Automatically translated.View original post

Day 163 | This is a full eating line, not fasting (abstain from fried day 3)

2025/12/9 Edited to

... Read moreหลายคนค้นหา “หมูผัดกะปิราดข้าว” เพราะอยากได้เมนูที่อร่อยเข้มข้น แต่ยังคุมแคลได้ เราทำเวอร์ชันสายลดแบบ “ผัดน้ำ” คือไม่ใช้น้ำมันเลย (หรือใช้น้อยมากๆ) รสยังนัวจากกะปิและความหวานธรรมชาติของเนื้อหมู กินกับข้าวร้อนๆ คือฟินและอิ่มจริง ทริคทำหมูผัดกะปิราดข้าวแบบผัดน้ำ (สไตล์บ้านๆ) 1) เลือกหมู: ใช้สันใน/สันนอก หรือหมูบดไม่ติดมัน จะคุมไขมันง่ายกว่า 2) ทำน้ำซอสก่อน: กะปิ 1–2 ชช. + น้ำอุ่น 2–3 ชต. คนให้ละลาย ใส่กระเทียมสับ/พริก (ถ้ากินเผ็ด) เติมซีอิ๊วขาวนิดเดียว และใส่สารให้หวานแทนน้ำตาลได้ตามชอบ (หรือไม่ใส่ก็ได้) 3) ผัดแบบไม่ใช้น้ำมัน: ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำเปล่าเล็กน้อย แล้วใส่หมูลงผัดให้สุก ค่อยๆ เติมน้ำทีละนิดกันติดกระทะ 4) ใส่น้ำกะปิ: เทซอสลงไปคลุกให้ทั่ว ชิมรส ถ้าเค็มไปเติมน้ำอีกนิดให้พอดี 5) จัดจานให้อิ่มนาน: กินคู่ไข่ต้ม 1 ฟอง และผักเคียงเยอะๆ (แตงกวา ถั่วฝักยาว ผักลวก) จะช่วยเพิ่มไฟเบอร์และทำให้อิ่มขึ้น เรื่องข้าวก็สำคัญ ถ้าอยากคุมแคลแบบไม่ทรมาน เราใช้วิธี “ตวงข้าว” มากกว่างดข้าว เช่น 1 ทัพพีครึ่ง–2 ทัพพี (ปรับตามกิจกรรมของวัน) แล้วเน้นโปรตีนให้ถึง จะช่วยลดหิวจุกจิกได้ดี ไอเดียจัดเป็นมื้อคุมแคลทั้งวันให้เข้าธีม “กินอิ่ม ไม่อด” - เช้า/สาย: กาแฟดำไม่หวาน (ช่วยคุมความอยากของหวานได้ดีสำหรับเรา) - กลางวัน: หมูผัดกะปิราดข้าว + ไข่ต้ม + ผักเคียง - บ่าย: นมโปรตีนสูง (วันที่อยากให้โปรตีนถึงไวๆ เราเลือกแบบ 31g ก็อยู่ท้องมาก) - เย็น: สุกี้หมูนุ่ม/สุกี้น้ำใส เติมเต้าหู้ไข่ แล้วปิดท้ายด้วยซุปครีมเห็ดหรือผักโขมอบชีส “แบ่งกินครึ่ง” ให้หายอยากแต่ไม่หลุดหนัก ถ้ากลัวเค็มจากกะปิ แนะนำดื่มน้ำให้พอ และเพิ่มผักในมื้อจะบาลานซ์ได้ดี สรุปคือ “หมูผัดกะปิราดข้าว” ทำให้คุมแคลได้จริง แค่เปลี่ยนวิธีผัด ลดน้ำมัน และจัดจานให้โปรตีน+ผักแน่นๆ ก็อิ่มแบบไม่ต้องอดค่ะ