ใช้รถไฟฟ้ามีเงินเก็บหลักแสน

สวัสดีค่าาา~~~~ ห่างหายเขียนรีวิวไปนานวันนี้เลยอยากมาแชร์ประสบการณ์ใช้รถไฟฟ้าครบ 1 ปี มีเงินเก็บหลักแสน >< จริงๆอยากทำรีวิวละเอียดๆในหลายๆเรื่องเลยแต่โพสต์นี้อยากเน้นเรื่องเด่นที่สุดคือเรื่องประหยัดเงิน/ค่าใช้จ่ายลดลงหลังจากใช้รถไฟฟ้า

🚗⚡️ เริ่มมมม‼️

ออกรถช่วงสิ้นเดือนตุลาปีที่แล้ว 67 ที่ตัดสินใจออกรถไฟฟ้าเพราะเดิมใช้รถน้ำมันแล้วรู้สึกค่าใช้จ่ายเยอะมากกกกกก เพราะเดินทางบ่อย เคยลองคิดเงินออกมาเดือนนึง 20,000+_ (ใช้รถทุกวัน) บางเดือนใช้น้อยๆวิ่งไปไหนใกล้ๆก็10,000+ ก็เลยอยากลองใช้รถไฟฟ้าดูเพราะช่วงนั้นก็เห็นเริ่มมีการรองรับที่เริ่มดีแล้ว มีตัวเลือกเยอะขึ้นราคาโอเค ตู้ชาร์จเริ่มมีเยอะเลยกล้าออก ใช้ได้แค่ 1 เดือนชอบบบบบมากกกกกกกเลยจองลุ้นใหม่อีกตัวไปแต่รอรถนานเลยถอนออกตอนหลังค่ะะ5555555555

💵💡 ค่าใช้จ่ายหลังใช้รถไฟฟ้า(สรุปสั้นๆ)

💥ขับรถจากระยอง-สุราษฎ์ จ่ายค่าไฟทั้งหมด 535฿ ‼️ (จำได้แม่นเพราะออกรถปุ๊ปขับไปเลยโคตรรอึ้ง ชาร์จประมาณ3 รอบครึ่ง)

💥แบตเหลือ 1% ชาร์จไฟ 2 รอบ = 1 ชม.ได้แบต 88% ค่าใช้จ่าย 315฿ (หักค่าจอง40฿ เหลือ277฿) วิ่งได้ 385 กิโล ถ้าแบตเต็ม 100% จะวิ่งได้ประมาณ 435 กิโล

💥 แบต 16% ชาร์จ 92% จ่ายค่าไฟ 257 (หักค่าจองแล้ว40฿)

💥 งบค่าไฟเค้ามีสำรองไว้ 25,000฿/เดือน (คิดคชจ.เหมือนที่เคยใช้รถน้ำมัน) 5,000ใส่บัตรไว้ตัดค่าไฟเฉพาะ สำรอง 20k เผื่อไม่พอในเดือนนั้นๆก็ทบใส่ รวมทางด่วนเข้ากรุงเทพบ้าง 500-1,000฿

(เดือนตุลาใส่บัตร5kใช้ไปเหลือ2,8xx฿) คุ้มมมมมมากกกก

💰รวมๆใช้มาครบ1ปี มีเงินเกือบ200,000฿แล้ววว🥺🥹 เข้าศูนย์เช็คระยะก็ใช้เงินส่วนนั้นจ่ายไป ค่าทางด่วนก็ใช้ส่วนนั้นจ่ายไป ทำให้รู้สึกใช้รถไม่เสียดายเงิน มีเงินเก็บเยอะขึ้นนนนมากกกกกก

‼️ข้อแนะนำอีกกนิสสนุง ตู้ไฟแต่ละตู้ค่าไฟไม่ได้เป๊ะๆ ขึ้นอยู่กับความแรงไฟของตู้ แล้วแต่แบรนด์รถ ความจุแบต ต่างๆอันนี้ยกตัวอย่างของรถที่ใช้ปัจจุบันนะคะ รูปในโพสต์คือคชจ.จริง โคตรรรจะเริ่ดดดดดด ตอนแรกก็ไม่ชินเรื่องรอ วางแผนใช้แบต เดินทางไกล พอใช้ไปสักพักจะปรับตัวได้ จะเริ่มรู้ใจกันและกันน55555555555 รวมๆคือชอบมากกกกกกกกก ถ้ามีโอกาสปีหน้าอยากขยับขยายรถเป็นรุ่นใหม่ๆหรืออาจจะออกเพิ่มเป็น 2คัน ⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️

