เฉียบขาด! จีนสั่งประหารชีวิต อดีตบิ๊กขรก.เซี่ยงไฮ้ ฐานรับสินบน 680ล้าน

วันที่ 25 มิ.ย. 69 ที่หนานชาง สำนักข่าวซินหัว เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 69 ศาลประชาชนชั้นกลางเมืองหนานชางในมณฑลเจียงซีทางตะวันออกของจีน ได้ตัดสินประหารชีวิต จูจือซง อดีตเลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเขตใหม่ผู่ตงในเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ทางตะวันออก โดยให้รอลงอาญา 2 ปี ฐานรับสินบน พร้อมทั้งเพิกถอนสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิตและยึดทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมดของเขา

ศาลพบว่าระหว่างปี 2003-2024 จูได้ใช้ตำแหน่งหน้าที่ของตนให้ความช่วยเหลือแก่หน่วยงานและบุคคลที่เกี่ยวข้องในด้านต่างๆ เช่น การดำเนินธุรกิจ การรับเหมาโครงการ และการจัดหาเงินกู้เพื่อการลงทุน แลกกับการรับเงินและทรัพย์สินอย่างผิดกฎหมายคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 139 ล้านหยวน (ราว 682 ล้านบาท) โดยการรับสินบนของจูนั้นมีมูลค่าสูงเป็นพิเศษและสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อผลประโยชน์ของประเทศและประชาชน ซึ่งตามหลักการแล้วอาชญากรรมของเขาสมควรได้รับโทษประหารชีวิต

อย่างไรก็ดี จูให้การรับสารภาพความผิดอย่างตรงไปตรงมา พร้อมเปิดเผยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำผิดที่หน่วยงานกำกับดูแลยังไม่ทราบภายหลังถูกควบคุมตัว อีกทั้งยังยอมรับผิด แสดงความสำนึกผิด และคืนทรัพย์สินที่ได้มาอย่างผิดกฎหมาย โดยเงินสินบนส่วนใหญ่ที่เขาได้รับมานั้นได้ถูกยึดคืนแล้ว ศาลจึงตัดสินลงโทษจูอย่างผ่อนปรน

(ภาพจากศาลประชาชนชั้นกลางเมืองหนานชาง ในมณฑลเจียงซีทางตะวันออกของจีน : จูจือซง ขณะอยู่ในศาลประชาชนชั้นกลางเมืองหนานชาง)

6/26 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ที่เคยติดตามข่าวเกี่ยวกับการปราบปรามคอร์รัปชันในจีน ผมพบว่าการตัดสินโทษประหารชีวิตสำหรับเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่รับสินบนจำนวนมหาศาลอย่างกรณีของจูจือซง ถือเป็นการแสดงจุดยืนที่เข้มงวดและเด็ดขาดของรัฐบาลจีนในการต่อสู้กับปัญหาการทุจริต นอกจากเรื่องโทษที่รุนแรงแล้ว เรื่องการเพิกถอนสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิตและการยึดทรัพย์สินที่ได้มาอย่างผิดกฎหมาย ยังเป็นมาตรการเสริมที่ช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ต้องหากลับมามีอำนาจหรือใช้ประโยชน์จากผลประโยชน์ทุจริตอีกครั้ง ในบริบทของประเทศจีนที่มีการตั้งเป้าหมายมาตรฐานคุณธรรมและความโปร่งใสในภาครัฐอย่างสูง การตรวจสอบและตั้งข้อหาอย่างละเอียด รวมทั้งการให้โอกาสผู้ต้องหายอมรับผิดและร่วมมือคืนทรัพย์สิน ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยรักษาความยุติธรรมและความสมดุลในการตัดสินใจของศาล สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจคือการใช้ระบบดิจิทัลและเทคโนโลยีอย่าง Blockchain และ AI ในการติดตามเส้นทางการเงินและตรวจสอบความโปร่งใสของการใช้จ่ายภาครัฐ การพัฒนาเหล่านี้ช่วยปิดช่องโหว่และลดโอกาสของการทุจริตในอนาคต สำหรับคนไทยเอง การรับรู้เรื่องบทลงโทษสูงสุด เช่น การประหารชีวิตในกรณีคอร์รัปชัน อาจชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างของระบบกฎหมายและวัฒนธรรมทางการเมือง ซึ่งเป็นประเด็นที่ทุกชาติควรคิดและพัฒนาระบบตรวจสอบให้เหมาะสมกับสภาพสังคมและบริบทของตนเอง โดยสรุป กรณีจูจือซงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการจัดการปัญหาการทุจริตอย่างจริงจังและรุนแรง ที่ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ในหลายประเทศทั่วโลก และสะท้อนถึงความสำคัญของความโปร่งใสและความซื่อสัตย์ในภาครัฐที่ทุกคนควรตระหนัก