สะดุดตาเพียงชั่วพริบตา แต่เบื้องหลังคือเรื่องราวของภูมิปัญญาไทยนับร้อยปี

ท่ามกลางฉลองพระองค์สีดำอันเรียบสง่า

กระเป๋าใบเล็กในพระหัตถ์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

กลับโดดเด่นด้วยรูปทรงโค้งมนและส่วนยอดอันประณีต

ชวนให้นึกถึง “มังคุด” ผลไม้ไทยที่ได้รับสมญาว่า ราชินีแห่งผลไม้

กระเป๋าทรงถือใบนี้ปรากฏเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569

ในโอกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานเปิดโครงการ

“สสธวท...สตรีทรงพลัง”

เนื่องในวาระครบรอบ 50 ปี

สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย

ในพระบรมราชินูปถัมภ์

และครบรอบ 10 ปี

เครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียน ประเทศไทย

ณ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ

สิ่งที่ทำให้กระเป๋าใบนี้มิใช่เพียงเครื่องประกอบฉลองพระองค์

คือวัสดุที่เรียกว่า “ย่านลิเภา”

ย่านลิเภาเป็นพืชจำพวกเฟิร์นเถา

พบมากในพื้นที่ป่าร้อนชื้นทางภาคใต้ของประเทศไทย

ช่างต้องนำผิวด้านนอกของเถามาจักเป็นเส้นเล็กละเอียด

รีดเส้นให้มีขนาดเสมอกัน

แล้วจึงสานเข้ากับโครงหวายทีละเส้นอย่างประณีต

กว่ากระเป๋าหนึ่งใบจะสำเร็จ

จึงต้องอาศัยทั้งสายตาอันแม่นยำ

ความชำนาญของปลายนิ้ว

และประสบการณ์ที่สั่งสมมาหลายชั่วอายุคน

งานจักสานย่านลิเภามีหลักฐานความนิยมมาตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์

และรุ่งเรืองอย่างมากในสมัยรัชกาลที่ 5

แต่เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนผ่าน

งานฝีมืออันละเอียดอ่อนแขนงนี้เคยลดความนิยม

จนเกือบสูญหายไปจากสังคมไทย

ต่อมา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ทรงส่งเสริมให้มีการฟื้นฟูและพัฒนางานจักสานย่านลิเภา

ให้เป็นทั้งมรดกทางหัตถศิลป์และอาชีพของราษฎรในภาคใต้

ด้วยเหตุนี้ กระเป๋าย่านลิเภาในพระหัตถ์

จึงมิได้มีความหมายเพียงด้านความงดงาม

แต่ยังเชื่อมโยงพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เข้ากับการสืบสานงานหัตถศิลป์ไทยในปัจจุบัน

ยิ่งเมื่อทรงถือในงาน “สตรีทรงพลัง”

กระเป๋าใบนี้จึงอาจมองได้ในเชิงสัญลักษณ์ว่า

เบื้องหลังงานศิลป์ชั้นสูงทุกชิ้น

คือพลังของสตรี

พลังของครอบครัวช่าง

และพลังของชุมชนที่ร่วมกันรักษาภูมิปัญญาของแผ่นดิน

กระเป๋าใบเล็กจึงมิได้ทำหน้าที่เพียงประกอบฉลองพระองค์

หากยังเป็นเสมือนเวทีอันเงียบงาม

ที่ทำให้งานจักสานจากเถาไม้ในป่าภาคใต้

ได้เปล่งประกายอยู่ต่อหน้าสาธารณชนอีกครั้ง

จากเส้นย่านลิเภาเล็กละเอียด

ผ่านสองมือของช่างไทย

สู่หัตถศิลป์อันทรงคุณค่าในพระหัตถ์พระบรมราชินี

นี่คือความงดงามที่มิได้จบลงเพียงสิ่งที่มองเห็น

แต่ยังบอกเล่าประวัติศาสตร์

พระราชปณิธาน

และลมหายใจของภูมิปัญญาไทยที่ยังคงดำรงอยู่

Cr: เพจบุพเพสันนิวาส

8/5 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการได้เห็นกระเป๋าย่านลิเภาในพระหัตถ์สมเด็จพระบรมราชินีนั้น ทำให้ผมนึกถึงความประณีตและความละเอียดอ่อนของงานจักสานไทยที่ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องประดับ แต่ยังเป็นการสืบสานภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ผมเองเคยมีโอกาสไปเยือนชุมชนภาคใต้ที่ยังคงรักษาการจักสานทำกระเป๋าย่านลิเพาอยู่ ช่างฝีมือในชุมชนต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะตัดเส้นลิเพาออกจากเถาไม้ และสานทีละเส้นด้วยความพิถีพิถัน การเห็นถึงความตั้งใจนี้ทำให้รู้สึกซาบซึ้งถึงคุณค่าของหัตถศิลป์ไทยที่ไม่ได้เป็นแค่สินค้าหัตถกรรม แต่คือสะพานเชื่อมโยงวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตของชาวไทยภาคใต้ กระเป๋าทรงมังคุดที่มีลักษณะโค้งมนสวยงามสะท้อนความงามจากธรรมชาติ เป็นการนำสิ่งธรรมชาติมาผสมผสานกับทักษะฝีมือช่างได้อย่างลงตัว ตัวกระเป๋าไม่เพียงแต่เป็นเครื่องใช้ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของพลังสตรีและชุมชนที่ร่วมกันรักษาภูมิปัญญาที่ทรงคุณค่านี้ สิ่งที่น่าประทับใจคือ พระองค์ท่านทรงใช้กระเป๋าย่านลิเพานี้ในงานสำคัญที่ส่งเสริมพลังของผู้หญิงและชุมชน เป็นการสื่อสารถึงความสำคัญของงานหัตถศิลป์และบทบาทของผู้หญิงในการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยต่อไปอย่างยั่งยืน สุดท้าย กระเป๋าใบเล็กนี้ไม่เพียงแสดงถึงศิลปะ แต่ยังบอกเล่าถึงประวัติศาสตร์ ความตั้งใจ และลมหายใจของภูมิปัญญาที่ยังคงดำรงอยู่ภายในประเทศไทยจนถึงปัจจุบัน