ตามล่าหาดวงดาวที่ซีอาน Xi'an

ตามล่าหาดวงดาวที่ Xi'an #ดาวพลูโต #Xian

หลายๆ ท่าน พี่รู้จักหรือติดตามผมมาสักพักนึง จะทราบดีว่าผมได้มีการใช้วิชา Astrocartography โหราศาสตร์แผนที่ ในการที่จะคำนวณจุดตัดของดวงดาวต่างๆ ณ ปี เดือน วัน ยาม ที่กำเนิด

.

ผมพบว่ามีดาวดวงหนึ่งที่น่าสนใจ ดาวนั้นชื่อว่าดาวพลูโต #Pluto ในโหราศาสตร์ดาวพลูโตนั้นมีพลังงานหรืออิทธิพลที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากข้างใน ในระดับเชิงลึก หรือถ้าจะเรียกง่ายๆคือกัน transform ตัวตนจากคนคนหนึ่งไปสู่อีกคนนึง ที่เราต้องการ

.

ผมนั่งวิเคราะห์และสังเกตดาวพลูโตมาสักพักใหญ่ ก็เห็นว่าจะเป็นเช่นนั้น ประจวบกับการที่ดาวพลูโตในดวงชะตาของผม มีเส้นตัดพาดผ่าน เมือง #ซีอาน #Xian ประเทศจีน

.

ตามหลักวิชาการของโหราศาสตร์แผนที่ การที่เราไปใช้ชีวิตหรือทำกิจกรรมบางอย่างณเมืองหรือประเทศที่ดาวสำคัญๆ ที่เราต้องการพาดผ่านในตำแหน่งของเจ้าชะตา จะทำให้เราได้รับอิทธิพลจากดวงดาวนั้นเฉกเช่นเดียวกับดวงดาวที่อยู่ในราศีจักรของโหราศาสตร์ไทย หรือโหราศาสตร์ยูเรเนียนของทางตะวันตก

.

เมื่อดาวพลูโตคือดาวแห่งการเปลี่ยนแปลง transform จากข้างใน และมีประโยชน์มากๆในการสร้างตัวตนแบบใหม่ที่จะเหมาะกับโรคในอนาคต ผมจึงตัดสินใจเดินทางไปที่เมืองซีอาน ประเทศจีนนั่นเอง

.

การเดินทางไปในครั้งนี้จึงเป็นการเดินทาง ไปยังสถานที่ที่มีพลังงาน มีประวัติศาสตร์ มีความเก่าแก่ และถูกจัดวางตามหลักฮวงจุ้ยหรือพลังงานของการสร้างสุสาน ที่นั่นคือสุสานจิ๋นซี จักรพรรดิองค์แรกแห่งราชวงศ์จีน

.

สุสานจิ๋นซีมีความกว้างใหญ่ และแสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของแคว้นฉิน และการรวบรวมแผ่นดินโดยจักรพรรดิจิ๋นซี รวมถึงเหล่าคนมากฝีมือที่เป็นทั้งที่ปรึกษาหรือนักรบ เช่น หลี่ปู้เว่ย อัครเสนาบดี คนสำคัญ และหลี่ซือ ผู้เป็นที่ปรึกษาคู่ใจ และเป็นเจ้าของไอเดียและนโยบาย ที่นำไปสู่การรวมแผ่นดินในยุครณรัฐ ตระกูลเหมืง ตระกูลแม่ทัพใหญ่ และกลี่ซืน บรรพบุรุษของตระกูลหลี่ ซึ่งต่อมาคือราชวงศ์ถัง

..

ราชวงศ์ฉินหรือจักรพรรดิฉินซีฮ่องเต้มีความสำคัญอย่างยิ่ง ต่อการรวมทีมที่แตกแยกให้เป็นปึกแผ่น สร้างมาตรฐานการชั่งตวงวัดค่าเงินให้เป็นหน่วยเดียวกัน รวมถึงการใช้กฎหมายในการปกครอง ส่งเสริมคนดีคนมีความสามารถ

.

