🪷 วันอัฏฐมีบูชา คือวันอะไร ตรงกับวันที่เท่าไหร่

📌 ปัจจุบันแทบไม่เห็นปรากฎบนปฏิทิน ทำให้วันอัฏฐมีบูชานับวันยิ่งถูกลืม ทั้งที่วันอัฏฐมีบูชาเป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนา ที่นับจากวันวิสาขบูชาไปเพียง ๘ วัน หรือกล่าวคือ วันอัฏฐมีบูชา ตรงกับวันแรม ๘ ค่ำ เดือน ๖ ทั้งนี้ หากปีใดมีอธิกมาส หรือมี ๓๖๖ วัน วันอัฏฐมีบูชา ก็จะถูกเลื่อนไปตรงกับวันแรม ๘ ค่ำ เดือน ๗ แทนนั่นเอง

🗓️ ในปี พ.ศ. ๒๕๖๙ นี้ จะตรงกับวันจันทร์ที่ ๘ มิถุนายน

🙏 วันอัฏฐมีบูชา คือวันอะไร มีความสำคัญอย่างไร

สำหรับ วันอัฏฐมีบูชา หรือ วันอัฏฐมี คือ วันคล้ายวันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระของพระพุทธเจ้า หลังจากเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานได้ ๘ วัน โดยมีการทำพิธี ณ มกุฏพันธนเจดีย์ เมืองกุสินารา แคว้นมัลละ ประเทศอินเดีย ซึ่งเมื่อครั้งโบราณกาล วันอัฏฐมีบูชา นับเป็นวันที่ชาวพุทธมีความโศกเศร้าเสียใจเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากต้องสูญเสียพระบรมสรีระแห่งองค์พระบรมศาสดา ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะอย่างสูง

🌼 ด้วยเหตุนี้ เมื่อวันอัฏฐมีบูชาเวียนมาบรรจบในแต่ละปี พุทธศาสนิกชนจึงพร้อมใจกันประกอบพิธีบูชาขึ้นเป็นการเฉพาะเมื่อวันสำคัญนี้ เพื่อระลึกถึงพระพุทธคุณ

📖 ประวัติ วันอัฏฐมีบูชา

🌿 ตามประวัติ วันอัฏฐมีบูชา ระบุไว้ว่า หลังจากพระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานใต้ต้นสาละ ในราตรี ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ พวกเจ้ามัลลกษัตริย์ก็จัดพิธีบูชาด้วยของหอม ดอกไม้ และเครื่องดนตรีทุกชนิด ที่มีอยู่ในเมืองกุสินาราตลอด ๗ วัน และให้เจ้ามัลละระดับหัวหน้า ๘ คน สรงเกล้า นุ่งห่มผ้าใหม่ อัญเชิญพระสรีระไปทางทิศตะวันออกของพระนคร เพื่อถวายพระเพลิง

✨ จากนั้น ก็ให้พวกเจ้ามัลละระดับหัวหน้า ๔ คน พยายามจุดไฟที่เชิงตะกอน แต่ก็ไม่อาจให้ไฟติดได้ ทั้งที่ได้ทำตามคำของพระอานนท์เถระ ที่ให้ห่อพระสรีระพระพุทธเจ้าด้วยผ้าใหม่แล้วซับด้วยสำลี แล้วใช้ผ้าใหม่ห่อทับอีก ทำเช่นนี้จนหมดผ้า ๕๐๐ คู่ แล้วเชิญลงในรางเหล็กที่เติมด้วยน้ำมัน แล้วทำจิตกาธานด้วยดอกไม้จันทน์ และของหอมทุกชนิด

🙏 ในการนี้ พระอนุรุทธะ จึงแจ้งว่า “เพราะเทวดามีความประสงค์ให้รอพระมหากัสสปะ และภิกษุหมู่ใหญ่ ๕๐๐ รูป ผู้กำลังเดินทางมาเพื่อถวายบังคมพระบาทเสียก่อน ไฟก็จะลุกไหม้” ทั้งนี้ เนื่องจากเทวดาเหล่านั้น เคยเป็นโยมอุปัฏฐากของพระเถระ และพระสาวกผู้ใหญ่มาก่อน จึงไม่ยินดีที่ไม่เห็นพระมหากัสสปะอยู่ในพิธี และเมื่อภิกษุหมู่ ๕๐๐ รูป โดยมีพระมหากัสสปะเป็นประธานเดินทางมาพร้อมกัน ณ ที่ถวายพระเพลิงแล้ว ไฟจึงลุกโชนขึ้นเองโดยไม่ต้องมีใครจุด

