“Edel” หมายถึง สูงศักดิ์หรือประเสริฐส่วน “Weiss” หมายถึง สีขาว

“เอเดลไวส์” ดอกไม้เล็กบนยอดเขา

จากดอกไม้ทรงโปรดของสมเด็จย่า

สู่ดอกไม้ประจำพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

ภายใต้ความงดงามอันประณีตของกระเป๋าทรงถือย่านลิเภา

มีรายละเอียดหนึ่งที่หลายคนกำลังให้ความสนใจ

นั่นคือ ลวดลายซึ่งมีการเผยแพร่ข้อมูลว่า

ได้รับแรงบันดาลใจจาก “ดอกเอเดลไวส์”

ดอกไม้สีขาวนวลขนาดเล็ก

ซึ่งมิได้เป็นเพียงเครื่องประดับแห่งขุนเขา

หากยังมีเรื่องราวเชื่อมโยงกับความทรงจำ

ความเข้มแข็ง และพระราชปณิธานด้านการวิจัยของไทย

เอเดลไวส์ หรือ Edelweiss

เป็นพืชเมืองหนาวในวงศ์ทานตะวัน

เจริญเติบโตตามภูเขาสูงหลายแห่งในทวีปยุโรป

ส่วนสีขาวนวลที่ผู้คนมักเข้าใจว่าเป็นกลีบดอกนั้น

แท้จริงคือใบประดับซึ่งปกคลุมด้วยขนละเอียด

มีผิวสัมผัสคล้ายกำมะหยี่

ลักษณะพิเศษนี้ช่วยให้ต้นเอเดลไวส์

ปรับตัวต่ออากาศหนาว ความแห้งแล้ง

และสภาพแวดล้อมอันรุนแรงบนภูเขาสูงได้

ชื่อ Edelweiss มาจากภาษาเยอรมัน

คำว่า “Edel” หมายถึง สูงศักดิ์หรือประเสริฐ

ส่วน “Weiss” หมายถึง สีขาว

ในวัฒนธรรมยุโรป ดอกไม้ชนิดนี้จึงถูกเชื่อมโยงกับ

ความรักอันมั่นคง ความกล้าหาญ และความเสียสละ

เพราะในตำนาน ชายหนุ่มผู้จะนำดอกเอเดลไวส์

มามอบแก่หญิงผู้เป็นที่รัก

ต้องเดินทางขึ้นไปเก็บดอกไม้บนภูเขา

และเผชิญความยากลำบากระหว่างทาง

แต่สำหรับคนไทย

เรื่องราวของเอเดลไวส์ยังมีความหมายลึกซึ้งยิ่งกว่านั้น

เมื่อครั้งสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

ประทับอยู่ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

พระองค์ทรงสนพระราชหฤทัยดอกไม้ป่าบนภูเขา

โดยเฉพาะดอกเอเดลไวส์

พระองค์ทรงเก็บดอกไม้เหล่านั้นมาทับแห้ง

ก่อนทรงประดิษฐ์เป็นภาพ บัตรอวยพร

ที่คั่นหนังสือ และงานฝีพระหัตถ์ประเภทต่าง ๆ

งานบางส่วนมิได้จัดทำขึ้นเพียงเพื่อความงดงาม

แต่ยังทรงนำไปใช้เพื่อประโยชน์ด้านการกุศล

รวมถึงการหารายได้แก่สภากาชาดไทย

ดอกไม้เล็กจากเทือกเขาแอลป์

จึงมิได้เก็บรักษาไว้เพียงในสมุดหรือกรอบภาพ

หากยังสะท้อนพระราชจริยวัตรของสมเด็จย่า

ผู้ทรงมองเห็นคุณค่าของธรรมชาติ

และทรงเปลี่ยนสิ่งเล็กน้อยรอบพระองค์

ให้เกิดประโยชน์แก่ผู้อื่นเสมอ

กาลต่อมา เอเดลไวส์ได้รับการระบุให้เป็น

“ดอกไม้ประจำพระองค์”

ในสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

ดอกไม้ซึ่งสามารถยืนหยัดท่ามกลางความหนาวเย็น

จึงเปรียบเสมือนความสง่างามที่มิได้อ่อนแอ

ความอ่อนโยนที่ดำรงอยู่เคียงคู่ความกล้าหาญ

และความมั่นคงซึ่งไม่หวั่นไหวต่ออุปสรรค

ในปีพุทธศักราช ๒๕๖๒

มูลนิธิโครงการหลวงได้รับพระราชทานพันธุ์เอเดลไวส์

เพื่อนำไปศึกษาวิจัย ทดลองปลูก และขยายพันธุ์ในประเทศไทย

นักวิจัยได้นำเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมาใช้

ก่อนนำต้นกล้าไปทดลองปลูก

ณ สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์และสถานีวิจัยดอยปุย

จากดอกไม้แห่งภูเขาสูงในทวีปยุโรป

เอเดลไวส์จึงสามารถเติบโตและออกดอก

บนพื้นที่สูงของประเทศไทยได้สำเร็จ

การศึกษายังมิได้สิ้นสุดเพียงการปลูกเพื่อความสวยงาม

มูลนิธิโครงการหลวงได้นำส่วนต่าง ๆ ของต้นเอเดลไวส์

มาวิเคราะห์สารสำคัญทางพฤกษเคมี

พบคุณสมบัติด้านการต้านอนุมูลอิสระ

และการปกป้องผิวจากรังสีอัลตราไวโอเลต

ก่อนต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์เวชสำอางต้นแบบ

และผลิตภัณฑ์กันแดดจากสารสกัดเอเดลไวส์

เพื่อเพิ่มคุณค่าให้แก่งานวิจัยของไทย

และพัฒนาไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อย่างยั่งยืน

หากลวดลายบนกระเป๋าทรงถือย่านลิเภา

ได้รับการยืนยันว่าเป็นรูปดอกเอเดลไวส์จริง

กระเป๋าใบนั้นก็ย่อมมิได้มีคุณค่าเพียงความงดงาม

แต่คือการบรรจบกันของสองเรื่องราว

เรื่องหนึ่งคือ “ย่านลิเภา”

งานหัตถศิลป์อันประณีตจากภูมิปัญญาของช่างไทย

ซึ่งได้รับการอนุรักษ์และฟื้นฟูผ่านงานศิลปาชีพ

อีกเรื่องหนึ่งคือ “เอเดลไวส์”

ดอกไม้แห่งขุนเขา ความทรงจำ และความเข้มแข็ง

ซึ่งได้รับการต่อยอดจากความงามตามธรรมชาติ

ไปสู่งานวิจัยและนวัตกรรมของแผ่นดินไทย

จากดอกไม้เล็ก ๆ บนยอดเขาอันห่างไกล

สู่ดอกไม้ประจำพระองค์

และจากห้องเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

สู่ผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากองค์ความรู้ของนักวิจัยไทย

นี่จึงเป็นเรื่องราวของความงาม

ที่มิได้หยุดอยู่เพียงสิ่งซึ่งมองเห็นด้วยสายตา

แต่เป็นความงามที่เชื่อมโยง

พระราชจริยวัตร ความทรงจำ

ภูมิปัญญาช่างไทย และอนาคตของงานวิจัย

เข้าไว้ด้วยกันอย่างลึกซึ้ง

ข้อมูลตรวจสอบจาก: มูลนิธิโครงการหลวง กรมประชาสัมพันธ์ อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระนิพนธ์ เวลาเป็นของมีค่า ฐานข้อมูล Kew Science และพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ สิริกิติ์

Cr: เพจบุพเพสันนิวาส

8/4 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัว ฉันเคยเห็นความงดงามและความสำคัญของดอกเอเดลไวส์ในฐานะสัญลักษณ์แห่งความสง่างามและความเข้มแข็ง เมื่อตอนที่ไปเยี่ยมชมแหล่งวิจัยของมูลนิธิโครงการหลวงในภาคเหนือของประเทศไทย ฉันได้เห็นต้นเอเดลไวส์ที่ถูกเพาะเลี้ยงในสภาพแวดล้อมที่จำลองเหมือนภูเขาสูงในยุโรป หลังจากที่นักวิจัยได้นำเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมาใช้ปลูกอย่างประณีต สิ่งที่น่าประทับใจคือดอกไม้เล็ก ๆ นี้ไม่ได้สวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีสารสกัดที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระและการปกป้องผิวจากรังสีอัลตราไวโอเลต ฉันได้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์จากสารสกัดเอเดลไวส์และพบว่าช่วยให้ผิวดูสุขภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความละเอียดอ่อนของงานวิจัยและการประยุกต์ใช้ในผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามสะท้อนถึงการเชื่อมโยงระหว่างธรรมชาติและวิทยาศาสตร์อย่างน่าทึ่ง นอกจากนี้ ดอกเอเดลไวส์ยังถูกสะท้อนผ่านลวดลายบนกระเป๋าทรงถือย่านลิเภา ที่ผสมผสานภูมิปัญญาช่างไทยและความงดงามของธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง เมื่อมองเห็นลวดลายนี้ ฉันรู้สึกถึงความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมไทยและการส่งต่อประวัติศาสตร์ผ่านงานศิลปะ อีกทั้งยังสะท้อนความเสียสละและความกล้าหาญที่เป็นคติในเรื่องราวของดอกไม้ชนิดนี้ ดอกเอเดลไวส์จึงไม่ใช่แค่ดอกไม้ธรรมดา แต่มันเป็นสัญลักษณ์ของความงาม ความแข็งแกร่ง และการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ผสมผสานระหว่างธรรมชาติและนวัตกรรมของประเทศไทยอย่างน่าสนใจ