แม่เอามาตักข้าวขายเฉย! 🍚
.
เขาขายหม้อซอส แต่แม่เอามาตักข้าวขายเฉย! 🍚✨ ทรงเป๊ะ ปริมาณเท่ากันทุกจาน ด้ามไม้ไม่ร้อนมือ #หม้อซอส #พิมพ์ข้าว #หยอยgadgets
ใครกำลังหา “ส่วนลด GrabFood” หรือโค้ดโปรล่าสุดอยู่ เราขอแชร์วิธีที่เราใช้จริงเวลาสั่งกินที่บ้าน (รวมถึงเวลาสั่ง Pearry) ให้ได้ราคาคุ้ม ๆ แบบไม่ต้องเดาสุ่มนะ 1) เช็กโปรในแอปให้ถูกจุดก่อน ปกติเราจะกดเข้า GrabFood แล้วดูที่หน้า “โปรโมชัน/คูปอง” (ชื่อเมนูอาจต่างกันตามเวอร์ชัน) เพราะบางทีโค้ดที่เห็นจากที่อื่นอาจหมดอายุหรือจำกัดพื้นที่ แต่ในแอปจะบอกชัดว่าใช้ได้กับร้านไหน ขั้นต่ำเท่าไหร่ และหมดเขตเมื่อไร 2) อ่านเงื่อนไขโค้ดส่วนลดให้ครบ (ช่วยประหยัดจริง) สิ่งที่ทำให้หลายคนกดไม่ผ่านคือ “ขั้นต่ำ” กับ “ประเภทโค้ด” เช่น บางโค้ดใช้ได้เฉพาะออเดอร์อาหารเท่านั้น บางโค้ดใช้กับร้านที่ติดป้ายโปร หรือจำกัดเฉพาะการจ่ายด้วยบัตร/วอลเล็ต เราเลยเช็ก 3 อย่างทุกครั้ง: - ยอดขั้นต่ำ (เช่น 199/299) - ใช้ได้กับร้านที่ร่วมรายการหรือร้านทั้งหมด - วิธีชำระเงินที่รองรับ 3) วิธีใส่โค้ดให้ผ่านเร็ว ตอนอยู่หน้าเช็กเอาต์ ให้กดเลือก “ใช้คูปอง/โค้ดส่วนลด” แล้วค่อยใส่โค้ดหรือเลือกจากคูปองที่มีในบัญชี ถ้าใส่แล้วไม่ผ่าน ให้ดูข้อความแจ้งเตือน มักจะบอกเลยว่าติดขั้นต่ำ หรือร้านไม่ร่วมรายการ 4) ทริคสั่ง Pearry ให้คุ้มขึ้น เวลาอยากสั่ง Pearry เราจะทำแบบนี้: - เลือกช่วงที่มีโปรส่งฟรี/ค่าส่งถูกก่อน แล้วค่อยใช้โค้ดลดเพิ่ม (ถ้าใช้ซ้อนกันได้) - ถ้ายอดไม่ถึงขั้นต่ำ เราจะเพิ่มเมนูที่เก็บได้ เช่น เครื่องดื่ม/ของทานเล่น แทนการเพิ่มแบบไม่จำเป็น - กดดูหน้าร้านว่า “โปรร้านค้า” ลดอยู่แล้วไหม บางครั้งลดหน้าร้านคุ้มกว่าใช้โค้ด 5) เคล็ดลับเล็ก ๆ เรื่องความร้อน/การจัดส่ง บางเมนูถ้ากลัวมาถึงแล้วไม่อร่อย เราจะเลือกตัวเลือก “แยกน้ำแข็ง/แยกซอส” หรือหมายเหตุให้ร้านช่วยแพ็กแน่นขึ้น (เมนูร้อน ๆ ก็อยากให้ถึงแบบยังร้อนอยู่เหมือน “หม้อซอสร้อน” เลย) สรุปคือ ถ้าจะหาโค้ดส่วนลด GrabFood หรือสั่ง Pearry ให้คุ้มที่สุด ให้โฟกัสที่คูปองในแอป + อ่านเงื่อนไข + เลือกช่วงโปรดี ๆ แค่นี้ส่วนใหญ่จะกดผ่านและประหยัดได้จริง