แจกแพลนทริปฟุกุโอกะ 4 days 3 nights

แพลนทริปฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่นค่ะ ทริปนี้จ่ายประมาณคนละ 30,000 บาท เน้นเที่ยวสบายๆ โปรแกรมไม่แน่นมากค่ะ

Day 1

บินถึงประมาณช่วงสาย ก็นั่งรถไฟใต้ดินมาที่สถานีฮากะตะก่อนค่ะ

สถานที่📍: Hotel Wing International Hakata Shinkansen

เนื่องจากโรงแรมยังไม่เปิดให้เช็คอิน ก็ฝากกระเป๋าไว้ที่นี่ก่อน แล้วก็ออกมาเที่ยวค่ะ

สถานที่📍: วัดนันโซอิน

เปิดทริปด้วยความสิริมงคลเลยค่ะ "วัดนันโซอิน” หรือวัดพระนอน ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมมากๆในฟุกุโอกะ เรียกว่าถ้าไม่มาวัดนี้เหมือนมาไม่ถึงฟุกุโอกะเลยค่ะ นอกจากพระนอนที่เป็นพระพุทธรูปสำริดที่ใหญ่ที่สุดในโลก วัดนี้ยังโดดเด่นเรื่องการขอพรโชคลาภที่โด่งดังด้วยค่ะ

การเดินทาง

จากสถานีฮากาตะ (Hakata Station) ฟุกุโอกะ ขึ้นรถไฟสาย Sasaguri ไปลงที่สถานีรถไฟ Kidonanzoin-Mae และเดินต่ออีกประมาณ5นาทีค่ะ ซึ่งเราใช้ Fukuoka wide pass ได้ตลอดเส้นทาง ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแล้วค่ะ

สถานที่📍: ศาลเจ้ามิยาจิดาเกะ

มาถึงศาลเจ้าที่เป็น Bucket list ของเราเลยค่ะ หลายคนคงคุ้นเคยกันดีกับโฆษณาสายการบิน JAL (Japan Airlines) ที่ได้“วงอะระชิ” ศิลปินบอยแบนด์ชื่อดังของญี่ปุ่นมาเป็นพรีเซนเตอร์ในซีนที่กำลังชมพระอาทิตย์กำลังลาลับขอบฟ้า ซึ่งโลเคชั่นที่สวยงามนั่นก็คือ ศาลเจ้า Miyajidake นั่นเองค่ะ

การเดินทาง

จากสถานี JR Hakata สาย Local for FUKUMA ไปลงสถานี JR Fukuma ใช้ Fukuoka wide passแล้วต่อรถบัส Nishitetsu สาย 1-1 ลงที่ป้าย Miyajidake Miya Mae ใช้บัตร IC card จ่ายเงินบนรถค่ะ

Day 2

สถานที่📍: Mojiko Retro

เป็นแลนด์มาร์คที่อยู่ในของเมืองท่าที่ชื่อว่าโมจิโกะ โดยที่เมืองโมจิโกะเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างเกาะคิวชูและเกาะฮอนชูผ่านทางช่องแคบคันมง ซึ่งบริเวณใกล้กันนั้นเป็นที่ตั้งของเมืองท่า (Moji Port) ที่เคยรุ่งเรืองมากๆตั้งแต่สมัยเมจิตอนต้น โดยปัจจุบันมีการพัฒนาและปรับปรุงพื้นที่แต่ยังคงอนุรักษ์ตึกเก่าสไตล์ยุโรปให้มีความน่าสนใจและดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกภายใต้ชื่อ Mojiko Retro นั่นเองค่ะ

การเดินทาง

นั่งรถไฟ JR จากสถานี Hakata โดยนั่ง Limited Express Sonic ลงที่สถานี Kokura แล้วเปลี่ยนสายรถไฟมาลงที่สถานี Mojiko

สถานที่📍:Former Moji Customs Office

หรือ สำนักงานศุลการกรเก่าโมจิ

จุดนี้เป็น “มุมมหาชน” ของ Mojiko Retro เลยค่ะ อาคารนี้เป็นสัญลักษณ์ของเมืองท่าโมจิโกะ ถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ.1912 โดยในช่วงต้นยุคโชวะเพื่อเป็นอาคารสํานักงานศุลกากร บนชั้นหนึ่งมีโถงทางเข้าที่กว้างขวาง ห้องพักผ่อนร้านกาแฟและห้องนิทรรศการที่นำเสนอภาพการลักลอบนําเข้าสินค้าผิดกฎหมายในยุคนั้น ส่วนบริเวณชั้นสามเป็นห้องสังเกตการณ์ที่สามารถชมภาพสะพานและเรือที่แล่นผ่านเข้ามายังช่องแคบคันมงจากที่นี่ได้ค่ะ

สถานที่📍:Habu Park

แวะเที่ยวที่สวนสาธารณะอย่าง Habu Park ค่ะ สวนนี้ตั้งอยู่ในเมืองนากามะ ขึ้นชื่อในเรื่องการมาชมซากุระและนั่งปิกนิคใต้ต้นซากุระค่ะ

มุมมหาชนของที่นี่ คือ ด้านในของสวนจะมองเห็นสะพานสีแดงข้ามสระน้ำขนาดใหญ่กลางสวน ซึ่งสะพานนี้ใช้เป็นเส้นทางเข้าไปยังศาลเจ้าในสวนสาธารณะแห่งนี้ค่ะ นอกจากมุมนี้รอบๆสวนยังมีอุโมงค์ซากุระ ที่มีต้นซากุระเรียงรายกว่า 1000 ต้นเลยค่ะ ซึ่งช่วงเวลาที่เหมาะกับการชมซากุระในสวน คือ ช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายนของทุกปีค่ะ

การเดินทาง

จากสถานี Mojiko นั่งรถไฟ JR สาย Koshima line มยังสถานี Orio แล้วต่อสาย Fukuhokuyutaka line มายังสถานี Chikuzen-Habu แล้วเดินต่ออีก 3 นาทีค่ะ

Day 3

สถานที่📍:Uminonakamichi Seaside Park

อุมิโนะนะกะมิจิ ซีไซด์ปาร์ค เป็นสวนสาธารณะเอนกประสงค์ขนาดใหญ่ขึ้นชื่อของแถบคิวชูเลยค่ะ สวนนี้ถูกโอบล้อมด้วยทะเลและมีความยาวรอบด้านทั้งหมดถึง 6 กิโลเมตร ภายในบริเวณสวนมีจุดชมดอกไม้หลายแห่งที่สามารถเที่ยวชมได้ในทุกฤดูกาลตลอดทั้งปีค่ะ

ราคาตั๋วค่าเข้าอยู่ที่ 450 เยน สำหร้บผู้ใหญ่ อยู่ได้ทั้งวันถือว่าไม่แพงเลย วิธีการซื้อตั๋วต้องหยอดตู้อัตโนมัติเองซึ่งมีแต่ภาษาญี่ปุ่น แต่มีเจ้าหน้าที่แนะนำอยู่ข้างๆค่ะ ไม่ยากๆ ได้ตั๋วมาแล้วก็อย่าลืมหยิบแผนที่มาด้วยนะคะ เพราะสวนกว้างมากๆ มีแผนที่คือช่วยทุ่นเวลาในการหาพิกัดต่างๆ ได้เยอะเลยค่ะ

การเดินทาง

จากสถานี Hakata ขึ้นรถไฟสาย Kagoshima มาลงที่สถานี Kashii และเปลี่ยนเป็นสาย Kashii มาลงที่สถานี Uminonakamichi ซึ่งใช้ Fukuoka tourist city pass ผ่านได้ทั้งหมดค่ะ

Day 4

สถานที่📍:หินคู่แต่งงาน ซากุระอิ ฟุตะมิกะอุระ

เป็นพิกัดถ่ายรูปสวยชื่อดังในเมืองอิโตะชิมะเลยค่ะ หินคู่แต่งงานนี้มีเอกลักษณ์มากๆ เพราะโดดเด่นด้วยเสาโทริอิสีขาวที่ตั้งอยู่ตรงหน้าหินคู่แต่งงานสองก้อน ซึ่งผูกติดกันด้วยเชือก ด้วยลักษณะของหินสองก้อนที่ตั้งอยู่เคียงคู่กัน คล้ายกับคู่สามีภรรยาที่ไม่แยกจากกัน ชาวญี่ปุ่นจึงเชื่อว่า หากคนโสดได้มาขอพรขอเนื้อคู่ ก็จะมีโอกาสได้สละโสด และได้พบกับเนื้อคู่ตามที่ปรารถนา ส่วนใครที่มีคู่อยู่แล้ว ก็สามารถมาขอพรให้ชีวิตคู่ดียิ่งขึ้นไปอีกได้ค่ะ

การเดินทาง

จากสถานี Hakata นั่งรถไฟใต้ดินสาย Airport line ไปลงสถานี Kyudai-Gakkentoshi จากนั้นขึ้นรถ Showa bus สาย 5B-2 ไปลงสถานี Futamigaura Meotoiwamae ค่ะ ซึ่งสามารถใช้ Fukuoka tourist city pass ใบเดิมได้ทั้งหมดเลยค่ะ

วันถึงมาก็ถึงแล้วเวลากลับค่ะ เราบินโดยสายการบิน Vietjet ออกจากที่นี่ไฟลท์เช้าตั้งแต่ 8.55 น. เราเลยต้องเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรมตั้งแต่เช้ามืดเลย ข้อเสียของการเดินทางเช้ามืดก็คือหารถค่อนข้างยากค่ะ เราแพลนจะนั่งแท็กซี่ไปสนามบินกัน ก็เลยปรึกษากับรีเซปชั่นของโรงแรมได้ความว่า รถแท็กซี่เมืองนี้ไม่ได้มีตลอด 24 ชั่วโมง เริ่มทำงานกัน 9 โมงเช้า ถ้าเราจะเรียกรถตอนตีห้า ต้องเดินไปที่หน้าสถานีฮากะตะ ตรงนั้นจะมีจุดบริการแท็กซี่ตลอด 24 ชั่วโมงค่ะ เรานั่งแท็กซี่ไม่ถึง 10 นาทีก็ถึงสนามบินค่ะ ค่าแท็กซี่เกือบๆ 2,000 เยน