จีนในยุคของจิ๋นซีฮ่องเต้จึงถือว่ามีความยิ่งใหญ่มีพัฒนาการและความสำเร็จจำนวนมาก สะท้อนถึงความยิ่งใหญ่ของพระองค์ พระองค์จึงได้เริ่มสร้างสุสานของตัวเองตั้งแต่ยังมีชีวิต ซึ่งแน่นอนว่าขัดต่อความเชื่อลัทธิเต๋าและขงจื้อ ซึ่งเป็น 2 เสาหลักปรัชญาในการปกครองบ้านเมือง อีกทั้งการที่พระองค์ใช้กฎหมายมาปกครองแทนหลักความเชื่อทางศาสนา ก็ถือเป็นเรื่องที่ท้าทายในยุคสมัยนั้นเมื่อกว่า 2,200 ปีที่ผ่านมา

.

ในยุคสมัยนั้น พระองค์มีอำนาจล้นฟ้า และต้องการอยู่อย่างเป็นอมตะ จึงได้เกิดการเล่นแร่แปรธาตุ ตามหาสิ่งที่เรียกว่าปรอท ประหนึ่งว่ามันคือยาอายุวัฒนะ ทำให้ส่งแม่ทัพนายกอง ที่ปรึกษา เหล่าพ่อค้าประชาชน ออกไปตามหายาอายุวัฒนะ และรวบรวมปรอทจากทุกสารทิศ

.

สุสานจักรพรรดิจิ๋นซี ในจุดที่เก็บพระศพของพระองค์ เต็มไปด้วยปรอทเช่นกัน อาจจะเรียกว่าเป็นทะเลปรอทก็ย่อมได้ รัฐบาลจีนได้รู้ตำแหน่งแน่ชัดของสุสานพระองค์ แต่ด้วยเหตุผลบางประการจึงยังไม่ได้ทำการขุดขึ้นมา ถ้าใครได้ไปให้ไปในส่วนของสวนและพิพิธภัณฑ์ที่อยู่ห่างออกไปจากสุสานประมาณ 1.5 กิโลเมตร แล้วค่อยๆเดินเข้าไป จะพบจุดที่เป็นที่ตั้งของสุสานพระองค์ จะมีป้ายอสาขนาดใหญ่ ตั้งเด่นเป็นสง่าให้ได้รับรู้

.

ถ้าใครที่มีความรู้เรื่องฮวงจุ้ยจะทราบดีว่าสุสานของพระองค์นั้นตั้งอิงแนวเขา และมีลักษณะเหมือนทิวเขาแบบสันหลังมังกร พลังงานที่ไหลลงมา ในขณะที่ด้านหน้าของสุสาน จะเป็นลานกว้างเพื่อพักพลังงาน

.

ฉะนั้นไม่น่าแปลกใจว่าสุสานนี้จะมีการวางหลักตามวิชาฮวงจุ้ย รวมไปถึงวิชาอื่นๆในศาสตร์จีนโบราณอย่างแน่นอน จึงเป็นสถานที่ที่ดี ที่จะเดินทางมาสัมผัสพลังงานชี่ ที่หมุนเวียนอยู่ในบริเวณพื้นที่นี้ ทำให้เป็นจุดชัยภูมิที่ดีต่อการสร้างสุสานของพระองค์

.

ผมจึงเลือกสถานที่นี้เป็นหนึ่งในไฮไลท์ของการเดินทางมาเมืองซีอาน ก่อนที่จะไปเมืองลั่วหยาง และปักกิ่ง ผมใช้เวลาอยู่ที่นี่ค่อนวัน เดินสำรวจทุกจุดสำคัญ เดินรับพลังงานในพื้นที่ต่างๆของสุสานพระองค์ บางจังหวะที่สงบนิ่ง ก็จะถือโอกาสทำสมาธิ เพื่อฟังเสียงจากภายในของตัวเอง หรือเป็นโชคที่ดี ที่พบว่า ในวันที่ไปนั้นฟ้าเปิด อากาศดี และคนไม่เยอะ ทำให้ไม่ต้องต่อคิว ไม่ต้องเบียดเสียเดู สามารถสัมผัสจุดต่างๆ เพื่อรับชมรับรู้ได้โดยง่าย

.

การทำสมาธิในที่นี้ผมได้ตั้งจิต หรือในยุคสมัยนี้อาจจะเรียกว่าการ manifest ที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นอีกคนหนึ่ง เปิดเผยตัวตนจากข้างในเพื่อนำพาชีวิตตัวเองไปสู่จุดใหม่ตัวตนใหม่ที่จะก้าวไปสู่อนาคตได้อย่างสำเร็จ ผมจึงใช้พลังงานชี่ จากสถานที่แห่งนี้ ในการทำสมาธิ หรือ manifest เพื่อเปลี่ยนตัวตนจากอดีต ตัดอดีตทั้งหมด และกล้าเป็นคนใหม่ที่อยากเป็น

.

หากเรารู้ดาวในดวงชะตาว่าอยู่ตรงไหนของโลกใบนี้ จะทำให้เราสามารถออกแบบชีวิตออกแบบเส้นทางของการเดินทาง สถานที่เป้าหมายปลายทางของการเดินทางการท่องเที่ยวหรือการใช้ชีวิตได้อย่างเหมาะสม เป็นการใช้พลังงานจากดวงดาวในอีกมิติหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับคนที่กำลังตามหาบางสิ่งบางอย่างของชีวิต

.

ถ้าใครชอบเรื่องราวแบบนี้ ก็สามารถกดติดตามและ comment ไว้ได้นะครับโอกาสต่อๆไปผมจะมาเล่าเรื่องราวต่างๆที่พบเจอ การเดินทางของซีอาน ลั่วหยางและปักกิ่ง มีอะไรดีๆที่ได้พบเจอจำนวนมาก น่าจะใช้เวลาเล่าอีกหลายโพสต์เลยครับ ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาถึงจุดนี้ครับ

.

ดร.ทอย เล่นกับดวง

#เล่นกับดวง

1/26 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการเดินทางไปยังเมืองซีอานไม่ได้เป็นเพียงแค่การท่องเที่ยวธรรมดา การได้สัมผัสพลังงานของดาวพลูโตผ่านตำแหน่งบนแผนที่โหราศาสตร์ทำให้ผมมีความรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นลึกซึ้งในตัวเอง เมืองซีอานซึ่งเป็นที่ตั้งของสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ ไม่เพียงแต่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งสะสมพลังงานฮวงจุ้ยที่ยิ่งใหญ่ ที่ส่งผลต่อจิตใจและความเป็นอยู่ของผู้มาเยือน ขณะเดินสำรวจบริเวณสุสาน ผมรู้สึกว่าพลังงานชี่ในพื้นที่นี้หมุนเวียนอย่างมีสัมผัสได้ ที่สำคัญคือการที่สุสานตั้งอยู่บนแนวสันหลังมังกรตามหลักฮวงจุ้ย สร้างสมดุลและการไหลของพลังงานตามธรรมชาติ ช่วยเพิ่มความรู้สึกสงบและเชื่อมโยงกับตัวตนภายใน การใช้เวลาทำสมาธิที่นี่จึงเหมือนเป็นโอกาสที่ดีในการฟื้นฟูจิตใจ และเปิดรับการเปลี่ยนแปลงตามพลังของดาวพลูโต ซึ่งมีผลต่อการแปลงโฉมตัวตนภายในอย่างแท้จริง นอกจากด้านจิตวิญญาณแล้ว สุสานจิ๋นซียังเป็นสัญลักษณ์ของความยิ่งใหญ่และความก้าวหน้าทางวัฒนธรรมจีนโบราณ ผมได้เรียนรู้เกี่ยวกับการรวมดินแดน การพัฒนามาตรฐานเงินตรา และการส่งเสริมคนดีที่มีความสามารถ ซึ่งล้วนเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองในยุคต่อมา การได้มาเยือนที่นี่จึงเป็นการสัมผัสประสบการณ์ที่ผสมผสานทั้งความรู้สึกทางประวัติศาสตร์และการเข้าใจพลังงานจากดาวพลูโตในชีวิตจริง แนวคิดของการใช้โหราศาสตร์แผนที่ (Astrocartography) ในการเลือกสถานที่เดินทางหรืออยู่อาศัย เป็นวิธีที่น่าสนใจและแปลกใหม่ ที่ช่วยเปิดมิติในการวางแผนชีวิตและพัฒนาเส้นทางชีวิตอย่างสอดคล้องกับพลังงานของดวงดาว การเดินทางตามแนวดาวพลูโตในซีอานสำหรับผมจึงไม่ใช่แค่การท่องเที่ยว แต่คือการเดินทางสู่การเปลี่ยนแปลงและการค้นพบตัวตนในมิติใหม่อย่างลึกซึ้ง