Crispy pig
Crispy pork labs are a delicious menu and can't be difficult to do. Let's get started!
* Raw Material: *
- 500 grams of pork belly.
- 1 cup vegetable oil
- 1 teaspoon salt
- 1 / 2 teaspoon pepper
- 2 cloves of garlic
- One alley onion.
- One alley parsley.
- 2 tablespoons fish sauce
- 1 tablespoon lemon juice
- 1 teaspoon of sugar
- 5-6 peppers
- 1 tablespoon roasted rice
* How to do: *
1. * Prepare pork belly *: Wash the pork belly thoroughly, then apply a fork to crisp the pig faster.
2. * Boil the pork belly *: Boil the pork belly in boiling water for 30 minutes or until the pork is cooked. Then bring it up to rest to cool.
3. * Fry the pork belly *: Put the vegetable oil in the pan and bring it to a central light. When the oil is hot, add the pork belly to fry until it is crispy. Then bring it up to rest. Flake the oil.
4. * Make Lab Juice *: Put garlic, chili pepper and pepper in the mortar. Pit thoroughly. Then add fish sauce, lemon juice and sugar beep to it. Stir well.
5. * Mix crispy pork with lab juice *: Put crisp pork in lab juice, stir well, then add alley onion, alley parsley and roasted rice to it, stir well.
6. * Serve *: Serve crispy pork with sticky rice or hot steamed rice!
* Tip *: To keep the pig crispy longer, crispy pork can be baked in an oven at 200 ° C for 10-15 minutes or until the pig is crispy as desired.
Hope you like this crispy pork menu.
หลังจากลองทำ “ลาบหมูกรอบ” หลายรอบ สิ่งที่รู้สึกว่าทำให้จานนี้อร่อยแบบร้าน คือ “ความกรอบของหมู” กับ “ความหอมของเครื่องลาบ” ถ้าทำสองอย่างนี้ได้ดี ต่อให้ทำกินเองที่บ้านก็อร่อยมาก 1) เลือกหมูสามชั้นยังไงให้กรอบสวย ฉันชอบเลือกชิ้นที่มีหนังหน่อย และมัน-เนื้อสมดุลกัน ไม่บางเกินไป เพราะเวลาทอดแล้วหนังจะฟูกรอบ แต่เนื้อยังนุ่มไม่แห้ง ถ้าชิ้นหนามาก แนะนำหั่นเป็นท่อนพอดีคำก่อนคลุกลาบทีหลัง จะกินง่ายและคลุกเครื่องทั่วถึง 2) เคล็ดลับให้หมูกรอบนาน ไม่เหนียว หลังต้มหมูเสร็จ “ต้องทำให้ผิวแห้ง” ก่อนทอด ฉันจะซับด้วยกระดาษทิชชู่แล้วพักให้ลมช่วยไล่ความชื้น (มีเวลามากหน่อยเอาเข้าตู้เย็นช่องธรรมดา 1-2 ชม. ยิ่งดี) ตอนทอดใช้น้ำมันร้อนระดับกลางค่อนแรง แล้วทอดทีละชิ้นไม่แน่นกระทะ พอสุกกรอบตักขึ้นพักบนตะแกรงจะไม่อมน้ำมัน 3) น้ำลาบให้อร่อย ต้องบาลานซ์ 3 รส ลาบหมูกรอบที่ถูกปากฉันคือ เค็มนำเล็กน้อย ตามด้วยเปรี้ยว และมีหวานตัดปลาย (จากน้ำตาลปี๊บ) เคล็ดลับคือค่อยๆ ใส่น้ำมะนาวทีหลังเมื่อหมูอุ่นลงแล้ว จะได้กลิ่นมะนาวสดชัด ไม่ขม และอย่าลืมชิมก่อนใส่หมูทั้งหมด เพราะหมูกรอบมีรสเค็มมันในตัวอยู่แล้ว 4) ข้าวคั่วทำเองหอมกว่า (แต่ใช้สำเร็จก็ได้) ถ้ามีเวลา ฉันจะคั่วข้าวเหนียวหรือข้าวสารบนกระทะแห้งจนเหลืองหอม แล้วบดหยาบๆ กลิ่นจะชัดมาก ใส่ตอนท้ายสุดเพื่อให้หอมฟุ้งและยังมีเท็กซ์เจอร์นิดๆ เคี้ยวเพลิน 5) สมุนไพรและท็อปปิ้งที่ช่วยยกระดับ จากที่ทำบ่อยๆ ใส่ต้นหอมซอยกับผักชีฝรั่งซอยคือ “ต้องมี” และถ้ามีหอมแดงซอยเพิ่มเข้าไป จะตัดเลี่ยนหมูกรอบได้ดีมาก สีเขียว-ม่วง-แดงในชามจะดูน่ากินขึ้นด้วย (เสิร์ฟในชามโลหะก็จะได้ฟีลลาบร้านดัง) 6) วิธีคลุกไม่ให้หมูหายกรอบ ฉันจะผสมน้ำลาบ+สมุนไพร+ข้าวคั่วให้เข้ากันก่อน แล้วค่อยใส่หมูกรอบ “คลุกเร็วๆ เบามือ” แค่ให้เคลือบเครื่องทั่วพอ ถ้าคลุกนานหรือทิ้งไว้นาน หนังจะดูดน้ำแล้วนิ่มลง 7) กินคู่กับอะไรอร่อยสุด ส่วนตัวกินกับข้าวเหนียวร้อนๆ และผักสด (แตงกวา กะหล่ำปลี ถั่วฝักยาว) คือเข้ากันมาก หรือจะทำเป็นจานกับแกล้มก็ได้ จัดพริกขี้หนูเพิ่มตามชอบ รับรองแซ่บถึงใจ ถ้าใครทำครั้งแรก แนะนำทำตามสูตรหลักก่อน แล้วค่อยปรับความเผ็ด-เปรี้ยวตามที่ชอบ รับรองได้ลาบหมูกรอบกรอบๆ หอมข้าวคั่ว กินแล้วหยุดไม่ได้จริงๆ
