ถ้าอีก 1 ปีฉันจะต้องตาย...

(If I only had one year to live)

-- โดย นพ.โอซาวะ ทาเคโทชิ 🙇

#หนังสือฮีลใจ #หนังสือพัฒนาตนเอง #หนังสือจิตวิทยา #หนังสือเล่มโปรด #ติดเทรนด์

ผู้ซึ่งรวบรวมบทเรียนจากผู้ป่วยระยะสุดท้ายกว่า 3,500 ราย เพื่อให้คุณทบทวนว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตจริงๆ เช่น ความสัมพันธ์ ครอบครัว และความฝันที่ยังไม่ได้ทำ

📖 หนังสือเล่มนี้มักจะถามที่แบบเฮ้ยยยยยย มันจี้ใจมากนะ นี้แค่ชื่อหัวข้อเองนะ

✨เหมาะสำหรับ : คนที่ชีวิตไร้เข็มทิศรู้สึกว่างเปล่า ไม่รู้ว่าอยู่ไปเพื่ออะไรด้วยซ้ำ ทำตามแต่ความคาดหวังของสังคมจนหาตัวเองไม่เจอ

หรือคนที่ชอบแบกความคาดหวัง คนที่ใช้ชีวิตเพื่อคนอื่นจนลืมใจดีกับตัวเอง หรือคนที่กำลังเผชิญกับความสูญเสีย การยอมรับว่าเราอ่อนแอได้มันคือความเข้มแข็งอย่างแท้จริง

และคนที่วิ่งไล่ตามความสำเร็จ หรือรู้สึกว่าหยุดพักไม่ได้เพราะกลัวแพ้คนอื่นคนกลุ่มนี้มักลืมว่าเวลาคือทรัพยากรเดียวที่แลกคืนไม่ได้คือเวลา หนังสือเล่มนี้จะช่วยให้เขาจัดลำดับความสำคัญ ใหม่ก่อนที่ร่างกายจะบังคับให้เขาต้องหยุด

หนังสือเล่มนี้เขียนโดยหมอที่ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย เพราะงั้นอ่านแล้วเหมือนโดนปลอบประโลมและเรียนรู้ที่จะปล่อยวางอย่างเข้าใจ มันมีความอ่อนโยนสูงมากกกกเลยทีเดียว และเป็นหนังสือเล่มโปรดที่เราไม่ขายต่อด้วย ถึงแม้ว่าเพื่อนจะให้มาอีกทีก็เหอะนะ ◌ิ◌ิ 🌚🌝

💵 Price : 195 (ราคาปก)

3/10 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเมื่อได้นึกถึงคำถามว่า “ถ้าฉันเหลือเวลาอีกแค่ 1 ปีจะทำอะไร” เรามักถูกบังคับให้ย้อนกลับมาทบทวนชีวิตในมุมใหม่ๆ ที่อาจไม่เคยตั้งใจหรือกล้าคิดมาก่อน จริงๆ การสะท้อนตัวเองในสถานการณ์เช่นนี้มีพลังมาก เพราะมันทำให้เราได้พิจารณาสิ่งที่เรามองข้ามไปในชีวิตประจำวัน เช่น การให้เวลากับครอบครัวและเพื่อนฝูงมากพอหรือยัง? หรือแม้กระทั่งความฝันเล็กๆ ที่ยังไม่เคยพยายามลงมือทำ เช่น การเรียนศิลปะที่ชอบ หรือเดินทางไปที่เราฝันไว้แต่ไม่เคยมีโอกาส จากประสบการณ์ส่วนตัว การได้ลองเขียนบันทึกถึงเรื่องที่สำคัญที่สุดในชีวิตช่วยให้รู้สึกเหมือนเราได้ปลดปล่อยความกังวลภายในใจ บางครั้งความรู้สึกเจ็บปวดหรือกลัวที่จะสูญเสียสามารถเปลี่ยนเป็นแรงผลักดันให้เราหันมาใส่ใจกับตัวเองและคนรอบข้างมากขึ้น หนังสือเล่มนี้โดยคุณหมอผู้ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย นอกจากจะถ่ายทอดบทเรียนที่มีคุณค่าแล้ว ยังช่วยให้เราเรียนรู้ที่จะปล่อยวางและยอมรับความเปราะบางของตัวเองด้วยความอ่อนโยน ซึ่งเป็นสิ่งที่หายากและควรค่าแก่การฝึกฝน สำหรับหลายคนที่รู้สึกว่าวิ่งไล่ตามความสำเร็จโดยลืมเวลาและสุขภาพ การอ่านหนังสือเล่มนี้เหมือนเป็นการเตือนใจให้หยุดพักและมองหาความสุขและความหมายที่แท้จริงก่อนที่ร่างกายจะบังคับให้ต้องหยุดเอง นอกจากนี้ การถามตัวเองบ่อยๆ ว่า "เราคิดว่าชีวิตของตัวเองมีความหมายหรือไม่?" หรือ "ได้ใช้เวลาอยู่กับคนที่รักเพียงพอหรือยัง?" ช่วยให้เรามีเข็มทิศชีวิตที่ชัดเจนมากขึ้น และอาจทำให้เราเลือกใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่ามากขึ้นทุกวัน