#รีวิวรถไฟฟ้า #รถคันแรก #แชร์ประสบการณ์

3/26 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการเปลี่ยนจากรถน้ำมันมาเป็นรถไฟฟ้าในปีแรกนั้น นับเป็นการตัดสินใจที่ท้าทายและต้องใช้การวางแผนที่ดี โดยเฉพาะในเรื่องการจัดการค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้าและการชาร์จแบตเตอรี่ซึ่งมีผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการใช้งานและความคุ้มค่าสูงสุด จากประสบการณ์ที่ใช้งานรถไฟฟ้ามาตลอด 1 ปี พบว่าค่าไฟแค่หลักร้อยบาทต่อเดือน สามารถแทนที่ค่าเติมน้ำมันที่เคยสูงถึงหลายพันบาทต่อเดือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมีค่าใช้จ่ายเสริมเล็กน้อยสำหรับค่าทางด่วนและค่าเข้าศูนย์บริการ ซึ่งเมื่อเทียบกับการใช้รถน้ำมัน จึงสรุปได้ว่าช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากและทำให้มีเงินเหลือเก็บมากขึ้นจริงๆ ตู้ชาร์จไฟที่ใช้งานนั้น มีหลายแบบและแต่ละสถานที่มีอัตราค่าชาร์จที่แตกต่างกัน รวมถึงความแรงไฟฟ้าที่จ่ายแต่ละครั้งก็มีผลต่อระยะเวลาชาร์จและค่าใช้จ่าย การที่รถแบตต่ำจนถึง 1% และชาร์จไฟถึง 88% ใน 1 ชั่วโมง ถือว่าเร็วและสะดวกสำหรับการใช้งานทั่วไป นอกจากนี้ยังควรวางแผนการชาร์จล่วงหน้าในกรณีเดินทางไกล เพื่อให้สามารถเลือกใช้ตู้ชาร์จที่ประหยัดค่าใช้จ่ายและมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากค่าไฟฟ้าแล้ว การเลือกประเภทและแบรนด์ของรถไฟฟ้าก็ส่งผลต่อการใช้งาน เช่น ความจุแบตเตอรี่และระบบจัดการพลังงาน ซึ่งควรพิจารณาให้เหมาะสมกับการใช้งานจริง เช่น การเดินทางไกลบ่อยครั้ง หรือการใช้งานในเมืองที่มีตู้ชาร์จรองรับอย่างกว้างขวาง ในแง่การวางแผนการเงินสำหรับค่าไฟฟ้า เจ้าของรถไฟฟ้ามีการตั้งงบไว้สูงกว่าค่าใช้จ่ายจริง เพื่อเป็นการสำรองค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดฝันไว้ล่วงหน้า ซึ่งเป็นแนวทางที่ดีและเหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มเปลี่ยนมาใช้รถไฟฟ้าใหม่ๆ สุดท้ายแล้ว การใช้รถไฟฟ้าไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดเงินค่าใช้จ่ายเท่านั้น แต่ยังช่วยลดปัญหามลพิษและสร้างความรู้สึกดีๆเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ซึ่งเป็นคุณค่าที่ผู้ขับขี่สามารถสัมผัสได้จริงจากประสบการณ์ตรง การมีเงินเก็บหลักแสนหลังใช้รถไฟฟ้ามาครบ 1 ปี นับเป็นแรงบันดาลใจสำคัญสำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาเปลี่ยนมาใช้รถไฟฟ้าในอนาคต

5 ความคิดเห็น

รูปภาพของ B B
B B

รถดีไหมคะ

ดูเพิ่มเติม(1)
รูปภาพของ เฟียสชอบเขียน🖊️📖
เฟียสชอบเขียน🖊️📖ผู้สร้าง

🚘🚘🚘🚘

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม