4 book in January 📚⭐️
จวบระพีอัสดง —* ความรักที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคนานาประการ เพศ ชนชั้น สังคม เพื่อกลับมาอยู่เคียงข้างกัน
: บางบาดแผลไม่วันหายดี เหมือนที่นรินทร์ไปเป็นทหาร ไปรบ เพื่อคุณรพี แม้สุดท้ายสงครามจะสิ้นสุดลง และทั้งสองได้กลับมาอยู่ด้วยกัน แต่บาดแผลของการรบราฆ่าฟัน และความตาย ก็ยังติดอยู่ในทุกอณูของลมหายใจ
เดนดาว Never Die —* ความรักของคนเหงาสองคน ที่โลกเหวี่ยงให้มาใช้ชีวิตอยู่บ้านข้างกัน ภาษาดิบๆ อรรถรสเหลือล้น
: แค่รักแล้วไม่ได้ครอบครองก็น่าเจ็บปวดมากพอแล้ว แต่นี่แค่ร่างกายที่จะได้อยู่ข้างเขา จิตใจที่จะได้รักเขา หรือสมองเราที่จะใช้จดจำเขา เรายังไม่ได้ครอบครองมันเลย
แมลงสาบในเมืองสลด —* เมื่อความสุขต้องแลกมาด้วยความรู้สึกแปลกแยกจากผู้คน พายัพจึงพยายามเป็นทุกข์เพื่อจะได้อยู่ร่วมกับทุกคน
: ในโลกห่วยๆที่ทุกคนต่างมีปัญหา มีภาระหน้าที่ และความทุกข์ การมีความสุขอาจจะทำให้เรารู้สึกแปลกแยกจากสังคม แต่อนุญาตให้ตัวเองได้มีความสุขเถอะ อย่าพยายามไปเป็นส่วนหนึ่งของผลผลิตจากสังคมห่วยๆ จงมีความสุขและส่งต่อพลังงานดีๆให้คนรอบข้าง
โรงเรียนไม่ได้สอนให้คุณรวย —* หนังสือที่จะทำให้คุณตระหนักถึงระบบการทำงานของคุณ อะไรทำให้คุณยังทำงาน งกๆ ที่ได้แค่แรงขั้นต่ำ สวัส ดิการ และโบนัสเท่าหยิบมือ (หรือบางที่ไม่มีด้วยซ้ำ) ในขณะที่หัวแถวเขาได้เงินจากการทำงาน งกๆ ของเราไปแบบฉ่ำๆ
: การทำงานประจำเพื่อได้เงินแบบเดือนชนเดือน อดทนกับเพื่อนร่วมงาน เจ้านาย ความเหนื่อย ความเครียด หรือการหมดไฟในการทำงานแต่ยังฝืนไปต่อ การฝืนไปต่อของเราอาจไม่ใช่เพราะกลัวความล้มเหลว ไม่ใช่เพราะไม่กล้าออกจากเซฟโซน แต่อาจหมายถึงภาระหน้าที่ ความรับผิดชอบ ที่หยุดไม่ได้ ครอบครัว สินทรัพย์ต่างๆที่มีอยู่
จากประสบการณ์การอ่านหนังสือทั้ง 4 เล่มนี้ในเดือนมกราคม ผมรู้สึกทึ่งกับความลึกซึ้งและความหลากหลายของเรื่องราวที่แต่ละเล่มนำเสนอ เล่มแรก "จวบระพีอัสดง" บอกเล่าถึงความรักที่เต็มไปด้วยอุปสรรคด้านเพศ ชนชั้น และสังคม ผมรู้สึกสะเทือนใจเมื่อเห็นว่าบาดแผลจากสงครามยังคงติดอยู่ในใจคนที่เคยผ่านสงครามมา ไม่ใช่แค่การกลับมาของคนรักแต่ยังเป็นการเยียวยาบาดแผลทางจิตใจ "เดนดาว Never Die" นำเสนอมุมมองความรักของคนสองคนในโลกที่โหดร้าย ภาษาที่ใช้ดิบเถื่อนและเต็มไปด้วยอารมณ์ ทำให้ผมซึมซับความรู้สึกของความเจ็บปวดที่เกิดจากการไม่ได้ครอบครองกันอย่างแท้จริง แม้เพียงร่างกายหรือจิตใจก็ยังไม่เป็นของกันและกันจริงๆ ในขณะที่ "แมลงสาบในเมืองสลด" เน้นถ่ายทอดเรื่องความสุขที่แลกมาด้วยความรู้สึกแปลกแยกกับสังคม ตัวละครต้องพยายามเก็บความทุกข์ไว้เพื่อไม่ให้กลายเป็นเหมือนแมลงสาบ เรื่องนี้ทำให้ผมตระหนักว่าการอนุญาตให้ตัวเองมีความสุขแม้รู้สึกแตกต่างเป็นเรื่องสำคัญ และการส่งต่อพลังบวกให้คนรอบข้างก็ช่วยให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้นได้ สุดท้าย "โรงเรียนไม่ได้สอนให้คุณรวย" ชวนให้คิดถึงระบบการทำงานและความไม่เท่าเทียมทางเศรษฐกิจ ผมได้แรงบันดาลใจจากการเปิดเผยว่า ทำไมคนทำงานหนักแต่ไม่ได้รวย ในขณะที่บางคนกลับมีอิสระทางการเงิน มุมมองนี้ทำให้ผมอยากพัฒนาตนเองและมองหารูปแบบการลงทุนอย่างมีสติและรอบคอบ สรุปแล้ว หนังสือทั้ง 4 เล่มนี้เหมือนเป็นการสะท้อนภาพชีวิตและสังคมในหลายด้าน ตั้งแต่ความรัก ความทุกข์ และการดิ้นรนเพื่อความสำเร็จ ผมอยากแนะนำให้ทุกคนได้ลองอ่านดู เพื่อสร้างความเข้าใจในสังคมและแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตให้มากขึ้น