สำหรับใครที่กลับไฟลท์เช้าแบบเราแนะนำให้เผื่อเวลาที่สนามบินเยอะๆนะคะ เพราะไม่ว่าไฟล์เช้าแค่ไหนพนักงานเค้าเตอร์ก็เริ่มทำงานกัน 6.30 น. ไม่ได้เปิดเค้าเตอร์ก่อน 3 ชั่วโมงแบบบ้านเราค่ะ

หวังว่าข้อมูลของทริปเราจะเป็นไกด์ไลน์ให้ทุกคนเที่ยวได้อย่างสนุกและราบรื่นนะคะ

#รวมแพลนเที่ยว #วันละโพสต์ #lemon8ไดอารี่ #ฟุกุโอกะ

ฟุกุโอะกะ
2025/10/10 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมนอกจากสถานที่ยอดนิยมที่แนะนำในแพลนเที่ยวฟุกุโอกะ 4 วัน 3 คืนนี้แล้ว ยังมีเรื่องที่นักท่องเที่ยวควรทราบเพื่อเพิ่มประสบการณ์การเดินทางอย่างราบรื่นและสนุกสนาน เช่น การใช้บัตร Fukuoka wide pass และ Fukuoka tourist city pass ที่ช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางด้วยรถไฟและรถบัสได้อย่างประหยัดและสะดวกมากขึ้น บัตรผ่านนี้ยังครอบคลุมเส้นทางสำคัญหลายเส้นทาง ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางและลดความยุ่งยากในการซื้อตั๋วแยกหลายใบ จุดเด่นของทริปนี้ยังรวมถึงการเที่ยวชมวัดนันโซอินที่มีพระพุทธรูปพระนอนสำริดที่ใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมขอพรโชคลาภ นอกจากนี้ ที่ศาลเจ้ามิยาจิดาเกะซึ่งเป็นฉากโฆษณาดังของสายการบิน Japan Airlines นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสบรรยากาศพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามและถ่ายภาพสวยๆ ได้ ไม่ควรพลาด Mojiko Retro ย่านเมืองท่าที่รักษาเอกลักษณ์อาคารสไตล์ยุโรปเก่าแก่ พร้อมแวะชม Former Moji Customs Office ที่มีห้องนิทรรศการเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ทางศุลกากร และห้องสังเกตการณ์สำหรับชมวิวช่องแคบคันมง สำหรับสายธรรมชาติและกิจกรรมกลางแจ้ง Uminonakamichi Seaside Park มีพื้นที่กว้างขวางรอบล้อมด้วยทะเล มีจุดชมดอกไม้ในทุกฤดูกาล และบริเวณ Habu Park ก็มีอุโมงค์ซากุระกว่า 1,000 ต้น ซึ่งเหมาะสำหรับการปิกนิกและชมซากุระในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเมษายน ในวันที่ 4 แนะนำไปยังหินคู่แต่งงาน ซากุระอิ ฟุตะมิกะอุระ ที่เชื่อกันว่าช่วยในเรื่องความรักและความสัมพันธ์ นอกจากความสวยงามของธรรมชาติแล้ว การไปยังที่นี่ยังสามารถใช้บัตรผ่านท่องเที่ยวได้อย่างสะดวกสบาย ข้อควรระวังสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางไฟลท์เช้า เช่น รู้เวลาทำการเคาน์เตอร์เช็คอินที่สนามบินฟุกุโอกะซึ่งเริ่มทำงาน 6:30 น. และควรวางแผนเดินทางไปสนามบินล่วงหน้า เนื่องจากแท็กซี่ในเมืองจะเริ่มให้บริการในช่วง 9 โมงเช้า สำหรับผู้ต้องการเดินทางแต่เช้ามืดควรเดินไปยังจุดบริการรถแท็กซี่ที่สถานีฮากาตะ การวางแผนเที่ยวนี้เน้นความสบายไม่เร่งรีบ ทำให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสทั้งวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และธรรมชาติของฟุกุโอกะอย่างครบถ้วน เหมาะสำหรับคนที่อยากเที่ยวสนุกแบบไม่เหนื่อยมาก พร้อมจัดสรรเวลาและงบประมาณได้ดี

ค้นหา ·
Fukuoka 4 วัน 3 คืน

3 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Enjoy_aroi
Enjoy_aroi

ชอบฟุกุโอกะมาก ไปไม่เบื่อ

รูปภาพของ Talynne
Talynne

❤️🇯🇵

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม