คลีนซิ่งก็เหมือนกัน จริงหรอ?
หยงทดลองละ เป็นไงไปดู
พิกัด : คลีนซิ่ง 22:00
หลายคนสงสัยว่า “คลีนซิ่งก็เหมือนกันหมดจริงหรอ?” เราเคยคิดแบบนั้นเหมือนกัน จนลองเทสต์แบบจริงจังกับเมคอัพที่ลบยากสุดๆ อย่างอายไลเนอร์แบบปากกา/ปากกาเมจิก และลิปแมท เลยอยากมาแชร์มุมมองจากการลองใช้ 3 ตัวที่หลายคนพูดถึง: Melomeli, CeraVe และคลีนซิ่ง 22:00 (ขวดบิ๊กเบิ้ม ชื่อแปลก นำเข้าจากญี่ปุ่น) สิ่งที่เราใช้วัด (ให้ใกล้เคียง “รีวิวคลีนซิ่ง” ที่คนอยากรู้จริงๆ) 1) ลบเมคอัพกันน้ำได้ไหม: เราจะปาดอายไลเนอร์/ลิปแมท แล้วเช็ดซ้ำ 1-3 รอบ ดูว่าต้อง “ถูแรง” แค่ไหน 2) เหลือคราบไหม: บางตัวเช็ดเหมือนหมด แต่พอล้างน้ำ/เช็ดโทนเนอร์ยังมีสีติดสำลีอยู่ 3) ความรู้สึกหลังเช็ด: แห้งตึง แสบตา หรือทิ้งความลื่นๆ บนผิว 4) เหมาะกับผิวแบบไหน: คนผิวมัน/เป็นสิว/ผิวแห้ง อาจชอบเนื้อสัมผัสต่างกัน จากที่ลองแบบปาด-เช็ดหลายรอบ สิ่งที่เห็นชัดคือ “คลีนซิ่งไม่เหมือนกัน” จริงๆ ค่ะ บางตัวเด่นเรื่องปาดเดียวออกเยอะมาก แต่บางตัวต้องถูนิดนึงถึงจะหลุด โดยเฉพาะพวกอายไลเนอร์ปากกา ถ้าตัวไหนต้องถูแรง เรารู้สึกว่ารอบดวงตาจะระคายเคืองง่ายกว่า (ยิ่งรีบๆ ก่อนนอนคือเผลอถูหนัก) ทริคที่ทำให้คลีนซิ่งทำงานดีขึ้น (ต่อให้เป็นแบรนด์ไหน) - ถ้าเป็นคลีนซิ่งออยล์/บาล์ม: นวดบนผิวแห้ง 30-60 วินาที แล้วค่อยเติมน้ำให้ “อิมัลซิฟาย” ก่อนล้างออก คราบจะออกง่ายขึ้นมาก - ถ้าเป็นคลีนซิ่งวอเตอร์: แปะสำลีไว้ 10-15 วินาทีก่อนเช็ด อย่ารีบถูทันที โดยเฉพาะลิปแมทและมาสคาร่า - เมคอัพตัวตึง: แยกเช็ดเฉพาะจุด (ตา/ปาก) ก่อน แล้วค่อยเช็ดทั่วหน้า จะลดการถูซ้ำๆ แล้วควรเลือกยังไงดี? - ถ้าแต่งหน้าจัด/ใช้ลิปแมท-อายไลเนอร์บ่อย: เลือกตัวที่ “เช็ดออกได้ในรอบน้อย” จะสบายผิวกว่า - ถ้าผิวเป็นสิวง่าย: เลือกที่ล้างออกแล้วไม่ทิ้งฟิล์มหนัก และอย่าลืมตามด้วยโฟมล้างหน้าอ่อนๆ - ถ้าผิวแห้ง/แพ้ง่าย: เลี่ยงตัวที่เช็ดแล้วแสบหรือมีน้ำหอมแรงๆ และลองเทสต์บริเวณกรามก่อน สรุปสำหรับเรา การรีวิวคลีนซิ่งให้ตอบคำถาม “ดีจริงไหม” ต้องดูที่ความสามารถในการลบเมคอัพตัวตึง + ความอ่อนโยนไปพร้อมกัน ใครที่ลังเลคลีนซิ่ง 22:00 อยู่ แนะนำให้ดูผลจากการเทสต์กับอายไลน์เนอร์/ลิปแมทแบบชัดๆ แล้วเลือกตามสไตล์การแต่งหน้าของตัวเอง จะคุ้มสุดค่ะ