Name B by the Ministry of Commerce
The Ministry of Commerce will examine 21,459 companies for nominal (Nominee) and intermediary accounts (Proxy)
The Thai government has launched a big project to root out the "nominal" (Nominee) system, which is popular with foreign entrepreneurs. The Ministry of Economy and 17 other government agencies have joined forces to buy land and property in quasi-Thai citizenship, which is a precautionary payment in the law of 21.
"These inspections are being led by the Department of Business Development (DBD) and will track property channels using technology and databases. According to the law, land and property that foreigners do not have the right to own are nominally acquired by Thai citizens, who turn their eyes to the law and are also intended to create a business campaign."
If it is found to be in violation of the law, the penalties are still not small. Neither the named Thai nationality nor the foreigner who was ordered behind it could be sentenced to up to three years in prison under the Foreign Business Act (1999), or a fine of 1,000,000 to 1 million baht (or both), which includes no additional 100 days.
"Therefore, the economy ministry reminded the public that" foreigners are absolutely not nominated for self-interest. "If they are involved and checked, they will be helped accountable and will be severely punished by the law."
Ref: Nation Thailand
จากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยศึกษาระบบ Nominee ในต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์และฮ่องกง พบว่า การใช้ Nominee สำหรับการถือหุ้นหรือทรัพย์สินในนามบุคคลอื่นเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนมาก เนื่องจากมักถูกนำไปใช้เพื่อหลบเลี่ยงกฎหมายและข้อจำกัดของแต่ละประเทศ ในกรณีของประเทศไทย ชัดเจนว่ากระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการดำเนินมาตรการอย่างจริงจังเพื่อให้ระบบนี้ไม่ถูกใช้ในทางที่ผิด ถึงแม้ Nominee อาจช่วยให้นักลงทุนต่างชาติสามารถทำธุรกิจได้ง่ายขึ้น แต่การใช้ในทางที่ผิดจะส่งผลเสียทั้งต่อเศรษฐกิจและความโปร่งใสในการทำธุรกิจ การตรวจสอบบริษัทกว่า 21,459 แห่งถือเป็นภารกิจที่ท้าทายและจำเป็นอย่างยิ่ง โดยการใช้เทคโนโลยีและฐานข้อมูลในการติดตามเส้นทางการถือครองหุ้นและทรัพย์สินจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบ นอกจากนี้ การให้คำเตือนและข้อกฎหมายที่ชัดเจน เช่น โทษจำคุกและปรับสูงสุดถึง 1 ล้านบาท จะช่วยป้องปรามและสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนและนักลงทุน จากการพูดคุยกับผู้ประกอบการและที่ปรึกษากฎหมาย หลายคนเห็นด้วยว่าการยกระดับความเข้มงวดนี้จำเป็นเพื่อรักษาความยุติธรรมและความโปร่งใสในตลาดธุรกิจไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่เศรษฐกิจโลกเชื่อมโยงและแข่งขันกันสูง การมีระบบกำกับดูแลที่ชัดเจนจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและดึงดูดการลงทุนที่ถูกต้องตามกฎหมาย ถ้าคุณเป็นนักลงทุนหรือผู้เกี่ยวข้อง ควรระวังและตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนจะให้ใครมาเป็น Nominee เพราะถ้าถูกตรวจพบว่ามีส่วนร่วมในกิจกรรมดังกล่าว คุณอาจต้องเผชิญกับผลทางกฎหมายที่รุนแรง ไม่ว่าจะเป็นชาวไทยเองหรือชาวต่างชาติที่จ้างให้ถือครองแทน นอกจากนี้ การมีความเข้าใจในกฎหมาย Foreign Business Act และการได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้การลงทุนเป็นไปอย่างถูกต้องและปลอดภัยมากขึ้น ท้ายที่สุด ความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการปลูกฝังค่านิยมความซื่อสัตย์และความโปร่งใสจะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมธุรกิจที่เข้มแข็งและยั่งยืน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยทั้งในระยะสั้นและระยะยาว














































































