My second half, at 33,
เมื่อถึงวัย 33 ปี ผมเริ่มรู้สึกว่าการจัดการเรื่องการเงินและการใช้ชีวิตสำคัญมากขึ้น เพราะร่างกายและจิตใจมีความต้องการที่เปลี่ยนไปจากตอนเด็ก ๆ หนึ่งในวิธีที่ผมทำแล้วเห็นผลดีคือการลดค่าใช้จ่ายโดยการย้ายจากห้องพักที่ราคาแพงกว่าไปยังห้องที่เสียค่าเช่าถูกลง สิ่งนี้ช่วยให้ผมมีเงินเก็บเพิ่มขึ้นและลดภาระเรื่องการเงินลง อีกทั้งยังตัดสินใจปิดหนี้ที่ไม่จำเป็นอย่างแอพช็อปปิ้งต่าง ๆ ที่เคยก่อภาระให้ตัวเองได้ อย่างเช่นแอพ Shopee ที่ตอนนี้ผมแทบจะไม่ใช้ในการซื้อของ เพราะผมเริ่มรู้จักการควบคุมตัวเองและหลีกเลี่ยงการจับจ่ายฟุ่มเฟือยออกไป นอกจากเรื่องการเงินแล้ว ผมก็ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ โดยหันไปโฟกัสที่การออกกำลังกายให้พอดีกับกำลังของร่างกายหลังวัย 30 ปี เพราะรู้ว่าเมตาบอลิซึมเริ่มลดลง น้ำหนักลงยากขึ้น สิ่งนี้ช่วยให้ผมรู้สึกกระฉับกระเฉงและมีพลังงานมากขึ้นในการทำงานและใช้ชีวิตในแต่ละวัน นอกจากนี้ผมยังให้ความหมายกับช่วงเวลาที่ได้พักผ่อนและสนุกกับสิ่งที่รัก อย่างการไปคาราโอเกะหรือเที่ยวเป็นรางวัลจำกัดงบประมาณให้เหมาะสมกับสถานการณ์ทางการเงิน ซึ่งช่วยคลายเครียดและเติมพลังใจให้พร้อมสู้กับงานต่อไป ถ้าพูดถึงกิจวัตรเล็ก ๆ ที่ช่วยเสริมสร้างสมาธิและความสุข ก็คือการชงมักฉะ ซึ่งสำหรับผมเป็นมากกว่าการดื่มชา แต่มันคือการฝึกสมาธิอย่างหนึ่งที่ทำให้ผมตั้งใจในสิ่งที่ทำและผ่อนคลายไปในตัว ทั้งหมดนี้คือบทเรียนและประสบการณ์ส่วนตัวที่ผมได้เจอในครึ่งปีหลังของวัย 33 ปี และหวังว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายคนที่กำลังมองหาวิธีจัดการชีวิตให้ดีขึ้นได้ไม่น้อยครับ






