เช่นอยากพัก อยากอยู่คนเดียว แต่อยู่ๆ ก็ฝืนไปช่วยคนอื่นก่อน 2) ปฏิเสธไม่เป็น กลัวถูกมองว่าใจร้าย ทั้งที่ข้างในอึดอัด 3) ชอบ “ทำดีเพื่อหวังผล” แบบไม่รู้ตัว เช่นหวังให้เขารักเรา เห็นค่าเรา หรือเลือกเรา 4) เก็บความไม่พอใจไว้ แล้วไปงอน/เงียบ/ประชดทีหลัง เพราะตอนแรกไม่กล้าพูด 5) รู้สึกผิดง่ายเวลาเลือกตัวเอง ทั้งที่เป็นเรื่องปกติ สิ่งที่ช่วยผม “Say goodbye Nice Guy Syndrome” ได้จริงคือการฝึกตั้งขอบเขต (boundaries) แบบเล็กๆ ก่อน ไม่ต้องพลิกเป็นคนแข็งทันที - เริ่มจากประโยคปฏิเสธที่สุภาพ: “ตอนนี้ยังไม่สะดวกนะ ไว้ได้วัน…” หรือ “ขอคิดดูก่อนแล้วจะตอบนะ” แค่ยื้อเวลาได้ก็ลดการฝืนใจ - พูดความต้องการแบบไม่กล่าวโทษ: ใช้ “ฉันรู้สึก/ฉันต้องการ…” เช่น “ผมเหนื่อย ขอพักก่อนนะ” แทนการเงียบแล้วหวังให้คนอื่นเดา - ตั้งกติกาให้ตัวเอง 1 ข้อ: ก่อนรับปากใครให้ถามตัวเองว่า “ถ้าทำแล้วเหนื่อย/เสียเวลา/เสียเงิน เรารับได้จริงไหม” ถ้าคำตอบคือไม่ ให้เริ่มต่อรอง - แยก “ความดี” ออกจาก “การเอาใจคนอื่น”: เป็นคนดีได้ แต่ไม่จำเป็นต้องแลกด้วยการละทิ้งความต้องการของตัวเอง ถ้าเรื่องนี้เกิดในความสัมพันธ์ ผมว่าเช็กเพิ่มอีกนิดว่าเรากำลังทำดีเพราะรัก หรือทำดีเพราะกลัวเขาไม่รัก ถ้าเป็นอย่างหลังบ่อยๆ นั่นคือสัญญาณของ syndrome guy ที่ทำให้ใจเราไม่เป็นอิสระ สุดท้าย การกลับมาดูแลตัวเองไม่ใช่ความเห็นแก่ตัวนะครับ มันคือความรับผิดชอบต่อความสุขของเราเอง พอเราชัดเจนขึ้น คนรอบตัวก็จะรู้วิธีปฏิบัติกับเรา และเราจะเหนื่อยน้อยลงแบบเห็นได้จริง