Automatically translated.View original post

The car that Kuan chose to eat

2025/8/13 Edited to

... Read moreถ้าพูดถึง “คาร์บดีที่ควรกิน” เรามักได้ยินคำว่า “คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน” บ่อยมาก เราเองก็เริ่มสนใจตอนรู้สึกว่าเวลาเลือกคาร์บผิด (พวกขนมปังขาว/ขนมหวานจัด ๆ) จะหิวไว ง่วงง่าย แล้วบางวันเผลอกินจุกจิกทั้งวัน เลยลองปรับมาเลือกคาร์บเชิงซ้อน และทำกินเองบ้าง (นึ่งเองคือสบายใจสุด เพราะมั่นใจว่าวัตถุดิบไม่เน่าเสีย และไม่ต้องพึ่งน้ำตาล/น้ำมันเพิ่มเยอะ) คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ได้แก่ อะไรบ้าง? - ข้าวกล้อง/ข้าวไรซ์เบอร์รี่ - ข้าวโอ๊ต (oats) - ขนมปังโฮลวีตแท้ (ดูส่วนผสมว่าเป็น whole grain จริง) - มันหวาน (คาร์บดีที่กินง่ายสุดสำหรับเรา) - เผือก ฟักทอง ข้าวโพด - ถั่วต่าง ๆ และธัญพืชไม่ขัดสี ทำไมถึงเรียกว่าคาร์บเชิงซ้อน? เพราะโครงสร้างแป้ง/ใยอาหารจะซับซ้อนกว่า ทำให้ร่างกายย่อยและดูดซึมช้ากว่า ส่งผลให้พลังงานค่อย ๆ มา ไม่พุ่งแล้วตกเร็วเหมือนคาร์บขัดสี (เช่น ข้าวขาว เส้นก๋วยเตี๋ยวขัดสี ขนมปังขาว) ประโยชน์คาร์โบไฮเดรต (โดยเฉพาะแบบเชิงซ้อน) ที่เรารู้สึกได้จริง 1) อิ่มนานขึ้น หิวน้อยลง วันที่เรากินข้าวโอ๊ตหรือมันหวานเป็นมื้อเช้า จะอยู่ท้องกว่าและไม่อยากของหวานตอนบ่ายเท่าเดิม 2) พลังงานสม่ำเสมอ ไม่ง่วงเพลียกลางวันง่าย เหมาะมากกับวันที่ต้องทำงานยาว ๆ หรือเรียนทั้งวัน 3) ช่วยเรื่องการขับถ่าย เพราะมีใยอาหาร คาร์บเชิงซ้อนหลายอย่างมาพร้อมไฟเบอร์ กินคู่กับน้ำเปล่าให้พอจะยิ่งดี 4) เป็นแหล่งพลังงานที่เหมาะกับการออกกำลังกาย ถ้าต้องใช้แรงหรือคาร์ดิโอ คาร์บดีจะช่วยให้มีแรงและฟื้นตัวดีขึ้น (แต่ปริมาณต้องพอดีกับเป้าหมาย) ไอเดีย “กินมันหวาน” แบบง่าย ๆ ที่เราทำประจำ - นึ่งทั้งหัว แล้วแบ่งเก็บตู้เย็น 2–3 วัน เวลาอยากกินก็อุ่น - กินคู่โปรตีน เช่น ไข่ต้ม อกไก่ โยเกิร์ตไม่หวาน จะอิ่มและบาลานซ์กว่า - ถ้าซื้อมาแล้วกลัวมีจุดช้ำ/เน่า เราจะปอกดูให้ชัวร์ก่อนนึ่งเสมอ ทิปเล็ก ๆ เวลาเลือกคาร์บให้เป็น “คาร์บดี” - เลือกแบบไม่ขัดสี/โฮลเกรนเป็นหลัก - จัดจานให้มีโปรตีน + ผัก + คาร์บ จะคุมความหิวได้ดี - ไม่ต้องตัดคาร์บออกทั้งหมด แค่เลือกชนิดและปริมาณให้เหมาะกับตัวเองก็พอ