✨ หลังจากที่พระเพลิงเผาไหม้พระพุทธสรีระพระบรมศาสดาดับมอดลงแล้ว บรรดากษัตริย์มัลละทั้งหลายจึงได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุทั้งหมด ใส่ลงในหีบทองแล้วนำไปรักษาไว้ภายในนครกุสินารา ส่วนเครื่องบริขารต่าง ๆ ของพระพุทธเจ้าได้มีการอัญเชิญไปประดิษฐานตามที่ต่าง ๆ อาทิ ผ้าไตรจีวร อัญเชิญไปประดิษฐานที่แคว้นคันธาระ บาตร อัญเชิญไปประดิษฐานที่เมืองปาตลีบุตร เป็นต้น

✨ และเมื่อบรรดากษัตริย์จากแคว้นต่าง ๆ ได้ทราบว่าพระพุทธเจ้าได้เสด็จดับขันธปรินิพพานที่นครกุสินารา จึงได้ส่งตัวแทนไปขอแบ่งพระบรมสารีริกธาตุ เพื่อนำกลับมาสักการะยังแคว้นของตน แต่ก็ถูกกษัตริย์มัลละปฏิเสธ จึงทำให้ทั้งสองฝ่ายขัดแย้งและเตรียมทำสงครามกัน แต่ในที่สุดเหตุการณ์ก็มิได้บานปลาย เนื่องจาก “โทณพราหมณ์” พราหมณ์ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งได้เข้ามาเป็นตัวกลางเจรจาไกล่เกลี่ย เพื่อยุติความขัดแย้งโดยประกาศว่า

✨ “พระผู้มีพระภาคเจ้าของเรา ทรงสรรเสริญขันติ สรรเสริญสามัคคีธรรม การที่เราจะมาประหัตประหารเพราะแย่งชิง พระบรมสารีริกธาตุ ของพระองค์ผู้ประเสริฐ ย่อมไม่สมควร ดังนั้นขอให้ท่านทั้งหลาย จงยินดีในการที่จะแบ่งกันไปเป็น 8 ส่วน และนำไปบูชายังบ้านเมืองของท่านทั้งหลายเถิด เพราะผู้ศรัทธาในพระผู้มีพระภาคเจ้านั้นมีมาก”

🏵️ เมื่อโทณพราหมณ์ ได้เสนอให้แบ่งพระบรมสารีริกธาตุออกเป็น ๘ ส่วนเท่า ๆ กัน กษัตริย์แต่ละเมืองก็ยอมรับแต่โดยดี และกลับไปสร้างเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ตามเมืองของตัวเอง ดังนี้

๑. กษัตริย์ลิจฉวี ทรงสร้างเจดีย์บรรจุไว้ที่เมืองเวสาลี

๒. กษัตริย์ศากยะ ทรงสร้างเจดีย์บรรจุไว้ที่เมืองกบิลพัสดุ์

๓. กษัตริย์ถูลิยะ ทรงสร้างเจดีย์บรรจุไว้ที่เมืองอัลลกัปปะ

๔. กษัตริย์โกลิยะ ทรงสร้างเจดีย์บรรจุไว้ที่เมืองรามคาม

๕. มหาพราหมณ์ สร้างเจดีย์บรรจุไว้ที่เมืองเวฏฐทีปกะ

๖. กษัตริย์มัลละแห่งเมืองปาวา ทรงสร้างเจดีย์บรรจุไว้ที่เมืองปาวา

๗. พระเจ้าอชาตศัตรู ทรงสร้างเจดีย์บรรจุไว้ที่เมืองราชคฤห์

๘. มัลลกษัตริย์แห่งกุสินารา ทรงสร้างเจดีย์บรรจุไว้ที่เมืองกุสินารา

๙. กษัตริย์เมืองโมริยะ ทรงสร้างสถูปบรรจุพระอังคาร หรืออังคารสถูป ที่เมืองปิปผลิวัน

๑๐. โทณพราหมณ์ สร้างสถูปบรรจุทะนานตวงพระบรมสารีริกธาตุ ที่เมืองกุสินารา

(ทะนานตวงพระบรมสารีริกธาตุแจก, คำว่า ตุมพะ แปลว่า ทะนาน, บางทีเรียกสถูปนี้ว่า ตุมพสถูป)

📚 ที่มา #ท่านอาจารย์วศิน _อินทสระ

ทุกสิ่งล้วนไม่เที่ยง — แต่ความดีและสติคือสิ่งที่เราสร้างได้

🙏 ขอเชิญร่วมปฏิบัติธรรม ๑ วันภาวนา

วันอัฏฐมีบูชา ตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง พระสงฆ์ ๙ รูป

ร่วมฟังธรรม-ปฏิบัติธรรม

โดย พระครูปลัดสัมพิพัฒนศีลาจารย์ (ครรชิต คุณวโร)

📅 วันจันทร์ที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๖๙

⏰ เวลา ๐๘.๐๐ – ๑๑.๐๐ น.

