HOW TO เปลี่ยนหน้าสิวให้ดีขึ้น ep2!

ส่วนตัวใช้แค่นี้เลย ไม่ลืมที่จะ double cleansing และ ทามอย

ตอนเช้า : ล้างโฟมล้างหน้า(เฉพาะวันที่แต้มสิว) วันปกติล้างน้ำเปล่า และก็ทามอย ตามด้วยกันแดด

🚨รอมอยซึมก่อนน้า ค่อยทากันแดด ( แต่งหน้าจะได้ไม่หยา )

กลางคืน : ใช้คลีนซิ่งออย วิธีตามที่เค้าบอกในรูปเลย และ ล้างด้วยโฟมล้างหน้า จากนั้น ทามอย และ ถ้ามีสิวขึ้นให้แต้มสิว

เค้ารู้สึกว่า ตั้งแต่เค้ารู้ว่าตัวเองหน้าแห้ง และ หาครีมที่เหมาะกับสภาพผิว ตั้งแต่เริ่มทามอย สิวก็ขึ้นน้อยลงมากๆ ไม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ลดสิวเลย แต่ถ้าช่วงไหนขกทาครีม หน้าก็จะแห้ง+สิวเริ่มขึ้น เหมือนหน้าขาดความชุ่มชื้น สิวขึ้นเลย

แต่ก่อนเค้าใช้ klay ahaด้วย ใช้หลายขวดมาก 4-5ขวด (ดันสิวดีมาก หน้าใสเลยช่วงนั้น) เวลาใช้เค้าจะทาตัวเดียว ไม่ได้ทามอย ตื่นมาค่อยโบกมอย ในวิธีใช้ให้ใช้วันเว้นวันแต่เค้าใช้ทุกวันเลย(ใครหน้าแพ้ง่าย ไม่แนะนำน้า)

ปล.klay แอบแรงอยู่ แต่เค้าชอบมาก ทาละมันกัดหน้ายุ้บยิบๆ เหมือนมันกำลังทำงาน ไม่ได้รู้สึกเจ็บ ฟินน พร้อมหน้าใส แต่ตอนนี้เค้าไม่ได้ใช้แล้ว แอบอยากกลับไปใช้อยู่ แต่พี่แกน่าจะเปลี่ยนแพ็กเกตจิง ไม่รู้ว่ายังเหมือนเดิมไหม

ส่วนบางทีขยันๆ ก็จะมาร์คหน้า ของ บาโนบากิ สีชมพูบ้าง สีม่วงบ้าง สีน้ำตาลบ้าง สีเหลืองบ้าง ใช้แล้วแต่อารมสุดๆ (อย่าลืมที่จะเอามาร์คแช่ตู้เย็น) ♥️

การกิน เค้ากินปกติเลย ไม่ได้งดอะไร เวลาสั่งน้ำ ก็สั่งหวานร้อย ใช้ชีวิตปกติเลยย

#ติดเทรนด์ #สิว #ดูแลตัวเอง #Lemon8ฮาวทู #lemon8ไดอารี่

5/20 แก้ไขแล้ว

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวในการดูแลผิวที่มีปัญหาสิว สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ช่วยให้หน้าดีขึ้นคือการรู้จักสภาพผิวตัวเองให้ชัดเจน เช่นเดียวกับในบทความนี้ที่เน้นการทำ double cleansing และการเลือกมอยส์เจอไรเซอร์ที่เหมาะสมกับผิวแห้ง การใช้คลีนซิ่งออยสำหรับล้างเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกบนผิวหน้าในตอนกลางคืน เป็นวิธีที่ช่วยให้ผิวสะอาดล้ำลึกโดยไม่ทำร้ายผิว เพราะช่วยละลายสิ่งตกค้างได้ดี หลังจากนั้น การล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าที่เน้นสูตรชุ่มชื้นจะช่วยเสริมความสะอาดและไม่ทำให้ผิวแห้งตึง ในตอนเช้า ถ้าวันไหนไม่ได้แต้มสิว ใช้เพียงน้ำเปล่าล้างหน้าและทามอยส์เจอไรเซอร์ตามด้วยกันแดด ก็ช่วยให้ผิวไม่แห้งและลดความระคายเคืองได้ดี โดยเฉพาะการรอให้มอยส์เจอไรเซอร์ซึมก่อนทากันแดด จะช่วยให้แต่งหน้าเกาะติดและไม่เป็นคราบ นอกจากนี้ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์แต้มสิวที่มีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบและฆ่าเชื้อแบคทีเรียอย่างแป้งโคลนเคลียร์สิวหรือคลีนเซอร์ต่างๆ ที่แนะนำในเนื้อหา เป็นสิ่งที่ช่วยควบคุมการเกิดสิวใหม่และลดความมันบนผิวได้ดี อย่างไรก็ตาม ต้องระวังเรื่องสิวที่อาจขึ้นจากผิวแห้งหรือขาดความชุ่มชื้น การใช้ครีมบำรุงผิวที่เหมาะสมจึงสำคัญมาก เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของไฮโดร-ยูเรีย ซึ่งช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นนานถึง 72 ชั่วโมง ทำให้ผิวไม่แห้งลอกและลดการเกิดสิวได้ ประสบการณ์ใช้ผลิตภัณฑ์ AHA ก็แสดงให้เห็นว่ามันช่วยผลัดเซลล์ผิวและลดสิวได้ดี แต่ต้องใช้อย่างระมัดระวัง เพราะอาจเกิดการระคายเคืองได้ถ้าใช้บ่อยเกินไป ในส่วนของการดูแลเสริม การมาร์คหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่หลากสีและมีคุณสมบัติแตกต่างกัน เช่น บาโนบากิ ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้น พร้อมเก็บในตู้เย็นก่อนใช้ จะเพิ่มความสดชื่นและกระตุ้นการบำรุงผิวให้ดียิ่งขึ้น สุดท้ายนี้ เรื่องอาหารและน้ำหวาน แม้บางคนจะกังวลเกี่ยวกับการกินหวานและแป้งที่อาจกระตุ้นสิว แต่จากประสบการณ์ พบว่าสามารถรับประทานอาหารตามปกติได้โดยไม่ต้องกังวลมากนัก หากดูแลผิวหน้าอย่างถูกวิธีและใช้ผลิตภัณฑ์เหมาะสม ก็จะช่วยลดปัญหาสิวลงอย่างเห็นได้ชัด หวังว่าเคล็ดลับเหล่านี้จะช่วยให้ผู้อ่านที่กำลังประสบปัญหาผิวหน้าสิว ได้มีแนวทางและแรงบันดาลใจในการดูแลผิวของตนเองให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน