ก่อนการสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชินี

ร่องรอยนาม “สุทิดา วชิราลงกรณ์” ที่ปรากฏในเอกสารราชการมาเป็นลำดับ

ก่อนวันที่ ๑ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒

ก่อนพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส

และก่อนการสถาปนาขึ้นเป็น “สมเด็จพระราชินีสุทิดา”

มีนามหนึ่งปรากฏอยู่ในเอกสารราชการและประกาศเกี่ยวกับการรับราชการทหารมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี

นามนั้นคือ

“สุทิดา วชิราลงกรณ์”

เส้นทางดังกล่าวมิได้เริ่มขึ้นในปี ๒๕๖๒

หากย้อนกลับไปได้อย่างน้อยถึง พ.ศ. ๒๕๕๓

เมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๓

ทรงดำรงพระยศ ร้อยตรีหญิง

จากนั้นพระยศทางทหารเลื่อนสูงขึ้นตามลำดับ

๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

ร้อยโทหญิง

๑ เมษายน ๒๕๕๔

ร้อยเอกหญิง

๑ ตุลาคม ๒๕๕๔

พันตรีหญิง

๑ เมษายน ๒๕๕๕

พันโทหญิง

๑ ตุลาคม ๒๕๕๕

พันเอกหญิง

ลำดับพระยศดังกล่าวตรงกับพระราชประวัติและการรวบรวมข้อมูลจากประกาศราชการที่เผยแพร่ภายหลัง

กระทั่งวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๖

พระยศ “พลตรีหญิง” มีผล

โดยประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีลงวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ระบุพระราชทานยศพลตรีหญิงแก่ “พันเอกหญิง สุทิดา วชิราลงกรณ์” และในช่วงเวลาเดียวกันยังได้รับแต่งตั้งเป็นนายทหารปฏิบัติการพิเศษในหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์

นี่เป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่สำคัญทางประวัติศาสตร์

เพราะหากอ่านเอกสารตามลำดับเวลา

เราจะพบการปรากฏของนาม

“สุทิดา วชิราลงกรณ์”

อยู่ในเอกสารราชการหลายฉบับ ก่อนที่จะมีคำว่า

“ณ อยุธยา”

ปรากฏต่อท้ายในเอกสารราชการช่วง พ.ศ. ๒๕๕๙

วันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๙

มีพระบรมราชโองการพระราชทานยศ “พลโทหญิง” แก่

“พลตรีหญิง สุทิดา วชิราลงกรณ์ ณ อยุธยา”

และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายทหารปฏิบัติการพิเศษ อัตราพลโท

นับจากจุดนี้

รูปนาม “สุทิดา วชิราลงกรณ์ ณ อยุธยา”

ปรากฏอย่างชัดเจนในประกาศทางราชการ

ต่อมา วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๕๙

พระยศ “พลเอกหญิง” มีผล

โดยประกาศพระราชทานยศระบุว่า

พลโทหญิง สุทิดา วชิราลงกรณ์ ณ อยุธยา

ได้รับพระราชทานยศเป็น พลเอกหญิง

พร้อมกับการดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ อัตราพลเอก

อีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญเกิดขึ้นในวันที่

๑๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐

เมื่อมีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม

พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

“ปฐมจุลจอมเกล้า ฝ่ายใน”

แก่

“พลเอกหญิง สุทิดา วชิราลงกรณ์ ณ อยุธยา”

ภายหลังจึงปรากฏการใช้คำนำนามว่า

“ท่านผู้หญิง สุทิดา วชิราลงกรณ์ ณ อยุธยา”

ซึ่งสัมพันธ์กับหลักการใช้คำนำนามของสตรีผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นปฐมจุลจอมเกล้า ฝ่ายใน

และแล้ววันที่สำคัญที่สุดก็มาถึง

๑ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ทรงประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสกับ

พลเอกหญิง สุทิดา วชิราลงกรณ์ ณ อยุธยา

โดยถูกต้องตามกฎหมายและราชประเพณี

จากนั้นมีพระราชโองการให้สถาปนา

พลเอกหญิง สุทิดา วชิราลงกรณ์ ณ อยุธยา

พระอัครมเหสี

ขึ้นเป็น

“สมเด็จพระราชินีสุทิดา”

และเมื่อถึงวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๖๒

ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม

สถาปนาเฉลิมพระเกียรติยศสมเด็จพระราชินีสุทิดาขึ้นเป็นสมเด็จพระบรมราชินี

ทรงพระนามว่า

“สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา

พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี”

ดังที่ปรากฏมาจนถึงปัจจุบัน

หากมองย้อนกลับไป

จึงเห็นได้ว่า

ก่อนวันแห่งการสถาปนาพระอิสริยยศใน พ.ศ. ๒๕๖๒ นั้น

นาม “สุทิดา วชิราลงกรณ์”

และต่อมา “สุทิดา วชิราลงกรณ์ ณ อยุธยา”

ได้ปรากฏอยู่ในหลักฐานราชการมาแล้วเป็นเวลาหลายปี

ตั้งแต่ร้อยตรีหญิง

ร้อยโทหญิง

ร้อยเอกหญิง

พันตรีหญิง

พันโทหญิง

พันเอกหญิง

พลตรีหญิง

พลโทหญิง

จนถึงพลเอกหญิง

ก่อนที่หน้าประวัติศาสตร์อีกบทหนึ่งจะเปิดขึ้น

จากนายทหารหญิงผู้ปฏิบัติราชการถวายงาน

สู่การสถาปนาเป็น

“สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา

พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี”

เรื่องราวทั้งหมดนี้

ไม่จำเป็นต้องเติมถ้อยคำเกินกว่าหลักฐาน

เพราะเพียงลำดับวันที่

ลำดับพระยศ

และนามที่ปรากฏอยู่ในเอกสารราชการ

ก็ได้บันทึกเส้นทางแห่งประวัติศาสตร์ไว้อย่างชัดเจนแล้ว

1 วันที่แล้วแก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเมื่อได้อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับเส้นทางพระยศของสมเด็จพระราชินีสุทิดา วชิราลงกรณ์ ณ อยุธยาอย่างละเอียด ผมรู้สึกประทับใจเป็นอย่างมากที่ได้เห็นความต่อเนื่องและความชัดเจนของประวัติในเอกสารราชการตั้งแต่ปี 2553 จนถึงปี 2562 ที่ทรงได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชินี ในฐานะที่เคยได้ศึกษาประวัติศาสตร์ไทยและการใช้คำนำนามของผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ผมเห็นว่าการที่สมเด็จพระราชินีสุทิดาได้รับพระราชทานนามราชสกุล "วชิราลงกรณ์ ณ อยุธยา" ซึ่งเป็นสตรีหนึ่งเดียวที่ได้รับพระราชทานพระราชสกุลนี้นั้น เป็นเกียรติยศอย่างยิ่งยวด และแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของพระองค์ในพระราชวงศ์ สิ่งที่ผมชอบมากคือลำดับพระยศที่ถูกบันทึกไว้อย่างละเอียดและถูกต้องในประกาศราชการ ตั้งแต่ร้อยตรีหญิง ร้อยโทหญิง ถึง พลเอกหญิง แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความรับผิดชอบที่ทรงมีต่อหน้าที่ราชการ ประสบการณ์ของพระองค์ในบทบาทนายทหารปฏิบัติการพิเศษในหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ยังแสดงถึงความสามารถและความไว้วางใจในองค์พระมหากษัตริย์ สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาเพิ่มเติม การสืบค้นประกาศจากสำนักนายกรัฐมนตรีและพระราชโองการในแต่ละปีจะช่วยให้เข้าใจบริบทและความหมายของแต่ละขั้นพระยศและตำแหน่ง ผมคิดว่าเรื่องราวนี้ไม่เพียงแต่จะบันทึกประวัติศาสตร์ส่วนพระองค์ของสมเด็จพระราชินีสุทิดาเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงไทยทุกคนที่มุ่งมั่นทำงานและรับใช้ประเทศชาติอย่างเต็มที่ด้วยความซื่อสัตย์และความจงรักภักดี