📍 ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทยฯ สำนักงานใหญ่ ซอยเพชรเกษม ๕๔

📝 สมัครจองได้ https://shorturl.asia/71oBE

📞หรือ โทรสมัคร. 024552525

💬Line : https://lin.ee/FBGJyQB

.

ยุวพุทธฯ บ้านแห่งธรรม

ร่วมสร้าง "ยุว" ให้เป็น "พุทธะ"

.

#ยุวพุทธฯ01

#อัฏฐมีบูชา

#ร่วมบุญ

#ครรชิตคุณวโร

#ฟังธรรม

6/5 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในฐานะที่ได้ศึกษาพุทธประวัติและเคยเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนา วันอัฏฐมีบูชาเป็นวันหนึ่งที่สะท้อนถึงความเคารพและความศรัทธาในพระพุทธเจ้าของชาวพุทธอย่างลึกซึ้ง วันอัฏฐมีบูชา หรือเรียกอีกชื่อว่า วันอัฏฐมี เป็นวันที่แสดงถึงการถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระของพระพุทธเจ้า ซึ่งจัดขึ้นหลังจากพระองค์เสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน 8 วัน โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่เมืองกุสินารา ประเทศอินเดีย โบราณกาลการถวายพระเพลิงต้องใช้ของหอม ดอกไม้ เครื่องดนตรี และผ้าห่มใหม่จำนวนมาก พร้อมกับพิธีกรรมอย่างพิถีพิถัน สิ่งที่น่าสนใจคือการพยายามจุดไฟถวายพระเพลิงในอดีตที่ไฟไม่ติด จนกระทั่งพระมหากัสสปะพร้อมด้วยภิกษุหมู่ใหญ่รวม 500 รูป เดินทางมาถึง จึงเกิดแสงไฟขึ้นได้เอง แสดงถึงความอัศจรรย์และความศรัทธาที่ลึกซึ้งของพระสาวกและเทวดาผู้เคยเป็นโยมอุปัฏฐาก หลังจากพระเพลิงดับที่บรรจุพระบรมสรีระแล้ว พระบรมสารีริกธาตุถูกแบ่งไปยังแคว้นต่าง ๆ จำนวน 8 ส่วน ตามข้อเสนอของโทณพราหมณ์ เพื่อให้ทุกแคว้นได้มีโอกาสสักการะและบูชา โดยไม่มีความขัดแย้งหรือสงครามเกิดขึ้น นับเป็นบทเรียนสำคัญของความสามัคคีและขันติธรรมในพระพุทธศาสนา ในยุคปัจจุบัน วันอัฏฐมีบูชาอาจไม่ได้ปรากฏชัดบนปฏิทินสากลหรือปฏิทินทั่วไป จึงทำให้หลายคนอาจลืมหรือไม่ทราบความสำคัญของวันนี้ การจัดปฏิบัติธรรมและกิจกรรมทำบุญ เช่น การตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง และฟังธรรมในวันนี้ ถือเป็นการระลึกถึงพระคุณของพระพุทธเจ้าและช่วยสืบสานประเพณีที่ดีงามให้คงอยู่ ด้วยประสบการณ์ส่วนตัว การได้นำข้าวสารอาหารแห้งไปถวายพระในวันอัฏฐมีบูชา ทำให้รู้สึกถึงความสงบและความผูกพันกับคำสอนของพระพุทธเจ้ามากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ร่วมกับชุมชนในกิจกรรมทางศาสนา เพิ่มพูนบุญและเสริมสร้างคุณธรรมแก่ตนเอง การศึกษาประวัติและความสำคัญของวันอัฏฐมีบูชานี้จึงเป็นการเพิ่มพูนความรู้และแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตตามหลักธรรมคำสอน พร้อมกันนี้ยังช่วยให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างประวัติศาสนาและวัฒนธรรมในสังคมไทยอย่างลึกซึ้งอีกด้วย ดังนั้น วันอัฏฐมีบูชาไม่ใช่เพียงวันทำพิธีถวายพระเพลิงในอดีตเท่านั้น แต่ยังเป็นวันสำคัญที่สะท้อนความทรงจำและความศรัทธา ที่ควรมีการส่งต่อและเผยแพร่ความรู้เชิงประวัติศาสตร์และหลักธรรม เพื่อรักษาและพัฒนาคุณค่าแห่งพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืนในอนาคต